(12 ก.พ. 69) ณ เมืองเดลฟท์ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร หารือร่วมกับ Deltares สถาบันวิจัยด้านน้ำระดับโลก เพื่อยกระดับการจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครด้วยนวัตกรรมที่พิสูจน์ผลแล้วจากเนเธอร์แลนด์และพื้นที่นำร่องในไทย

Deltares สถาบันวิจัยด้านน้ำระดับโลก ได้นำเสนอ 3 นวัตกรรมสำคัญรับมือน้ำท่วมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- นวัตกรรมการรับมือการกัดเซาะชายฝั่งด้วยวิธีการธรรมชาติ เรียกว่า “Sand Motor” หรือ “Sand Engine” ด้วยการนำทรายจากในทะเลเหนือ (North Sea) ปริมาณกว่า 21 ล้านลูกบาศก์เมตร มาเทลงบริเวณชายฝั่งเพื่อสร้างคาบสมุทรจำลอง และปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาทรายไปเติมเต็มชายหาดต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างชายฝั่งอย่างยั่งยืน กว่า 20 ปี โดยไม่ต้องเติมทรายซ้ำบ่อย และไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมเพราะออกแบบมาให้ทรายเคลื่อนตัวเอง และสร้างสันดอนทรายใหม่เองตามธรรมชาติ
- แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI) SFINCS Model (Super-Fast Inundation Decision Support) แบบจำลองความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับมือ Compound Flooding (ฝนตกหนัก+น้ำหลาก+น้ำหนุน) โดยเฉพาะ สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อจำลองฉากทัศน์น้ำท่วมล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แม้ว่ามนุษย์จะควบคุมภัยพิบัติไม่ได้ แต่เราสามารถคาดการณ์และควบคุมผลกระทบได้ ทั้งนี้ Deltares ได้จำลองโมเดล SFINCS กรณีศึกษาน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ ที่เป็นอุทกภัยแบบที่เรียกว่า Compound flooding จาก 3 สาเหตุหลัก ทั้งฝนตกหนัก น้ำหลาก และน้ำทะเลหนุนสูงในทะเลสาบสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
- ชุดเครื่องมือดิจิทัล Climate Resilient Toolbox แพลตฟอร์มจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้บริหารเมืองสามารถเลือกใช้วิธีรับมือภัยพิบัติด้วยแนวทางธรรมชาติ (Nature-based Solutions) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการตัดสินใจโดยไม่ต้องลองผิดลองถูกในพื้นที่จริง
Deltares สถาบันวิจัยด้านน้ำระดับโลก เป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านน้ำและมีประสบการณ์อันยาวนาน จากการศึกษาวิเคราะห์ในเนเธอร์แลนด์ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญความท้าทายด้านน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงเทพมหานครที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเช่นเดียวกัน ซึ่ง Deltares ได้ดำเนินความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง การหารือกับ Deltares ครั้งนี้จึงเป็นจุดสำคัญของการสานต่อความร่วมมือเพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพมหานคร ด้วยนวัตกรรมที่พิสูจน์ผลแล้วจากเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่เชี่ยวชาญในการจัดการน้ำ และอยู่อาศัยร่วมกับน้ำได้ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังเมืองอูเทรคท์ ที่มีโครงการฟื้นฟูเมืองอันโดดเด่นคือ การเปลี่ยนถนนให้กลับมาเป็นคลอง Cartharisijnesingel จากเดิมที่เมืองพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเทา อย่างถนนและทางด่วนต่าง ๆ เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1970 เพื่อรองรับการใช้รถยนต์ สู่การคืนคลองให้ประชาชน ที่เรียกร้องให้คืนพื้นที่สีเขียวให้เมือง เมื่อปี ค.ศ. 2020 โครงการฟื้นฟูนี้เป็นส่วนหนึ่งของการนำ Climate Resilient Toolbox มาใช้จริง โดยคำนึงถึงมิติต่าง ๆ ได้แก่ การจัดการน้ำ โดยคืนคลองให้เป็นแก้มลิงของเมือง ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน รวมทั้งส่งเสริมระบบนิเวศ เพื่อเป็นแหล่งอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ ช่วยสร้างความสมดุลทางชีวภาพในเมือง
ผลลัพธ์ที่ได้นำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีฟ้าเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางธรรมชาติ เป็นคลองที่มีน้ำสะอาด และมีคุณภาพ เป็นพื้นที่ทางสังคม ทั้งสวนสาธารณะ เส้นทางเรือเพื่อการท่องเที่ยว เส้นทางจักรยาน อาคารจอดจักรยาน ทางเดินและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมน้ำ จุดเด่นที่สุดของ Catharijnesingel คือคุณภาพน้ำที่สะอาดจนประชาชนสามารถลงไปว่ายน้ำและทำกิจกรรมนันทนาการได้อย่างปลอดภัย สะท้อนถึงการจัดการน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
จากการศึกษาแนวทางการจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างเนเธอร์แลนด์และกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่มีน้ำสะอาด และมีคุณภาพ เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน
สำหรับก้าวสำคัญในการตอกย้ำความร่วมมือภายใต้กรอบโครงการ Partners for International Business (PIB) Sustainable Water Management Greater Bangkok ผนวกกับผลการศึกษาจากโครงการ Water as Leverage (WaL) ซึ่งกรุงเทพมหานครและหน่วยงานด้านการจัดการน้ำของไทย อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ร่วมดำเนินการกับฝ่ายเนเธอร์แลนด์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาคลองสู่การเป็นคลองอเนกประสงค์ (Multifunctional Canals) ที่มีน้ำได้คุณภาพ และเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการนันทนาการ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีแนวทางให้ดำเนินความร่วมมือการพัฒนาคลองอย่างรอบด้านกับสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ฯ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำของประชาชน
โดยได้กำหนดพื้นที่นำร่องยุทธศาสตร์ 2 ส่วน คือ
- คลองช่องนนทรี: ดำเนินการเป็นโครงการเร่งด่วน (Quick win) เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่อเนกประสงค์ที่เห็นผลสัมฤทธิ์เร็ว
- คลองแสนแสบ: วางแผนการดำเนินงานระยะยาวเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติ
ความร่วมมือนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนโฉมคลองกรุงเทพฯ จากเพียงทางระบายน้ำ ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับสังคมและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ทรงคุณค่าสำหรับทุกคน
————————-
#BMA #Netherland #Amsterdam #Bangkok #WaterManagement


