ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุย “นางลิ้นจี่” กำชับเก็บงาน เคลียร์สิ่งกีดขวาง ทำให้จบอย่างมีคุณภาพ

(21 ก.พ. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเท้าถนนนางลิ้นจี่ ทั้ง 2 ฝั่ง พื้นที่เขตสาทรและเขตยานนาวา ระยะทางรวม 2.8 กิโลเมตร ช่วงถนนสวนพลูถึงถนนพระรามที่ 3 ดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางเท้าใหม่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพทางเท้าให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรมกับทุกคน ตามหลัก Universal Design ทั้งนี้ โครงการปรับปรุงทางเท้าถนนนางลิ้นจี่ ปัจจุบันมีความคืบหน้าจะเกินร้อยละ 86 แต่ยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องกำกับดูแล ประกอบด้วย

🌟สิ่งกีดขวางเดิมบนทางเท้า อาทิ เสาไฟฟ้า ตู้สาธารณูปโภค และป้ายโฆษณา ซึ่งต้องประสานหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อรื้อย้ายหรือปรับตำแหน่งให้สอดคล้องกับแนวทางเท้าใหม่

🌟ทางเข้า-ออกอาคารและซอย เนื่องจากอาคารและที่พักอาศัยเดิมมีระดับแตกต่างกัน การปรับระดับคันหิน (Kerb) ให้เหลือ 10 เซนติเมตร จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการทำทางลาดให้เชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม ไม่กระทบการใช้งานของเจ้าของอาคาร และคงไว้ซึ่งความปลอดภัยของผู้เดินเท้า

🌟ระบบระบายน้ำใต้ดิน โครงการครอบคลุมการเปลี่ยนฝาบ่อพักและเชื่อมต่อท่อระบายน้ำใหม่ หากพบความเสียหายของท่อเดิม หรือเกิดปัญหาดินทรุดตัวใต้ผิวทาง (Sinkhole) อาจส่งผลให้ต้องปรับแผนการทำงานเพื่อแก้ไขให้ได้มาตรฐานก่อนดำเนินการเทคอนกรีต

🌟การจราจรและข้อจำกัดพื้นที่หน้างาน ถนนนางลิ้นจี่เป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น และมีสถานศึกษาในพื้นที่หลายแห่ง จึงต้องกำหนดช่วงเวลาเข้าทำงานของเครื่องจักรอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ผู้ปกครอง และนักเรียน

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายสำนักการโยธาเร่งรัดโครงการปรับปรุงทางเท้าถนนนางลิ้นจี่ให้แล้วเสร็จตามแผน การดำเนินงานทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามมาตรฐานทางเท้าใหม่ของกรุงเทพมหานคร และหลัก Universal Design เพื่อให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนทุกกลุ่มสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง ในส่วนของสิ่งกีดขวางบนทางเท้า ได้กำชับให้ประสานหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวงเพื่อปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวทางเท้าใหม่ สำหรับการปรับระดับคันหินให้เหลือ 10 เซนติเมตร ต้องดำเนินการควบคู่กับการปรับทางเข้า-ออกอาคารให้เชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม ไม่สร้างภาระหรือผลกระทบต่อเจ้าของอาคาร และไม่ก่อให้เกิดจุดเสี่ยงใหม่

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ตรวจสอบระบบระบายน้ำใต้ดินอย่างละเอียด หากพบท่อชำรุดหรือดินทรุดตัว ต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนปิดผิวทาง เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำในระยะยาว นอกจากนี้ เนื่องจากถนนนางลิ้นจี่เป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นและมีสถานศึกษาในพื้นที่หลายแห่ง จึงขอให้วางแผนการทำงานและการใช้เครื่องจักรในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
——

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200