(18 ก.ค. 69) เวลา 08.40 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ครู กทม. ปล่อยแสง” ภายใต้โครงการ “โรงเรียนปล่อยแสง สังกัดกรุงเทพมหานคร” ซึ่งกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ร่วมกับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการก่อการครู และมูลนิธิใจกระทิง จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่นวัตกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากครูในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

รองปลัดฯ อรัญญา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเชื่อมั่นว่าคุณภาพการศึกษาที่ดีเริ่มต้นจากหัวใจของความเป็นครู การพัฒนาครูจึงเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียน โดยสำนักการศึกษาได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งมูลนิธิใจกระทิง โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโครงการก่อการครู เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพครูและขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษายุคใหม่
พร้อมขอขอบคุณมูลนิธิใจกระทิงที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา รวมถึงโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโครงการก่อการครู ที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ กระบวนการคิด และทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ครู เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
รองปลัดฯ อรัญญา กล่าวต่อไปว่า กรุงเทพมหานครพร้อมเปิดโอกาสให้ครูได้ลงมือปฏิบัติและสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ โดยเชื่อว่านวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากไอเดียเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนได้จริง
พร้อมย้ำว่า การจัดการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์ผู้เรียน โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เด็กได้รับการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพจากครูที่มีความมุ่งมั่น สนุกกับการสอน และพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนในปัจจุบัน
“หวังว่าเวทีในวันนี้จะเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เติมพลัง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับครูทุกท่าน เพื่อนำสิ่งที่ได้รับไปต่อยอดสู่การพัฒนาผู้เรียน โรงเรียน และร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียน ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” รองปลัดฯ อรัญญา กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนางสาวนุชรี อยู่วิทยา รองประธานกรรมการมูลนิธิใจกระทิง กล่าวว่า มูลนิธิมุ่งขับเคลื่อนการทำงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูในฐานะผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา ทั้งนี้ มูลนิธิไม่ได้มุ่งเพียงสนับสนุนทรัพยากร แต่ต้องการเป็นพันธมิตรในการร่วมพัฒนาระบบการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต่อยอดได้ในระยะยาว และขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานครต่อไป
ปิดท้ายการกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการก่อการครู และที่ปรึกษาโครงการโรงเรียนปล่อยแสง สังกัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นต้นแบบของประเทศ หากสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาได้สำเร็จ จะส่งผลเชิงบวกต่อระบบการศึกษาของประเทศในวงกว้าง ซึ่งหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงจากครู โดยเชื่อว่าครูทุกคนมีศักยภาพ หากได้รับการสนับสนุนและมีพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาตนเอง ก็จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนได้
“โครงการก่อการครูมุ่งสร้างครูให้เป็น ‘ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลง’ (Change Agent) ผ่านกระบวนการพัฒนาที่เริ่มจากการทำให้ครูกลับมาเห็นคุณค่าของความเป็นครู เข้าใจความหลากหลายของผู้เรียน รับฟังเสียงของเด็ก และออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับผู้เรียนอย่างแท้จริง พร้อมชื่นชมครูในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เปิดใจเรียนรู้และพร้อมพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของกรุงเทพมหานครในระยะยาว” รศ.ดร.อนุชาติ กล่าว
ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานครูต้นแบบ เวทีสร้างแรงบันดาลใจ (Ed Talk) การจัดแสดงนวัตกรรมการเรียนรู้ของครูในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และการแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษา เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง
#โรงเรียนกทมเปลี่ยนไปแล้ว #กรุงเทพมหานคร #สำนักการศึกษา #ครูกทมปล่อยแสง
—————————


