(20 ก.ค. 69) เวลา 09.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย วันที่ 24–31 ก.ค. 69 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เป็นประธานแถลงข่าว นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนชุมชน ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แยกผ่านฟ้าลีลาศ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

นายอรรถพล กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–31 ก.ค. 69 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิธ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนไร้ที่พึ่งและผู้เร่ร่อนให้สามารถพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมสำคัญของงานจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ก.ค. 69 ได้แก่ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ และเป็นการจัดพิธีตักบาตรทางเรือครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ 75 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญ รวม 225 รูป ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระราชาคณะและพระเถรานุเถระจากวัดสำคัญ อาทิ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร และทุกวัดริมคลอง ร่วมล่องเรือจากทั้งสามเส้นทางน้ำ มาบรรจบ ณ บริเวณปะรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อประกอบพิธีสงฆ์และให้พรแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน
นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับพิธีตักบาตรทางเรือครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการรวมพลังแห่งศรัทธาและการสืบสานพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังสะท้อนคุณค่าของวิถีชีวิตริมคลองที่หล่อหลอมกรุงเทพมหานครมายาวนานกว่าสองศตวรรษ และแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูคูคลองสามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน ตลอดระยะเวลาการจัดงานระหว่างวันที่ 24–31 ก.ค. 69 ประชาชนจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต ตลาดชุมชน สตรีทอาร์ต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่สะท้อนคุณค่าของสายน้ำไทย ควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองและกลุ่มเปราะบาง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรม “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยเป็นความร่วมมือบูรณาการจากทุกภาคส่วน กิจกรรมสำคัญคือ พิธีตักบาตรทางเรือ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดทำท่าน้ำชั่วคราวบริเวณริมคลองมหานาค ภายในสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีตักบาตร นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถนนคนเดินในหลายพื้นที่ โดยถนนมหาไชยจะปิดการจราจร เพื่อจำหน่ายอาหารหลากหลายชนิด พร้อมกิจกรรมบริจาคโลหิต และการแสดงจากศิลปินต่าง ๆ ซึ่งในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ เนเน่ จะมาร่วมสร้างสีสันภายในงานด้วย สำหรับถนนคนเดินคลองผดุงกรุงเกษม จะรวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากตลาดนางเลิ้งและอาหารฮาลาลไว้ให้ประชาชนได้เลือกชิม บริเวณถนนคนเดินคลองหลอดวัดราชบพิธ ซึ่งเดิมเป็นจุดแจกอาหารแก่คนไร้บ้าน ได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ โดยผู้ไร้บ้านได้ย้ายไปพักที่บ้านอิ่มใจ บริเวณประปาแม้นศรี พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดรวมอาหารและของดีจากทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ส่วนถนนคนเดินคลองหลอดวัดราชนัดดา จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะ สินค้ามือสอง และหนังสือเก่า ขณะที่ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง จะรวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากย่านเยาวราช พร้อมการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ และการจัดแสดงภาพวาดศิลปะบนกำแพง เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลอดงาน
สำหรับการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยราชการในพระองค์ คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2000) จำกัด บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (Big C) สวนนงนุช บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) บริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เป็นต้น ตลอดจนภาคประชาสังคม และประชาชน ที่ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดคุณค่าของคูคลองให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพราะ “สายน้ำแห่งชีวิต” มิได้หมายถึงเพียงทรัพยากรธรรมชาติ หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเอื้ออาทร และความสามัคคีของคนไทยภายใต้ร่มพระบารมี ที่ร่วมกันสืบสานมรดกสำคัญของชาติให้สืบทอดต่อคนรุ่นต่อไป ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดระยะเวลาการจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าของสายน้ำไทย พร้อมร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อส่งต่อมรดกอันทรงคุณค่านี้ไปสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ในวันที่ 26 ก.ค. 69 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานวิถีวัฒนธรรมทางน้ำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดจุดตักบาตร เส้นทางการเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์ https://www.facebook.com/prdofficial และกรุงเทพมหานคร https://www.facebook.com/bangkokbma
#สายน้ำแห่งชีวิต #ใต้ร่มพระบารมี #สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์
—– (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)


