กทม. แจงความคืบหน้าโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ย้ำพร้อมเปิดรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญบริเวณชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่ง กทม. ได้ศึกษาความเหมาะสมของแนวทางแก้ไขปัญหาพบว่า การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนควรใช้แนวทางแบบบูรณาการผสมผสานระหว่างโครงสร้างทางวิศวกรรมในการลดความรุนแรงของคลื่น ร่วมกับการใช้กลไกทางธรรมชาติ คือ การฟื้นฟูป่าชายเลนให้กลับมาเป็นแนวกันชนที่ยั่งยืน ซึ่งแนวคิดการใช้คันหินเพื่อสลายพลังงานของคลื่นจะช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำ และทำให้เกิดการตกตะกอนด้านหลังคันหิน ร่วมกับการปลูกป่าชายเลน เพื่อให้เกิดการยึดเกาะของตะกอนดิน โดยได้ศึกษาแนวทางทั้งจากกรณีศึกษาในต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงการสร้างแบบจำลอง

ทั้งนี้ กทม. ได้ดำเนินการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวมีความยาวประมาณ 4.7 กิโลเมตร ตลอดแนวชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน มีรูปแบบโครงสร้างเป็นคันหิน วางบนฐานรากเสาเข็ม ความยาวแนวคันหินตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 5,175 เมตร ประกอบด้วย คันหินยาวตัวละ 200 เมตร และ 50 เมตร มีช่องว่างระหว่างคันหิน 50 เมตร วางสลับฟันปลาด้านหน้าของช่องว่าง เพื่อช่วยให้น้ำนิ่งและมีตะกอนมาทับถมเร็วขึ้น รวมถึงในโครงการฯ จะดำเนินการปลูกป่าชายเลนหลังคันหินจำนวนพื้นที่ 572 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนทะเลบางขุนเทียน เป็นแนวดักดินตะกอนและให้พันธุ์ไม้ป่าชายเลนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่วยยึดดินและป้องกันการกัดเซาะได้อย่างยั่งยืน โดยใช้เวลาปลูก 2 ปี และดูแลซ่อมเสริมต่ออีก 5 ปี ทั้งนี้ โครงการฯ ยังมีการก่อสร้างศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง เพื่อศึกษาให้ความรู้ด้านสมุทรศาสตร์ การกัดเซาะชายฝั่งทะเล รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ชุมชนในอนาคต

สำหรับกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสของการดำเนินโครงการฯ เรื่อง การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นั้น รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่วันที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือแจ้งความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ ทส (กกวล) 1009/17652 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 62 ซึ่งรายงานฯ จัดทำขึ้น เพื่อใช้ประกอบการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณ และขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ตามแบบ สผ.9

ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ดำเนินการเสนอขออนุมัติผ่อนผันยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี ห้ามใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/29505 ลงวันที่ 19 ธ.ค. 67 ลงมติอนุมัติให้ยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการห้ามใช้พื้นที่ป่าชายเลน ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 67 ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยการทำ EIA ได้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่และจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่แสดงความคิดเห็น สะท้อนสภาพปัญหาและเสนอแนะแนวทางการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณารูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับพื้นที่ ตลอดจนทบทวนทางเลือกรูปแบบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะจนได้รูปแบบและแนวทางการก่อสร้างในรูปแบบปัจจุบัน โดยคำนึงถึงผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในรายงาน EIA ระบุให้การดำเนินงานโครงการฯ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย มาตรการทั่วไป มาตรการด้านทรัพยากร มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ มาตรการด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ มาตรการด้านคุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และมาตรการด้านคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต

ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขออนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณชายทะเลบางขุนเทียน ที่ดินป่าชายเลนเดิมเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวรแห่งชาติอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2,735 ไร่ จากปัญหาการกัดเซาะที่ดินป่าชายเลนมีความรุนแรงขึ้น สำนักงานเขตบางขุนเทียนจึงทำหนังสือแจ้งกรมป่าไม้ ขอพื้นที่บริเวณป่าชายเลนทั้งหมดให้ กทม. ดูแล และ ครม. (ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน) เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 32 ได้มีมติอนุมัติให้จำแนกพื้นที่ป่าชายเลน (ป่าไม้ถาวร) จำนวน 2,735 ไร่ ออกจากพื้นที่ป่าไม้มอบให้ กทม. ดูแลป้องกันการพังทลายของฝั่งทะเล ปลูกสร้างสวนป่า และเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนย่อนใจแก่ประชาชน ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของโครงการดังกล่าวอยู่บริเวณที่ดินป่าชายเลนและอยู่ในการดูแลของ กทม. มีวัตุประสงค์ของโครงการเป็นไปตามของมติ ครม. วันที่ 25 ก.ค. 32 ซึ่ง กทม. ได้มีหนังสือขอปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 66 ปัจจุบัน กทม. ได้รับใบอนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน โครงการฯ ได้รับงบประมาณประจำปี 2567 วงเงินงบประมาณ 1,620,000,000 บาท โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการ ระยะเวลา 720 วัน เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68 และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 19 ก.ย. 70 พร้อมกันนี้ ได้ว่าจ้างบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง ปัจจุบันมีผลการก่อสร้างประมาณร้อยละ 10 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570

นางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กทม. กล่าวว่า การดำเนินโครงการก่อสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ในภาพรวมด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ชายฝั่ง สำนักงานเขตฯ ได้ติดตามและกำกับการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อผู้ดำเนินโครงการ เพื่อพิจารณาปรับรูปแบบและแนวทางการก่อสร้างให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสอดคล้องกับข้อกังวลของประชาชนทั้งด้านการออกแบบ โดยได้ปรับผังจุดก่อสร้างและจุดชมวิวใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีต้นโกงกางขนาดใหญ่ รวมถึงประสานให้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับเป็นแหล่งอนุบาลต้นโกงกาง เพื่อรองรับกรณีจำเป็นต้องล้อมย้ายต้นโกงกางที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ จำนวนประมาณ 1,714 ต้น

นอกจากนี้ ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตฯ มีหน้าที่ควบคุมและดำเนินการล้อมย้ายต้นโกงกางตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและคงอัตราการเจริญเติบโตของพืชให้มากที่สุด ขณะที่ฝ่ายโยธาอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของแนวอุทิศและรายละเอียดแบบก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและผังเมือง ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ยืนยันการดำเนินโครงการดังกล่าวจะยึดหลักความโปร่งใส ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้เกิดความเหมาะสมสูงสุด

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200