
(19 ก.พ. 69) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบึงกุ่ม
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารสงเคราะห์ข้าราชการและลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร บึงกุ่ม อาคารชุดพักอาศัย 3 อาคาร ความสูง 9 ชั้น จำนวน 324 ห้อง มีผู้พักอาศัย 226 ห้อง ห้องว่าง 98 ห้อง วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ ผู้พักอาศัยคัดแยกขยะจากบนห้องที่พักอาศัย นำมาทิ้งที่จุดทิ้งรวม 2.ขยะรีไซเคิล แม่บ้านประจำแต่ละอาคารคัดแยกขยะรีไซเคิล นำไปขายเอง 3.ขยะทั่วไป คัดแยกบางส่วนจากบนห้องที่พักอาศัย แต่นำทิ้งปนกันที่จุดทิ้งรวม 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย นำมาทิ้งที่จุดทิ้งรวม สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนและหลังคัดแยก 296 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายก่อนและหลังคัดแยก 0.66 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
พัฒนาสวน 15 นาที บริเวณโคก หนอง นา บึงกุ่ม ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่ว่างให้เป็นสวนในรูปแบบโคก หนอง นา โดยออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โคก พื้นที่ยกระดับสำหรับปลูกป่าและเป็นที่อยู่อาศัย หนอง บ่อกักเก็บน้ำและเลี้ยงสัตว์น้ำ และ นา สำหรับปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นคีเปล เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความร่มรื่นสวยงามภายในสวนดังกล่าว สำหรับต้นคีเปล (Kepel) เป็นไม้ยืนต้นวงศ์กระดังงาหายาก มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย โดดเด่นด้วยผลที่ออกตามลำต้น รสหวานหอม โดยมีความเชื่อโบราณที่ว่ากินแล้วจะทำให้เหงื่อ ปัสสาวะ และกลิ่นกายหอมชวนหลงใหล เนื้อในสีเหลืองฉ่ำน้ำ ปลูกได้ดีในไทย โตไว และติดผลภายใน 2-3 ปี ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่ 6 ไร่ 2.สวนหมู่บ้านเสริมมิตร พื้นที่ 79 ตารางวา 3.อุทยานบึงบัวบึงกุ่ม พื้นที่ 11 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1.สวนโรงเรียนวัดนวลจันทร์ พื้นที่ 450 ตารางเมตร 2.สวนหมู่บ้านทวีสุข-นาริสา ด้านหน้าทางเข้าสวนป่าชุ่มน้ำบางกอก พื้นที่ 216 ตารางเมตร 3.สวนริมคลองลำพังพวย ซอยนวมินทร์ 53 (หน้าร้านนิตยาไก่ย่าง) พื้นที่ 550 ตารางเมตร 4.สวนสำนักงานเขตบึงกุ่ม พื้นที่ 760 ตารางเมตร 5.สวนกุ่มดี Pocket Park ริมคลองบางเตย (หลังวัดบางเตย) ซอยนวมินทร์ 58 พื้นที่ 190 ตารางเมตร 6.โคก หนอง นา บึงกุ่ม พื้นที่ 1,990 ตารางเมตร 7.สวนริมบึงพังพวย พื้นที่ 666 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 8.สวนบุญถาวร สาขาเกษตรนวมินทร์ พื้นที่ 10 ไร่ อยู่ระหว่างการตอบรับ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่เพื่อจัดทำสวน 15 นาที ให้ครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่ และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการแกรนดิโอ เกษตร-นวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 42 แยก 25-1-1 ถนนประเสริฐมนูกิจ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 117 ยูนิต ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้าง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความสูงของรั้วโดยรอบให้มีความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่รกร้างและการลักลอบทิ้งขยะ บริเวณถนนนวมินทร์ 111 แยก 4 ซึ่งเขตฯ ได้ประสานเจ้าของที่ดินดำเนินการพัฒนาพื้นที่ จัดทำแนวรั้วล้อมรอบให้มิดชิด เพื่อป้องกันการบุกรุกและลักลอบทิ้งขยะ นอกจากนี้ เขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประกาศห้ามทิ้งขยะ สำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หากพบว่าไม่มีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เจ้าของที่ดินปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า จะจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบนำขยะชิ้นใหญ่และเศษวัสดุจากการก่อสร้างมาทิ้งในพื้นที่
พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ ไม่มีพื้นที่ทำการค้าแล้ว ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.ซอยประเสริฐมนูกิจ 33, 36, 42 ถนนประเสริฐมนูกิจ ผู้ค้า 10 ราย 2.หน้าบริษัทสยามกีฬา ซอยรามอินทรา 40 ผู้ค้า 12 ราย ต่อมาปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด คือซอยเสรีไทย 9-11 ถนนเสรีไทย ผู้ค้า 15 ราย และในปี 2569 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้าที่เหลืออีก 2 จุด ได้แก่ 1.ซอยนวลจันทร์ 18-64 ถนนนวลจันทร์ ผู้ค้า 34 ราย 2.หน้าตลาดอินทรารักษ์ ซอยนวมินทร์ 73-77 ถนนนวมินทร์ ผู้ค้า 35 ราย
ในการนี้ นางสาวเบญจพร ศักดิ์เรืองแมน ผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบึงกุ่ม ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ปลอดภัยดี
#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


