(13 มี.ค. 69) เวลา 14.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจพื้นที่เขตบางคอแหลม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

** ชมตลาดเสรี 2 บริหารจัดการขยะครบวงจร ต้นแบบตลาดสะอาด
ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานคัดแยกขยะ บริเวณตลาดเสรี 2 ถนนเจริญกรุง พื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ร้านค้า 70 ร้าน โดยตลาดได้เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 การคัดแยกขยะของตลาด โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะทั่วไป จัดตั้งถังรองรับมูลฝอยทั่วไป โดยผู้ค้าจะนำขยะมาทิ้งบริเวณจุดที่กำหนด เขตฯ จัดเก็บทุกวัน ในช่วงเวลา 21.00–22.00 น. 2.ขยะรีไซเคิล ตลาดดำเนินการบริหารจัดการเอง โดยมีการจัดเก็บและรวบรวมไว้ บริเวณจุดจัดเก็บขยะรีไซเคิล เมื่อมีปริมาณมากเพียงพอจะนำไปจำหน่าย เพื่อนำรายได้มาเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากรของตลาด 3.ขยะอินทรีย์ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าคัดแยกเศษอาหาร โดยจัดตั้งถังรองรับขยะเศษอาหาร และนำไปรวบรวมไว้บริเวณห้องพักขยะเศษอาหาร ซึ่งจะมีเกษตรกรมารับทุกวัน ในช่วงเวลา 13.00–15.00 น. 4.ขยะอันตราย มีการจัดพื้นที่สำหรับเก็บรวบรวมมูลฝอยอันตรายโดยเฉพาะ และประสานเขตฯ จัดเก็บ เมื่อมีปริมาณมาก ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวชื่นชมตลาดเสรี 2 ซึ่งมีการบริหารจัดการที่ดี มีการคัดแยกขยะตามประเภทที่กำหนด อีกทั้งมีการจัดโซนประเภทสินค้าอย่างชัดเจน ทำให้ตลาดมีความเป็นระเบียบ สะอาด และถูกสุขลักษณะ สินค้ามีความหลากหลาย ทั้งอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ ผัก ผลไม้ และของใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้มาใช้บริการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกและมั่นใจในคุณภาพ
** เร่งก่อสร้างรางระบายน้ำคลองสวนหลวง พร้อมพัฒนาพื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ติดตามโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) คลองสวนหลวง บริเวณชุมชนสวนหลวง 1 ถนนเจริญกรุง 103 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลอง รวมถึงปรับปรุงสภาพพื้นที่โดยรอบ โครงการประกอบด้วย การก่อสร้างรางระบายน้ำ ค.ส.ล. กว้าง 3 เมตร ยาว 520 เมตร พร้อมติดตั้งราวเหล็กกันตกตลอดแนวความยาวรวม 1,040 เมตร และติดตั้งบันไดเหล็ก 10 แห่ง นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงพื้นทางเดิน ค.ส.ล. ที่ชำรุด พื้นที่ 2,340 ตารางเมตร โดยปูทรายหยาบรองพื้นอัดแน่นและก่อสร้างพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหนา 0.10 เมตร รวมทั้งปรับปรุงสะพานทางเดิน 26 แห่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนสวนหลวง 1 ชมการสาธิตการทำข้าวยำปักษ์ใต้ สูตรเพื่อสุขภาพ การทำจุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) สำหรับปรับสมดุลดิน บำบัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่นเหม็น โดยมอบหมายให้เขตฯ พิจารณาจัดหาตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
** พัฒนาห้องเรียนปลอดฝุ่น ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนชุมชนสวนหลวง 1
ต่อมาตรวจเยี่ยมห้องเรียนปลอดฝุ่น ศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนก่อนวัยเรียน ชุมชนสวนหลวง 1 ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนสวนหลวง 1 ตั้งอยู่ที่ซอยเจริญกรุง 103 โดยใช้พื้นที่ของสำนักงานพระคลังข้างที่ มีครูและบุคลากร จำนวน 9 คน ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปฐมวัย จากข้อมูลสถิติจำนวนเด็ก ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ชั้นเตรียมอนุบาลมีเด็กชาย 9 คน เด็กหญิง 15 คน รวม 24 คน ชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีเด็กชาย 18 คน เด็กหญิง 12 คน รวม 30 คน ชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีเด็กชาย 15 คน เด็กหญิง 12 คน รวม 27 คน และชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีเด็กชาย 17 คน เด็กหญิง 10 คน รวม 27 คน รวมเด็กทั้งหมด 108 คน แบ่งเป็นเด็กชาย 59 คน และเด็กหญิง 49 คน ปัจจุบันโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับเด็กเล็ก อยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเขตบางคอแหลม เพื่อจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น PM2.5 ให้กับเด็กภายในศูนย์ และมีแผนจะขยายโครงการไปยังศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนโรงแก้วเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง สำหรับสถิติจำนวนเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในชุมชนเขตบางคอแหลม ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย ศูนย์วัดพระยาไกรระยะ 3 มีเด็ก 23 คน ครู 2 คน ศูนย์วัดไผ่เงิน มีเด็ก 21 คน ครู 1 คน ศูนย์โรงแก้ว มีเด็ก 20 คน ครู 3 คน ศูนย์หลังสามร้อยห้อง (1) มีเด็ก 36 คน ครู 3 คน ศูนย์สวนหลวง 1 มีเด็ก 108 คน ครู 9 คน และศูนย์อาคารสงเคราะห์บางคอแหลม มีเด็ก 12 คน ครู 2 คน รวมทั้งสิ้นมีเด็กจำนวน 220 คน และครูจำนวน 20 คน
** เปิดบ้านหนังสือเจริญราษฎร์ เป็นห้องหลบร้อนควบคู่แหล่งเรียนรู้ของชุมชน
ตรวจเยี่ยมบ้านหนังสือเจริญราษฎร์ และห้องหลบร้อน ถนนเจริญราษฎร์ 10 ด้วยกายภาพของบ้านหนังสือเจริญราษฎร์ที่มีพร้อม สำหรับเป็นจุดพักผ่อน แหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป เขตฯ จึงได้เพิ่มเติมอรรถประโยชน์ของบ้านหนังสือเสมือนเป็นห้องหลบร้อน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการคลายร้อน พักผ่อน อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน โดยจัดเตรียมน้ำดื่มสะอาด จุดพักผ่อน ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้นไว้ในบ้านหนังสือเจริญราษฎร์แห่งนี้
** พัฒนาสวน 15 นาที สวนเจริญรักษ์–สวนเจริญราษฎร์นฤมิต เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน
เยี่ยมชมการพัฒนาสวน 15 นาที สวนเจริญรักษ์ ถนนเจริญราษฎร์ 10 พื้นที่ 1 งาน 87 ตารางวา ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่ว่างข้างบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานคร ชุมชนสวนสุขภาพ (บ้านหนัวสือเจริญราษฎร์) ปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดทำทางเดินวิ่ง ทาสีลวดลายบนพื้นตัวหนอน ตั้งวางม้านั่ง จัดทำชิงช้า ปูหญ้า ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน จากนั้นเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อเปิดสวน 15 นาที สวนเจริญราษฎร์นฤมิต ริมถนนเจริญราษฎร์ 7 พื้นที่ 875 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสวน 15 นาที ลำดับที่ 9 ที่เขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่ว่าง จัดเก็บขยะใบไม้แห้ง กำจัดวัชพืช จัดทำทางเดินวิ่งรอบสวน ลานโรยกรวด ทาสีลวดลายบนพื้นตัวหนอน ตั้งวางม้านั่งจากตอไม้ ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ รวมถึงตัดแต่งกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน สำหรับชื่อ สวนเจริญราษฎร์นฤมิต มีความหมายว่า การสร้างความเจริญ ความสุขที่เข้าถึงได้ให้แก่ทุกคน ในโอกาสนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ปลูกต้นพิกุลทอง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่นสวยงามภายในสวนดังกล่าว สำหรับต้นพิกุลทอง เป็นไม้มงคลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ดอกมีสีขาวนวลและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลเมื่อใกล้โรย กลิ่นหอมเย็นออกตลอดปี เชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สถิตของเทวดา นิยมปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้อายุยืนยาว แข็งแรงทนทาน ทนน้ำท่วมขังได้ดี ในส่วนของต้นไม้ที่ปลูกในสวนเจริญราษฎร์นฤมิต ได้แก่ ต้นพิกุล ต้นไทรเกาหลี ต้นเทียนทอง ต้นเฟื่องฟ้า ต้นแดงชาลี ต้นชาดัด ต้นเข็มแคระสีขาวและสีชมพู ต้นเพชรพลอย ต้นฟ้าประทานพร และต้นคุณนายตื่นสาย รวม 9,491 ต้น แบ่งเป็น ไม้ยืนต้น 1 ต้น ไม้พุ่ม 3,520 ต้น และไม้อื่น ๆ 5,970 ต้น
** ศูนย์บริการสาธารณสุข 18 เปิดห้องหลบร้อนดูแลประชาชน
ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการสาธารณสุข 18 มงคล-วอน วังตาล สำนักอนามัย ซึ่งได้จัดทำเป็นห้องหลบร้อน เปิดบริการทุกวันเวลา 11.00-15.00 น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ได้มีสถานที่พักผ่อนคลายร้อนและหลีกเลี่ยงอันตรายจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ภายในห้องหลบร้อนได้จัดเตรียมพื้นที่นั่งพัก เครื่องปรับอากาศ น้ำดื่ม และคำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อน และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมในช่วงฤดูร้อน
** ปรับปรุงทางเท้าซอยจันทน์ 43 เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร
จากนั้นติดตามโครงการปรับปรุงทางเท้า ซอยจันทน์ 43 ช่วงจากซอยจันทน์ 43 แยก 33 ถึงบ้านเลขที่ 931/1 ตามโครงการถนนสวย เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจรของประชาชน การปรับปรุงประกอบด้วย การรื้อถอนทางเท้าและคันหินเดิมที่ชำรุด รวมพื้นที่ 1,273 ตารางเมตร และคันหินยาว 395 เมตร พร้อมปรับระดับพื้นทางเท้าเดิมและบดอัดให้แน่น จากนั้นจะก่อสร้างคันหินใหม่ สร้างช่องรับน้ำ และปรับปรุงขอบบ่อพักท่อระบายน้ำ รวมถึงติดตั้งฝาบ่อพักใหม่รวม 37 แห่ง นอกจากนี้จะปูกระเบื้องซีเมนต์ทางเท้าใหม่ตลอดแนว และก่อสร้าง ทางลาดทางเท้า 12 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถเข็น ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพทางเท้าให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ เน้นย้ำผู้รับจ้างในเรื่องของความปลอดภัย ไม่เปิดฝาบ่อพักน้ำทิ้งไว้ จัดวางแผ่นกระเบื้องให้เป็นระเบียบ เว้นช่องทางเดินสัญจรให้ประชาชนสามารถเดินผ่านได้อย่างสะดวก และติดตั้งป้ายเตือนในจุดที่มีการดำเนินงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง พร้อมทั้งกำชับให้ผู้รับจ้างเร่งดำเนินงานปรับปรุงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้น้อยที่สุด
** ส่งเสริมสุขภาพประชาชน ผ่านกิจกรรมเต้นบาสโลบ
ตรวจเยี่ยมโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) ส่งเสริมสุขภาพด้วยการเต้นบาสโลบ บริเวณสวนสะพานพระราม 3 ถนนมไหสวรรย์ โครงการเต้นบาสโลบและไลน์แดนซ์ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้สูงอายุ วัยทำงาน และเด็กและเยาวชน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีช่วงอายุตั้งแต่ 9 ปี ถึง 85 ผลจากการดำเนินโครงการทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตที่แจ่มใส และเกิดเครือข่ายของคนที่รักการออกกำลังกายในชุมชน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจคณะทำงาน ผู้ฝึกสอน และประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ในการนี้ นายปวิน แพทยานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางคอแหลม นางสาวอรชา มุ้ยเสมา ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารเขตบางคอแหลม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานข้อมูล
—– (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)


