กทม.ลุยปราบปรามการทุจริตเชิงรุก เร่งรัดคดีวินัย นำเทคโนโลยีเสริมความโปร่งใสในการบริหารราชการ

(28 เม.ย.69) ณ ห้องสุทัศน์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร (ศปท. กทม.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันมีความสำคัญมาก ถ้าไม่แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันก็จะส่งผลต่อประเทศชาติ ที่ผ่านมาแม้จะเห็นผลเชิงรูปธรรม แต่ยังต้องปรับปรุงในระดับบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมแฝงอยู่ ซึ่งกรุงเทพมหานครใช้มาตรการเชิงรุกปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มข้น โดยให้ ศปท.กทม. เร่งรัดคดีวินัย พร้อมนำเทคโนโลยีและ AI ยกระดับระบบตรวจสอบ สร้างความโปร่งใสในทุกมิติ

จากผลการดำเนินงาน กทม. ได้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับข้าราชการที่กระทำผิด โดยมีสถิติการจัดการเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายังศูนย์ ศปท.กทม. ตั้งแต่ ปึงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2569 ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 515 เรื่อง จาก 787 เรื่อง โดยมีผู้ถูกลงโทษไล่ออกและปลดออก สะท้อนความจริงจังในการจัดการปัญหาทุจริต ตัวอย่างคดีสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการสถานศึกษา เรียกรับเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด เรียกรับเงินแลกตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายรายได้ เรียกรับเงินช่วยเหลือด้านภาษี นายช่างโยธา เรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้าง

สำหรับสถิติเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566–2569 มีจำนวนรวม 787 เรื่อง โดยเข้าข่ายทุจริต 300 เรื่อง (38.1%) และมีการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจำนวนหนึ่ง ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับปัญหาความล่าช้าในกระบวนการสอบสวนวินัย ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินคดี โดยให้เร่งปรับปรุงระบบ เตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการจัดทำสำนวนและติดตามความคืบหน้าคดี ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบสถานะคดีแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อเกินกรอบเวลา (SLA) เพื่อป้องกันปัญหาคดีล่าช้าหรือขาดอายุความ

นอกจากนี้ กทม. ยังผลักดันการนำมาตรฐาน ISO 37001 ระบบการจัดการต่อต้านการให้สินบน มาใช้ โดยเฉพาะในกระบวนการอนุญาตก่อสร้าง เพื่อลดช่องว่างการทุจริตและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
เน้นปกป้องผู้ปฏิบัติ มุ่งจัดการ “ตัวการใหญ่” จากกรณีปัญหาที่ข้าราชการระดับปฏิบัติการมักต้องรับผิดแทนผู้มีอิทธิพล จึงต้องมีการติดตามคดีเชิงลึกในระดับพื้นที่ พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสโดยไม่เปิดเผยตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปราบปราม

ทั้งนี้ ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ปี 2568 ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีสำนักงานเขตที่ทำคะแนนสูงสุด ได้แก่ เขตราษฎร์บูรณะ 99.25 เขตคันนายาว 98.91 เขตจอมทอง 98.75 ตามลำดับ

การประชุมในวันนี้ นายต่อศักดิ์ โซติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายภาส ภาสสัทธา ผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการจากหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม

#โปร่งใสดี

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200