(17 มิ.ย. 69) พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมเสวนาหัวข้อจากนโยบายสู่การลงมือทำ : สร้าง Green ให้เกิดผลจริงในองค์กร ในงาน Green Life Cycle : MAKE IT GREEN จากความใส่ใจ สู่การลงมือทำ ให้โลกเป็นสีเขียว พร้อมทั้งเป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตรแก่ตัวแทนหน่วยงานที่ร่วมงาน ณ ห้องลุมพินี 2-3 ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เขตสาทร

รองปลัด กทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครกำลังขับเคลื่อนนโยบายการจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อกระตุ้นให้ทั้งภาคครัวเรือนและองค์กรธุรกิจตระหนักถึงการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน กทม. ยังมีโครงการที่ทำควบคู่กันไปอย่างโครงการ “ไม่เทรวม” ซึ่งให้ความสำคัญกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง โดยให้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมขยะสำหรับบ้านที่เป็นสมาชิกโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมฯ ลดเหลือ 20 บาทต่อเดือน จาก 60 บาท ผ่านการลงทะเบียนที่แอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ในส่วนของหน่วยงานและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ อัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับปริมาณขยะ หากปริมาณขยะมาก ค่าธรรมเนียมก็จะมากตามไปด้วย หากองค์กรสามารถลดปริมาณขยะได้ ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้ กลยุทธ์นี้จึงเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมคนเมืองให้ร่วมสร้างเมืองสีเขียวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม มีภาคประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1 ล้านคน ส่งผลให้สัดส่วนผู้แยกขยะทั้งในองค์กรและภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รองปลัด กทม. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนด้านเศรษฐศาสตร์ คือ หากสามารถลดขยะได้ ก็ลดต้นทุนได้ ขณะเดียวกันมูลค่าของขยะและการบริหารจัดการจะแปรผลไปถึงค่าคาร์บอนเครดิต หากนำขยะไปฝังกลบค่าคาร์บอนจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นขยะอินทรีย์แล้วนำไปทำปุ๋ยคาร์บอนก็จะลดลง ทั้งนี้ กทม. มุ่งหวังเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกคนมากกว่าที่จะเป็นผู้ควบคุม อยากช่วยว่าจะทำอย่างไรถึงจะจ่ายไม่ต้องเยอะมากและจัดการได้ดี สิ่งนี้คือปัจจัยสำคัญที่ กทม. โฟกัสตอนนี้ อีกส่วนหนึ่งคือเครือข่าย BKK Net Zero ซึ่งภาคเอกชนมาร่วมเป็นเครือข่ายกับ กทม. แล้วเช่นกัน เพราะเมืองนี้ทุกคนต้องช่วยกันดูแล ถ้าทุกคนช่วยกันจะทำให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ เมืองของเราจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
นอกจากนี้ รองปลัด กทม. ยังเน้นย้ำว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนมีหัวใจสีเขียว และร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดขยะอาหาร ในส่วนของ กทม. เอง ก็มีการดำเนินงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. และมีแผนการเปลี่ยนรถราชการเป็นรถไฟฟ้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030 พร้อมกล่าวเชิญชวนให้ภาคธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งถือเป็นกติกาสำคัญของโลกในปัจจุบัน พร้อมได้เสนอแนะให้เริ่มลงมือทำทันทีด้วยวิธีง่าย ๆ คือการเปลี่ยนภาระให้เป็นทรัพยากร ผ่านการแยกขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยและการรีไซเคิล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครสีเขียวอย่างยั่งยืนด้วยมือของทุกคน
สำหรับงาน GREEN LIFE CYCLE MAKE IT GREEN จากความใส่ใจ สู่การลงมือทำ ให้โลกเป็นสีเขียว จัดโดย บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ประเทศไทย จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนผ่านกรณีศึกษาจากภาครัฐและภาคธุรกิจชั้นนำ และการเสวนาในหัวข้อดังกล่าวมีผู้ร่วมวงเสวนาอีกจำนวน 3 ท่าน ได้แก่ คุณศสิพงศ์ บุญเเต้ม Marketing Manager KCP คุณบัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และคุณชัญญรัช พีราวัชร ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ด้านกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพีแรม จำกัด
#กทม


