กทม. รับมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยรับมือภัยพิบัติ

(7 พ.ค. 69) เวลา 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าวและรับมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและรับมือภัยพิบัติ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุภัยพิบัติในเขตเมือง สำหรับติดตั้งในอาคารของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ในการนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “มาตรฐานความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร” โดยนำแนวคิด “Smart Enough City” จากหนังสือ Smart Enough City ของ Ben Green จาก Massachusetts Institute of Technology ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เทคโนโลยี ซึ่งปัจจัยในการเลือกนวัตกรรมมาใช้ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ People Desirable ต้องตอบโจทย์ปัญหาของคนในเมืองจริง ๆ Business Viable ต้องมีความคุ้มค่า ไม่ลงทุนสูงเกินไป ได้ของที่มีคุณภาพ และ Technology Feasible เทคโนโลยีต้องมีความพร้อมและใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่การนำมาทดลอง พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ที่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการของประชาชนได้อย่างชัดเจนและตรงจุด ปัจจุบันมีคนแจ้งเรื่องเข้ามาแล้วกว่า 1,290,000 เรื่อง และได้รับการแก้ไขไปแล้วกว่า 1,000,000 เรื่อง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเสริมถึงอำนาจในมือประชาชนที่มีอยู่ทุกวินาทีว่า แอปพลิเคชัน Traffy Fondue เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนระบบราชการ ทำให้ประชาชนมีอำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนเลือกตั้งทุก 4 ปี อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ในภาวะวิกฤต เช่น กรณีแผ่นดินไหว โดยเปิดให้ประชาชนถ่ายรูปรอยร้าวส่งเข้ามา ซึ่งมีแจ้งเข้ามาถึง 20,000 เคส และต้องขอบคุณเครือข่ายของกรุงเทพมหานครทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานจนสามารถลุล่วงได้ด้วยดี

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังเสนอแนะเพิ่มเติมเรื่องการสร้าง Journal หรือวารสารวิชาการของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในประเทศ มากกว่าการเน้นตีพิมพ์ในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผลงานวิจัยถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเมืองได้จริง พร้อมกล่าวขอบคุณนักวิจัยและกระทรวง อว. ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และขอเป็นกำลังใจให้นักวิจัยทุกคนที่กำลังทำงานเพื่อแก้ปัญหาในทุกระดับและทุกมิติ เพื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีฯ เน้นย้ำว่า อยากให้ประเทศไทยได้ใช้ของดีมีคุณภาพ ราคาไม่แพง และเกิดประโยชน์ในการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่ง “อุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว” และ “อุปกรณ์นวัตกรรมตรวจวัดการเอียงตัวของอาคาร” จะช่วยให้ทีมบริหารจัดการอาคารสามารถวิเคราะห์ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างได้ทันท่วงที หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงร่วมปาฐกถาและบรรยายพิเศษ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ทีมวิจัยจาก Thammasat University และ Kasetsart University นำเสนอผลงาน “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติ” ซึ่งเป็นการบูรณาการงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ การสร้างโมเดลต้นแบบด้านความปลอดภัย ตลอดจนการนำเสนอมาตรการรองรับภัยพิบัติของโรงพยาบาล จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ที่เน้นย้ำว่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ ไม่เพียงช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรและคนไข้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบให้อาคารสาธารณะอื่น ๆ ในประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

#ภัยพิบัติ #หลุมยุบ #วชิรพยาบาล #นวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200