ประชาราษฎร์สาย 2 โฉมใหม่ — เมื่อทางเท้าเส้นเดิมกลายเป็นที่เดินที่อยากเดิน

 

มีคำถามง่าย ๆ ที่อยากให้ลองถามตัวเองดูสักครั้ง

“ครั้งสุดท้ายที่คุณ เดิน บนทางเท้าในกรุงเทพฯ แล้วรู้สึก สบาย คือเมื่อไหร่?”

สำหรับหลายคน คำตอบอาจไม่ได้นึกออกทันที เพราะทางเท้าในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมานั้น มักมาพร้อมกับของแถมที่ไม่ได้ขอ — พื้นสะดุด สายไฟระโยงระยาง ฝาท่อที่ไม่อยู่กับที่ หรือทางลาดที่ชันจนรถเข็นแทบขึ้นไม่ได้ และพื้นที่สีเขียวที่ไม่เคยมีพอ

แต่วันนี้ ถนนประชาราษฎร์สาย 2 บอกว่า — เปลี่ยนแล้ว

 

ก่อนจะเป็นวันนี้ — ทางเท้าที่ใคร ๆ ก็รู้ว่า “มีปัญหา”

ประชาราษฎร์สาย 2 ไม่ใช่ถนนแปลกหน้า ใครที่อยู่แถวบางซื่อ เตาปูนหรือเดินทางผ่านย่านนั้นคงรู้จักกันดี เป็นเส้นทางที่มีคนสัญจรทั้งเดินเท้า ปั่นจักรยาน และขับรถผ่านตลอดวัน

แต่ถามว่า “น่าเดิน” ไหม? ตอบตรง ๆ ว่าไม่ใช่เสมอไป

ทางเท้าเดิมมีปัญหาที่คนเดินถนนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แตกเป็นหลุมเล็กหลุมน้อย สายไฟและสายโทรคมนาคมที่พาดระโยงระยางทั้งบนเสาและตามแนวถนน บดบังทั้งแสงสว่างและทัศนียภาพ ทางลาดสำหรับผู้พิการและรถเข็นที่ไม่ได้มาตรฐาน และพื้นที่สีเขียวที่น้อยจนความร้อนในช่วงกลางวันทำให้เดินสักร้อยเมตรก็เหนื่อยแล้ว

ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะทางเท้าที่ดีคือสิ่งที่บอกว่าเมืองมองเห็น “คน” — ไม่ใช่แค่รถ

 

เมื่อ กทม. ตัดสินใจปรับโฉมทั้งเส้น

โครงการปรับปรุงทางเท้าประชาราษฎร์สาย 2 ครั้งนี้ไม่ใช่การ “ซ่อมแซม” แบบปะผุ แต่เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้าม

มาดูกันทีละจุดว่าเปลี่ยนอะไรไปบ้าง

 

1. ทางเท้าใหม่ — กว้างขึ้น โล่งขึ้น เดินสบายขึ้นจริง

สิ่งแรกที่จะเห็นทันทีเมื่อเดินเข้ามาในเส้นทางที่ปรับปรุงแล้ว คือความโล่ง

ทางเท้าใหม่กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีรอยแตกหรือขอบที่สะดุดเท้า วัสดุที่เลือกใช้ออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักและสภาพอากาศได้ดี ไม่แตกง่าย ไม่ลื่นเมื่อเจอฝน

ความกว้างที่เพิ่มขึ้นนั้นฟังดูเรื่องเล็ก แต่ในทางปฏิบัติมันหมายถึงว่าสองคนเดินสวนกันได้สบาย นักปั่นจักรยานและคนเดินเท้าอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องหลบหลีกกัน และผู้ที่ใช้รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเดินมีพื้นที่เพียงพอในการสัญจร

 

2. สายไฟลงดิน — หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด

ถ้าให้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จุดไหนที่ “ว้าว” ที่สุด หลายคนที่เห็นภาพก่อนและหลังจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า — สายไฟหายไปไหนหมด?

คำตอบคือลงใต้ดินแล้ว

การนำสายไฟและสายโทรคมนาคมลงใต้ดินตลอดแนวถนนครั้งนี้เปลี่ยนหน้าตาของเส้นทางไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยมองขึ้นไปแล้วเห็นแต่สายเป็นร้อย ๆ เส้นพาดระหว่างเสา ตอนนี้มองขึ้นไปแล้วเห็นฟ้า

ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่รวมถึงความปลอดภัยด้วย สายไฟที่อยู่ใต้ดินไม่มีโอกาสขาดแล้วตกใส่คนเดินถนน ไม่กีดขวางแสงสว่างจากไฟถนน และทำให้พื้นที่บนฟุตบาทปลอดโปร่งขึ้นอย่างมาก

 

3. ทางลาดมาตรฐาน — เพราะทางเท้าต้องเป็นของทุกคน

หนึ่งในสิ่งที่วัดว่าเมืองมองเห็น “ทุกคน” หรือเปล่า คือการออกแบบที่รวมถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ปกครองที่พารถเข็นเด็กออกมาข้างนอก

ทางลาดมาตรฐานที่ติดตั้งในโครงการครั้งนี้ออกแบบตามมาตรฐานสากล ความลาดเอียงพอดีที่รถเข็นสามารถขึ้นลงได้โดยไม่ต้องออกแรงมากเกินไป ไม่ชันจนเป็นอุปสรรค ไม่ลื่นจนเป็นอันตราย

ฟังดูเรื่องปกติ แต่ถ้าลองถามคนที่ใช้รถเข็นในกรุงเทพฯ ว่าทางลาดแบบนี้หาได้ยากแค่ไหน คำตอบจะทำให้รู้ว่าสิ่งที่ทำครั้งนี้มีความหมายมากแค่ไหน

 

4. พื้นที่สีเขียว — เมืองที่หายใจได้

กรุงเทพฯ เป็นเมืองร้อน และทางเท้าที่ปูด้วยคอนกรีตหรืออิฐยิ่งทำให้ความร้อนสะสมตลอดวัน เดินผ่านตอนบ่ายแค่ร้อยเมตรก็รู้สึกแล้วว่าร้อนขนาดไหน

ครั้งนี้ กทม. เพิ่มต้นไม้และพื้นที่สีเขียวตลอดแนวทางเท้า ไม่ใช่แค่ปลูกให้ดูดี แต่วางตำแหน่งให้ให้ร่มเงาแก่คนเดินถนนจริง ๆ

ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาดีลดอุณหภูมิพื้นที่โดยรอบได้จริง ช่วยดูดซับฝุ่นและมลพิษทางอากาศในระดับหนึ่ง และที่สำคัญ ทำให้การเดินกลายเป็นเรื่องที่ “น่าทำ” มากขึ้น ไม่ใช่แค่สิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อไปถึงจุดหมาย

 

5. จุดทิ้งขยะแยกประเภท — รายละเอียดที่บอกว่าใส่ใจ

สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามแต่ความจริงแล้วสำคัญมาก คือถังขยะที่แยกประเภทกระจายอยู่ตลอดเส้นทาง

ฟังดูเล็กน้อย แต่การที่มีจุดทิ้งขยะที่เพียงพอและสะดวกใช้ตลอดเส้นทาง หมายความว่าคนไม่ต้องถือขยะเดินนาน ลดโอกาสที่ขยะจะถูกทิ้งลงบนทางเท้า และช่วยให้พื้นที่สาธารณะสะอาดอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการเก็บกวาดอย่างเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น การแยกประเภทขยะตั้งแต่ต้นทางยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการขยะที่ดีในระดับเมือง — เรื่องเล็กที่มีผลใหญ่กว่าที่คิด

 

6. ไฟถนนใหม่ — กลางคืนปลอดภัย

ความปลอดภัยของทางเท้าไม่ได้จบแค่กลางวัน แสงสว่างที่เพียงพอในยามค่ำคืนเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

การนำสายไฟลงดินเปิดทางให้การติดตั้งไฟถนนชุดใหม่ทำได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสายไฟรกรุงรังมาบดบัง ไฟส่องสว่างทั่วถึงทุกจุด ทำให้การเดินในยามเย็นหรือกลางคืนปลอดภัยและสบายใจมากขึ้น

 

ทำไมทางเท้าที่ดีถึงสำคัญกับคนเมือง?

อาจมีคนถามว่าทำไมต้องลงทุนกับทางเท้าขนาดนี้? คำตอบมีหลายมิติ

มิติสุขภาพ — เมืองที่เดินได้สะดวกทำให้คนออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัว การเดินแทนการขับรถในระยะสั้นลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดความเครียด และช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น

มิติสิ่งแวดล้อม — คนที่เลือกเดินแทนขับรถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยิ่งทางเท้าดี ยิ่งมีแรงจูงใจให้เลือกเดิน

มิติความเท่าเทียม — ทางเท้าที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่ทุกคนใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ปกครองที่พารถเข็นมา ทางเท้าที่ดีคือการประกาศว่าเมืองนี้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

มิติเศรษฐกิจ — ย่านที่เดินได้สะดวกมีชีวิตชีวามากกว่า ร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมทางเท้าที่ดีมีโอกาสให้คนแวะเข้าไปมากกว่า ทางเท้าที่ดีกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง

 

 💚กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยน — ทีละก้าว

โครงการประชาราษฎร์สาย 2 เป็นหนึ่งในโครงการที่ กทม. ผลักดันเพื่อยกระดับพื้นที่สาธารณะของเมือง ทั้งทางเท้า สวนสาธารณะ ระบบขนส่ง และสิ่งแวดล้อมเมือง

การเปลี่ยนแปลงเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว แต่ทุกโครงการที่ทำ ทุกทางเท้าที่ปรับปรุง ทุกสายไฟที่ลงดิน ทุกต้นไม้ที่ปลูก — ล้วนเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่บวกกันแล้วกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าที่คิด

เพราะเมืองที่ดีไม่ได้วัดจากตึกสูงหรือห้างหรู แต่วัดจากว่าคนธรรมดาคนหนึ่ง เดินออกจากบ้านในเช้าวันทำงาน แล้วรู้สึกว่าเมืองนี้ดูแลเขาหรือเปล่า

ประชาราษฎร์สาย 2 วันนี้ตอบว่า — ดูแล

 

มาเดินดูกันได้เลย

ถ้าอยากสัมผัสความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง แวะมาเดินที่ประชาราษฎร์สาย 2 ได้เลย สังเกตความต่างระหว่างก่อนและหลัง แล้วแชร์ประสบการณ์ให้กันรู้ด้วยนะ

ติดตามอัปเดตโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะของ กทม. 

ได้ที่เพจ กรุงเทพมหานคร และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ

ทางเท้าดี เมืองน่าอยู่ ชีวิตดีขึ้น — ทีละก้าว กรุงเทพมหานคร 

#กทม #เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน #ประชาราษฎร์สาย2 #ทางเท้าใหม่ #กรุงเทพเมืองน่าเดิน

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200