
(31 มี.ค. 69) เวลา 13.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตธนบุรี
ตรวจเยี่ยมห้องหลบร้อน ศูนย์นันทนาการวัดเวฬุราชิณ ซึ่งเขตฯ ร่วมกับศูนย์นันทนาการวัดเวฬุราชิณ จัดทำห้องหลบร้อน บริเวณห้องนันทนาการ ชั้น 1 โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการพักผ่อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน จัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 10.00-15.00 น. นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณห้องฝ่ายทะเบียน ชั้น 1 สำนักงานเขตธนบุรี โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และจุดหลบร้อนภายในสวนสาธารณะ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดที่กำลังจะมาถึงในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) และจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 305 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 100 แห่ง (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป) โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์นันทนาการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง สำนักงานเขต 50 แห่ง ชุมชน 1 แห่ง โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งภายในห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงยาเวชภัณฑ์และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน จำนวน 178 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ 48 แห่ง สวน 15 นาที 130 แห่ง อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ในการเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info
พัฒนาสวน 15 นาที สวนรวมพลัง ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร จนถึงใต้สถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตร ถนนราชพฤกษ์ จัดทำทางเดินวิ่งออกกำลังกายด้วยแอสฟัลต์ ตั้งวางโต๊ะม้านั่งทำจากตอไม้ประดู่ ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนร่วมแรง พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 1 พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 2.สวน 15 นาที ภายในสำนักงานเขตธนบุรี พื้นที่ 100 ตารางเมตร (วัดเวฬุชิณ) 3.สวนร่วมใจ พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 2 ขนาดพื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 4.สวนลานเพลิน ข้างสถานีรถไฟวุฒากาศ พื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย 5.สวนหย่อม 12 สิงหา เฟส 2 พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 6.สวนหน้าวัดบุปผาราม พื้นที่ 400 ตารางเมตร 7.สวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าสำนักเทศกิจ พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร 8.สวนรวมพลัง พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 3 พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 9.สวนสถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตร เฟส 3 พื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 10.สวนหย่อมริมคลองสมเด็จเจ้าพระยา พื้นที่ 800 ตารางเมตร ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ ออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดทำสวนอย่างแท้จริง รวมถึงดูแลบำรุงรักษาสวนที่จัดทำเสร็จแล้วให้มีความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ
ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการก่อสร้างคอนโดเฟล็กซี่ ริเวอร์วิว-เจริญนคร (FLEXI RIVERVIEW-CHAROENNAKORN) ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารพักอาศัย ความสูง 33 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งเป็นการติดตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความสูงของรั้วโดยรอบทุกด้านให้มีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำด้านหน้าทางเข้า-ออกโครงการและพื้นที่โดยรอบให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเปิดตลอดเวลาทำการก่อสร้าง ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกที่ผ่านเข้า-ออกโครงการ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ พื้นที่ 181 ไร่ มีข้าราชการและบุคลากร 2,218 คน ประชาชนที่มาติดต่อราชการ 2,500 คน/วัน ผู้ป่วยใน 330 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่ปี 2565 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะรีไซเคิล คัดแยกจำหน่ายให้กับบริษัทเอกชัยรีไซเคิลเข้ามารับโดยตรง 2.ขยะอินทรีย์ เข้าร่วมกับโครงการไม่เทรวม คัดแยกให้เขตฯ เข้ามาจัดเก็บ 3.ขยะอันตราย คัดแยกนำส่งให้กับรถเขตฯ เข้ามาจัดเก็บ 4.ขยะติดเชื้อ บรรจุถุงสีแดง ใส่ถังสีแดง บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด เข้ามาจัดเก็บ 5.ขยะทั่วไป บรรจุถุงสีดำ ใส่ถังสีเขียวรถเขตฯ เข้ามาจัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 103,630 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 77,000 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 6,628 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 4,052 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 950 กิโลกรัม/เดือน ขยะติดเชื้อหลังคัดแยก 15,000 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลบางชนิดที่สามารถแยกออกมาจากขยะทั่วไป นำมาล้างทำความสะอาด เป็นการเพิ่มมูลค่าจากขยะรีไซเคิลได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 36 ราย ได้แก่ 1.ตลาดดาวคะนองทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 18 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-22.00 น. 2.ตลาดเดินเล่น ถนนรัชดาภิเษก (ตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่า) ผู้ค้า 18 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-22.00 น. ซึ่งในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.บริเวณตลาดสำเหร่ทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขาเข้า ผู้ค้า 60 ราย ฝั่งขาออก ผู้ค้า 14 ราย รวมผู้ค้า 74 ราย โดยมีผู้ค้า 59 ราย ได้รับเงินค่าทดแทนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 2.บริเวณสี่แยกบ้านแขก ผู้ค้า 43 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน เขตฯ ยกเลิกทั้งหมดแล้ว ซึ่งในปี 2567 ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าสถานีรถไฟตลาดพลู ซอยเทอดไทย 25 ผู้ค้า 15 ราย 2.ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 19-21 ผู้ค้า 13 ราย ต่อมาในปี 2568 ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า ซอยอิสรภาพ 13-15 ผู้ค้า 33 ราย และยุบรวมพื้นที่ทำการค้าหน้าคอนโด Whizdom ถนนรัชดาภิเษก ผู้ค้า 13 ราย ยุบรวมเข้าไปอยู่ในจุดทำการค้าถนนรัชดาภิเษก นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker Center ใต้สะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ ผู้ค้า 46 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบในพื้นที่
ในการนี้ ว่าที่ร้อยตรีเดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตธนบุรี ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ห้องหลบร้อน #BKKCoolingCenter
#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


