
(12 ก.พ. 69) เวลา 13.15 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตจตุจักร
พัฒนาสวน 15 นาที สวนด้านหน้าโรงเรียนวัดเทวสุนทร ซอยงามวงศ์วาน 59 ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาที่ว่างหน้าโรงเรียน จัดทำทางเดิน ตั้งวางเรือไม้เก่า ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ รวมถึงอนุรักษ์ไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.สวนวิภาภิรมย์ พื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมธนารักษ์ 2.สวนป่าประชานุกูล พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน กรรมสิทธิ์ที่ดินของการทางพิเศษฯ 3.สวนป่าสัก พื้นที่ 3 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมธนารักษ์ 4.สวนริมคลองบางเขน พื้นที่ 14 ไร่ สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนใต้สะพานรัชวิภา พื้นที่ 24 ตารางวา 2.สวนชุมชนเคหะเรือนแถว พื้นที่ 37.5 ตารางวา 3.สวนชุมชนประชาร่วมใจ 2 พื้นที่ 50 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมธนารักษ์ 4.สวนวัดเสมียนนารี พื้นที่ 82.5 ตารางวา 5.สวนใต้สะพานงามวงศ์วาน พื้นที่ 62 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมทางหลวง 6.สวนริมคลองเปรมประชากร พื้นที่ 300 ตารางวา 7.สวนหน้าสำนักงานเขตจตุจักร พื้นที่ 227.5 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมทางหลวง 8.สวนด้านหน้าโรงเรียนวัดเทวสุนทร พื้นที่ 89 ตารางวา 9.สวนริมคลองเปรมประชากร (ด้านหน้าโรงเรียนวัดเทวสุนทร) พื้นที่ 120 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมธนารักษ์ อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวนซอยวิภาวดีรังสิต 42 พื้นที่ 92.9 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมทางหลวง อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ บำรุงรักษาสวน 15 นาที ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ให้มีความสวยงามและร่มรื่นอยู่เสมอ รวมถึงพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบ 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงตามความต้องการของชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาทีเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ถนนกำแพงเพชร 2 ซึ่งประกอบกิจการรถโดยสารสาธารณะประจำทาง โดยใช้เครื่องตรวจวัดควันดำด้วยระบบความทึบแสง จากนั้นเร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่ง และคงไว้ที่ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 2 วินาที ทำการตรวจวัดค่าควันดำ 2 ครั้ง ใช้ค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ปัจจุบันมีการปรับปรุงกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ ตามเทคโนโลยีการควบคุมมลพิษที่สามารถทำได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากล กำหนดค่ามาตรฐานควันดำตรวจด้วยเครื่องมือวัดระบบความทึบแสงต้องไม่เกิน 20% โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสภาพเครื่องยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด ได้แก่ ตรวจสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ เปลี่ยนอะไหล่ตามระยะทางที่กำหนด ทำความสะอาดกรองอากาศ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทโรงงานที่ใช้ Boiler 3 แห่ง ประเภทแพลนท์ปูน 4 แห่ง ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 5 แห่ง ประเภทตรวจวัดควันดำอู่รถทัวร์ 5 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ จตุจักร ถนนกำแพงเพชร 2 พื้นที่ 2,000 ตารางวา ผู้มาใช้บริการ 2,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่ปี 2567 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร นำไปทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ชั้น 6 และทำแปลงผักปลอดสารพิษ ส่งจำหน่ายแผนก Food ชั้น 2 ภายในศูนย์การค้าเจเจมอลล์ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล จำหน่ายให้แก่ร้านเอกชนภายในพื้นที่ 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป มีแม่บ้านและเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดแยกขยะ เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย มีจุดพักขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 1,000 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 900 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลก่อนและหลังคัดแยก 50 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์ก่อนคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 15 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายก่อนคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 10 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 112 ราย ได้แก่ 1.ตลาดปลาสวยงาม ถนนกำแพงเพชร 4 ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้ามิกซ์จตุจักร ถึงทางเข้าลานจอดรถห้างเจเจมอลล์ ผู้ค้า 40 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-21.00 น. 2.ถนนกำแพงเพชร 3 ผู้ค้า 72 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-16.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 ผู้ค้า 13 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ ผู้ค้า 12 ราย 2.ปากซอยพหลโยธิน 24 ถนนพหลโยธิน ผู้ค้า 13 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้เขตฯ ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่
ในการนี้มี นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตจตุจักร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


