
(1 เม.ย. 69) เวลา 09.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมมอบนโยบายและจุดเน้นด้านการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “กทม. ปั้นเด็ก สร้างเมือง : คิดเป็น ทำได้ ใช้ชีวิตดี” มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการศึกษา (Education) สู่การเรียนรู้ (Learning) ผ่าน 7 สมรรถนะหลัก เพื่อสร้างนวัตกรตัวน้อยที่จะเติบโตไปพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า การศึกษาเป็นเรื่องยากไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำในระยะยาวไม่ใช่ทำเพียงแค่ชั่วค่ำคืน เหมือนคำพูดที่บอกว่าการจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน ต้องอาศัยการร่วมมือกันของทุกคนในชุมชน ก็เหมือนกับตอนนี้ตรงที่หน่วยงานต่างๆก็ต้องร่วมมือกัน หัวใจสำคัญก็คือแต่ละโรงเรียนเอาความหลากหลายของตนเองมาผสมผสานในการเรียนให้เป็นหนึ่งเดียวและขยายผล และต้องวิเคราะห์ดูว่าทำอย่างไรให้เป็นความหลากหลายนี้ สามารถสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันได้ในมิติของการศึกษา อย่าต่างคนต่างทำ และหัวใจของนโยบายนี้ คือ คุณครูจะสอนอย่างไรให้เด็กคิดเป็นทำเป็น ขอขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่พยายามปั้นเด็กสร้างเมืองเพราะว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
จาก “ห้องเรียน” สู่ “ห้องเรียนรู้” : ปั้นนวัตกรขับเคลื่อนเมือง
กรุงเทพมหานครไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ต้องการสร้าง “พลเมืองที่เข้มแข็ง” โดยการนำ 7 สมรรถนะหลัก (Core Competencies) มาบูรณาการเข้ากับทุกรายวิชา เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) สำหรับ 7 สมรรถนะหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของนักเรียน กทม. ประกอบด้วย
- การจัดการตนเอง : รู้จักคุณค่าในตนเอง มีเป้าหมาย และรับมือวิกฤตได้
- การคิดขั้นสูง : คิดอย่างมีวิจารณญาณ สร้างสรรค์ และมีทักษะแก้ปัญหา
- การสื่อสาร : รับ-ส่งสารอย่างสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง
- การทำงานเป็นทีม : มีภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี จัดการความขัดแย้งได้อย่างสร้างสรรค์
- การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ : เข้าใจสิ่งแวดล้อมและใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
- พลเมืองที่เข้มแข็ง : รู้สิทธิ หน้าที่ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
- การสร้างสรรค์นวัตกรรม : พร้อมปรับตัวต่อเทคโนโลยีและโลกอาชีพแห่งอนาคต
“เด็กคือพื้นฐานของเมือง และพวกเขาคือเจ้าของเมืองในอนาคต การปั้นเด็กให้มีสมรรถนะที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงที่สุดให้กับกรุงเทพมหานคร” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านรองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า จากการเริ่มนำร่องในปีการศึกษา 2568 พบว่านักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร มีพัฒนาการที่น่าทึ่ง สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาชุมชนและเมืองได้จริง ตลอดจนมีความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Literacy) รู้เท่าทันสื่อ และใฝ่เรียนรู้นอกห้องเรียน ในปีการศึกษา 2569 นี้ กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นที่จะฝังรากสมรรถนะทั้ง 7 ประการนี้ให้กลายเป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมให้นักเรียนทุกคนเติบโตไปเป็น “นวัตกร” และ “พลเมืองคุณภาพ” ที่พร้อมพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง และเชื่อมั่นว่ารากฐานนี้จะคงอยู่ในตัวของนักเรียนทุกคนตลอดไป เด็กๆ ก็เปรียบเสมือนดอกไม้หลากรูปแบบหลากสีสัน ดอกไม้ทุกดอกบานได้ ถ้าเราเตรียมดินให้พร้อม และเรากำลังเตรียมดินและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกเมล็ดพันธุ์
ซึ่งนอกจาก 7 สมรรถนะหลัก เพื่อสร้างนวัตกรตัวน้อยแล้ว ในระดับผู้บริหารก็ต้องมี 5 สมรรถนะ ผู้บริหารแห่งอนาคต คือ การปรับตัวของผู้นำ การมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติ การนำนวัตกรรมการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการตัดสินใจด้วยฐานข้อมูล
ในการนี้ คณะผู้บริหาร ผู้บริหารจากสำนักการศึกษา ผู้อำนวยการเขต และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมรับฟังทิศทางก้าวต่อไปของโรงเรียน และ เยี่ยมชมนิทรรศการจากโรงเรียนต่างๆ อาทิ โรงเรียนบ้านบางกะปิ โรงเรียนหนองจอกวิทยานุสรณ์ โรงเรียนวัดปากบ่อ ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง
#โรงเรียนกทมเปลี่ยนไปแล้ว #เรียนดี #กทมปั้นเด็กสร้างเมือง
————————


