
(26 ม.ค. 69) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 23 อาคารสำนักงบประมาณ เขตพญาไท นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำนายจักริน ชุติกุศล ตัวแทนคนรุ่นใหม่จากสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement : GPP) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้คำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว การประหยัดพลังงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้เป็นการนำข้อเสนอจากคนรุ่นใหม่ ให้เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย สืบเนื่องจากข้อเสนอนโยบายของสภาเมืองคนรุ่นใหม่ กรุงเทพมหานคร ในการประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2/2568 โดยนายจักริน ชุติกุศล ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเสนอแนวคิดการปรับเกณฑ์การจัดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคารราชการ ภายใต้นโยบาย Green Public Procurement โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และคุ้มค่าในระยะยาว
กรุงเทพมหานครเห็นว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นนโยบายที่มีคุณค่าและมีฐานข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับ แม้จะเป็นประเด็นที่ เกินขอบเขตอำนาจของกรุงเทพมหานครโดยตรง แต่ กทม. ยังคงให้ความสำคัญและทำหน้าที่เป็น หน่วยงานประสานกลาง นำข้อเสนอของคนรุ่นใหม่เข้าสู่การพิจารณาของสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์ระดับประเทศ
สำหรับอุปสรรคเชิงระบบ และเหตุผลที่ต้องปรับเกณฑ์ เนื่องจากในปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องปรับอากาศภาครัฐยังมีข้อจำกัดสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1.ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ที่กำหนดไว้ต่ำ ทำให้รองรับได้เพียงเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter มาตรฐาน ไม่ครอบคลุมรุ่นประสิทธิภาพสูงที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว และ 2.ข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะสังเขป ยังไม่เปิดช่องให้พิจารณาต้นทุนค่าไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเลือกจัดซื้อรุ่นที่มีราคาสูงกว่า แต่ประหยัดกว่าในระยะยาวได้
จากข้อมูลการวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ว่า เครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ที่ได้รับฉลากเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่ารุ่นธรรมดาร้อยละ 40–50 และประหยัดกว่ารุ่น Inverter มาตรฐานร้อยละ 25–30 แม้มีราคาสูงกว่าเฉลี่ยประมาณ 3,900 บาทต่อเครื่อง แต่สามารถคืนทุนได้ภายในประมาณ 8 เดือนครึ่ง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยกว่า 463 บาทต่อเดือนต่อเครื่อง
หากกรุงเทพมหานครสามารถทยอยเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่ประมาณ 40,000 เครื่อง จะสามารถประหยัดงบประมาณค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 417 ล้านบาทต่อปี พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ
- กทม. เสนอ 3 แนวทางเชิงนโยบาย เดินหน้าจากเสียงคนรุ่นใหม่
ในการประชุมครั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้นำเสนอแนวทางเชิงนโยบายต่อสำนักงบประมาณ ได้แก่ 1.เพิ่มหมวดครุภัณฑ์ใหม่ สำหรับเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ฉลากเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ในบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ 2.ปรับเกณฑ์การคัดเลือกให้ส่งเสริมการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศที่ได้มาตรฐานเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว เป็นหลัก แทนการพิจารณาจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว
- ย้ำบทบาท “สภาเมืองคนรุ่นใหม่” พื้นที่มีส่วนร่วมที่เกิดผลจริง
กรุงเทพมหานครย้ำว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจจริงในการทำให้ สภาเมืองคนรุ่นใหม่เป็นพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย โดยตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา กทม. ได้จัดประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่แล้วทั้งหมด 7 ครั้ง มีทีมคนรุ่นใหม่นำเสนอนโยบายรวม 24 ทีม 24 นโยบาย และปัจจุบันมีสมาชิกสภามากกว่า 1,000 คน หลายข้อเสนอได้ถูกนำไปต่อยอด เชื่อมโยง และผลักดันเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกรณี Green Public Procurement นับเป็นตัวอย่างสำคัญของการที่ กทม. รับฟังเสียงคนรุ่นใหม่ และทำหน้าที่เชื่อมโยงไปยังหน่วยงานระดับประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาเมืองให้มีความคุ้มค่า โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว
การหารือครั้งนี้มีนายน้อง เจริญนาค ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ และนายพิริยุตม์ ฉันทพงศ์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานงบประมาณ 1 ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปรับ “กระบวนทัศน์การจัดซื้อจัดจ้าง” จากการยึดเกณฑ์ราคาต่ำสุด ไปสู่การพิจารณา “ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership)” เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครมี นางสาวรุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว นายพรชัย วิมลปกรณ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารพัสดุ นางสาวอมรรัตน์ นาคสุข ผู้อำนวยการศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) นางสาวกรรณิการ์ สมวิชา เลขานุการสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
#กทม #สภาเมืองคนรุ่นใหม่ #GreenPublicProcurement


