กทม. จับมือ Google–จุฬาฯ โชว์ผลสำเร็จ Project Albus: ใช้ AI ยกระดับห้องเรียน พบเด็กสนุกกับการเรียนรู้ ครูสอนคล่องตัวขึ้น

 

 

(12 พ.ค. 69) นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีปิดโครงการและรับฟังการนำเสนอผลการวิจัย “การเสริมพลังด้วยปัญญาประดิษฐ์และกูเกิลโซลูชัน : สนับสนุนการพัฒนาทางวิชาชีพและประสิทธิภาพในห้องเรียนแบบเรียนรวม” (Project Albus) โดยมี ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายโกศล สิงหนาท รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร Google for Education ทีมวิจัยจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วม ณ สำนักงาน Google ประเทศไทย อาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ เขตปทุมวัน

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขับเคลื่อนหลายโครงการภายใต้แนวคิด “ยืนบนไหล่ยักษ์” คือการทำงานร่วมกับองค์กรและภาคีที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถพัฒนาและขับเคลื่อนงานได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ซึ่งความร่วมมือกับ Google ไม่ได้มีเฉพาะด้านการศึกษา แต่ยังมีในเรื่องระบบไฟจราจรและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารเมืองในหลายมิติ

 

สำหรับโครงการด้านการศึกษา เริ่มต้นจากการขอรับบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยตั้งเป้าไว้ 130,000 เครื่อง แต่ได้รับจริงประมาณ 1,300 เครื่อง ทำให้กรุงเทพมหานครต้องปรับแนวทางมาเป็นการตั้งงบประมาณเพื่อเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แทน ซึ่งถือเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน 

 

“สุดท้ายนี้ ไม่ว่าผู้บริหารจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่การเดินหน้าต่อของโครงการนั้นขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายที่จะร่วมกันพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถยกระดับการเรียนรู้ของเด็กได้จริง” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ย้ำ

 

ด้าน ดร.นรรธพร กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีเข้าสู่ห้องเรียน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มอุปกรณ์ แต่ต้องเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายชัดเจน เพราะการศึกษาของเด็ก “รอไม่ได้” ทุกช่วงเวลาของการเรียนรู้มีความสำคัญ หากการจัดการศึกษาไม่ตอบโจทย์ ก็อาจกระทบต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานดังกล่าว จะต้องสอดคล้องกับนโยบาย “Phone Off, Learning On” ซึ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและมีความหมาย รวมถึงไม่ใช้หน้าจอโดยไม่จำเป็น

 

ดร.นรรธพร กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีและ AI จะต้องครอบคลุมทั้งระบบการสอนและการบริหารจัดการโรงเรียน และต้องมีการพัฒนาศักยภาพครูอย่างต่อเนื่องด้วย โดยในปีการศึกษาหน้า เชื่อว่าโรงเรียนจะสามารถเก็บข้อมูลและต่อยอดงานวิจัยภายในโรงเรียนได้ด้วยตนเองมากขึ้น เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในระดับห้องเรียน และสามารถนำไปปรับใช้ได้ตรงกับบริบทของแต่ละโรงเรียนต่อไป

 

ขณะที่ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองตามแนวคิด “เมืองต้องคู่กับคน” ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีเครือข่ายที่เข้มแข็งทั้งจาก Google และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สำนักการศึกษาได้เตรียมงบประมาณรองรับการต่อยอดเทคโนโลยีทางการศึกษาไว้แล้ว ซึ่งหากผลลัพธ์ของโครงการพิสูจน์ได้ว่า “ดี” ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้จริง กทม. พร้อมเดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนกรุงเทพมหานครในระยะยาว

 

โครงการ Project Albus เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร Google for Education คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการนำร่องในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านบางกะปิ โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส โรงเรียนนาหลวง และโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ การโคชครู และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนารูปแบบห้องเรียนดิจิทัลที่ตอบโจทย์การเรียนรู้แบบเรียนรวม

 

โดยผลการวิจัยทางวิชาการเบื้องต้นจากโครงการนำร่องในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 4 แห่ง พบความสำเร็จที่โดดเด่นใน 4 มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนาทักษะการใช้ AI ของครู ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน ผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้ของนักเรียน และการยอมรับเทคโนโลยีในห้องเรียน

 

ด้านครู พบว่าสามารถใช้ AI และเครื่องมือ Google Workspace for Education และ Chromebook ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น มีความตระหนักรู้ในการตรวจสอบงานที่สร้างโดย AI อย่างละเอียด อีกทั้ง ครู 75% มีความมั่นใจในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ ขณะที่ครูทั้งหมดเห็นว่าเทคโนโลยีช่วยลดเวลาในการเตรียมการสอน และช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น

 

ส่วนนักเรียน พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดในทุกสมรรถนะหลัก โดยมีคะแนนเฉลี่ยภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 25.00 เป็น 45.70 คะแนน และนักเรียน 88% รู้สึกสนุกกับการเรียนมากขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น รวมถึงเกิดวัฒนธรรมการช่วยเหลือกันในชั้นเรียน ขณะเดียวกันยังพบพฤติกรรมการเรียนรู้เชิงบวกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งความกระตือรือร้นในการเรียน การตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ ตลอดจนการพยายามทำความเข้าใจข้อผิดพลาดและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ทั้งครูและนักเรียนส่วนใหญ่ยังเห็นตรงกันว่า Chromebook และ Google Workspace for Education เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน และช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

#เรียนดี #โรงเรียนกทมเปลี่ยนไปแล้ว #ProjectAlbus

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200