
(13 มี.ค. 69) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ หัวข้อการพัฒนาสุขภาพดีและนวัตกรรมเมืองด้านสุขภาพ แก่คณะดูงานหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ.3) โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ร่วมกล่าวต้อนรับ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เขตดินแดง
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครทำงานแบบ ‘4 เกลียว’ ผสานกับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญ นอกจากนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากโรงพยาบาลเอกชนและร้านขายยา ซึ่งถือเป็นพันธมิตรในการดูแลประชาชน เช่น โครงการส่งยาไปยังร้านยาใกล้บ้าน หรือการที่คนไข้สามารถเข้ารับบริการที่ร้านยาที่จดทะเบียนกับสภาเภสัชกรรม
•การบูรณาการข้อมูลและการเชื่อมโยงสถานพยาบาล
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กทม. ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับสถานพยาบาลกว่า 8,800 แห่ง ทั้งร้านยา คลินิกชุมชนอบอุ่น แพทย์แผนไทย และเทคนิคการแพทย์ ผ่านระบบ Health Link ทำให้โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทั้งหมดสามารถส่งต่อข้อมูลถึงกันได้ หากระบบนี้เชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการรักษาพยาบาลไม่ว่าประชาชนจะเดินทางไปที่ใด
•นวัตกรรมศูนย์ Command Center และระบบจราจรอัจฉริยะ
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวต่อไปว่า กทม. กำลังพัฒนา Command Center ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ เพื่อบริหารจัดการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ โดยเชื่อมโยงกล้อง CCTV กว่า 60,000 ตัว รวมถึงกล้องจราจรและกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างภาพจำลองเมืองเสมือนจริงในการบริหารจัดการเหตุการณ์ ใช้ระบบ Adaptive Traffic Control ใช้ AI ปรับสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสม โดยตั้งเป้าครอบคลุม 120 แยกภายใน 2 เดือนข้างหน้า
•การยกระดับบริการสุขภาพเชิงรุก ศูนย์ UMSC และ Motorlance กู้ชีพ 8 นาทีทอง
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวอีกว่า กทม. เรามุ่งเน้นการตรวจสุขภาพเชิงรุกตามนโยบายตรวจสุขภาพล้านคน โดยศูนย์ UMSC จะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างสำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ เพื่อทลายการทำงานแบบแยกส่วน ทั้งนี้ “ในภาวะฉุกเฉิน ผู้ป่วยต้องการรถพยาบาลหรือต้องการบุคลากรทางการแพทย์?” มอเตอร์แลนซ์ทำเวลาเข้าถึงที่เกิดเหตุเฉลี่ย 7.41 นาที ขณะเดียวกันแก้ปัญหาขาดแคลนคนขับด้วยการนำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีทักษะกู้ภัยมาฝึกอบรมเป็นพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (EMG) เป็นการบูรณาการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวในช่วงท้ายว่า นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการสร้างแอปพลิเคชันแต่คือนวัตกรรมเชิงกระบวนการและสังคม การเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลชีวิตประชาชน
ทั้งนี้ สถาบันมหิตลาธิเบศรร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) ให้กับผู้บริหารระดับสูงทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 137 คน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 – สิงหาคม 2569 และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ.3) ให้กับผู้บริหารระดับกลาง ที่เป็นทรัพยากรสำคัญที่จะต้องเติบโตเป็นผู้นำในอนาคต ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ แก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 100 คน ระหว่างเดือนมกราคม- กันยายน 2569
#กทม #สุขภาพดี


