
(7 ก.พ. 69) จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้สภาพอากาศมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความร้อนเมือง (Urban Heat) ซึ่งกระทบต่อสุขภาพ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชนในเขตเมือง กรุงเทพมหานครจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรการบริหารจัดการความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2569 ทั้งในมิติด้านพื้นที่และประชาชน
กรุงเทพมหานครดำเนินการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่ ประจำปี 2569 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความร้อนที่กำลังจะมาถึง โดยอ้างอิงข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยทั่วไปจะเริ่มในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี สำหรับปี 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 คาดการณ์ว่าฤดูร้อนของประเทศไทยจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้สำรวจและรวบรวมจุดเสี่ยงความร้อนเมืองในพื้นที่ปี 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 379 จุด โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มีประชาชนใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่สาธารณะที่มีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น สถานที่ก่อสร้าง วินจักรยานยนต์รับจ้าง สวนสาธารณะ ลานกีฬากลางแจ้ง ตลาดนัด และชุมชนหนาแน่น
สำหรับการแจ้งเตือนภัยความร้อน กรุงเทพมหานครได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลตนเองตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยแบ่งการแจ้งเตือนเป็น 4 ระดับ ดังนี้
- ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) ค่าดัชนีความร้อน 27.0–32.9 องศาเซลเซียส ติดตามข้อมูลข่าวสารและดูแลสุขภาพทั่วไป
- ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) ค่าดัชนีความร้อน 33.0–41.9 องศาเซลเซียส ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- ระดับสีส้ม (อันตราย) ค่าดัชนีความร้อน 42.0–51.9 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น
- ระดับสีแดง (อันตรายมาก) ค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 52.0 องศาเซลเซียส ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke)
ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้ ไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในอากาศ ซึ่งหากความชื้นสัมพัทธ์สูง ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกร้อนและไม่สบายตัวมากกว่าอุณหภูมิจริง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ในปี พ.ศ. 2569 กรุงเทพมหานครได้กำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับการบริหารจัดการความร้อนเมืองจากมาตรการเชิงรับสู่การบริหารจัดการเชิงรุก ดังนี้
- เสนอร่างแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศใช้เป็นกรอบการดำเนินงานของทุกหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทันต่อสถานการณ์ฤดูร้อน
- ผลักดันการดำเนินงานตามแผนให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร
- สานต่อความร่วมมือกับธนาคารโลก โดยนำหลักการจากรายงาน Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City มาใช้เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อเสริมศักยภาพการตั้งรับ ปรับตัว และเพิ่มความทนทานต่อความร้อนเมือง ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ สถานที่ (Place) คน (People) และสถาบัน (Institution) พร้อมแบ่งแผนดำเนินการเป็นระยะสั้นและระยะยาว
- ระยะสั้น เช่น การจัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลสภาพภูมิอากาศย่อย (Microclimate Data Platform) เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงและจัดทำ Heat Mapping การขยายระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เข้าถึงง่าย และการส่งเสริมการจัดตั้งห้องคลายร้อน (BKK Cooling Room) เพิ่มเติมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
- ระยะยาว เช่น การขยายโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่สีเขียวและน้ำเงิน (Green and Blue Infrastructure) การปรับใช้กฎหมายและข้อบังคับอาคาร การพัฒนาระบบขนส่งที่คำนึงถึงสภาพอากาศ และการบูรณาการประเด็นการปรับตัวต่อความร้อนเมืองเข้ากับข้อกำหนดผังเมือง
ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการจัดการความร้อนในเมืองร่วมกับธนาคารโลก เพื่อต่อยอดรายงาน Shaping a Cooler Bangkok (เผยแพร่เดือนกันยายน 2568) สู่การพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมรับฟังผลการวิเคราะห์จากแบบจำลอง Microclimate Data Platform (MDP) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินจุดความร้อน (Heat Hotspots) รายเขต และกำหนดมาตรการรับมืออย่างครอบคลุมในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงในอนาคต
ในการนี้ กรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 โดยมีอำนาจหน้าที่ ได้แก่
- พิจารณาความเหมาะสมของแผนบริหารจัดการความร้อนให้มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และครอบคลุมทุกภารกิจที่เกี่ยวข้อง
- เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งเตือนสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อนและแนวทางปฏิบัติตนของประชาชนผ่านสื่อต่าง ๆ
- จัดทำรายงานประเมินสถานการณ์และผลการดำเนินงาน
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
พร้อมกันนี้ ได้แนะนำให้สำนักงานเขตจัดทำ ห้องคลายร้อนในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 เวลา 11.00–15.00 น. โดยมีแนวทางดำเนินการ ดังนี้
- ลักษณะสถานที่ควรเลือกห้องที่มีเครื่องปรับอากาศและมีขนาดเพียงพอรองรับประชาชน หากไม่มีเครื่องปรับอากาศ ควรเป็นสถานที่ที่มีการระบายอากาศดี เปิดหน้าต่าง และจัดเตรียมพัดลมให้เพียงพอ รวมถึงติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
- การเตรียมความพร้อมรับมือภัยความร้อนจัดเตรียมสมุดลงทะเบียนเข้า–ออก มีคำแนะนำการปฏิบัติตนในการป้องกันผลกระทบจากความร้อน เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าเย็น และน้ำดื่มสะอาดให้เพียงพอ พร้อมข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียง ตลอดจนเตรียมระบบส่งต่อผู้ป่วย ยานพาหนะ และบุคลากร เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีอาการจากความร้อนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร มีศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่สำนักสิ่งแวดล้อม ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง รองรับการบริหารจัดการความร้อนในเขตเมือง เป็นหน่วยงานกลางด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และการสนับสนุนเชิงวิชาการ เพื่อการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร โดยได้ปรับบทบาทให้ครอบคลุมการบริหารจัดการความร้อนในเขตเมือง (Urban Heat Management) เพื่อคุ้มครองสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ มีหน้าที่สำคัญในการรวบรวม ตรวจสอบ และบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเมือง ได้แก่ ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ดัชนีความร้อน (Heat Index) และข้อมูลคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ร่วมกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านความร้อนเมือง
ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ยังทำหน้าที่วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ความร้อนในเขตเมืองกรุงเทพมหานคร ทั้งในระดับเมืองและระดับพื้นที่ สนับสนุนการกำหนดระดับการเตือนภัย การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงจากความร้อน การระบุพื้นที่และกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบาง โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการสนับสนุนการแจ้งเตือนและการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำข้อมูลสถานการณ์ความร้อนรายวันและในช่วงภาวะวิกฤต เพื่อใช้ประกอบการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หน่วยงานด้านสาธารณสุข และสำนักงานเขต รวมทั้งพัฒนาระบบแสดงผลข้อมูลและแดชบอร์ดเพื่อการใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการสื่อสารสาธารณะ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ได้สนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับการสื่อสารความเสี่ยงด้านความร้อนแก่ประชาชน ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์ โดยจัดทำข้อมูลและคำแนะนำที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร จึงทำหน้าที่เป็นกลไกกลางด้านข้อมูลและองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงงานด้านคุณภาพอากาศ สุขภาพ และการบริหารจัดการความร้อนเมือง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแผนมาตรการ และนโยบายของกรุงเทพมหานครให้มีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงจากความร้อนในเขตเมืองอย่างยั่งยืน
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


