
(9 ม.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางปฏิบัติในการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้มาตรการอย่างเป็นระบบ
ที่ปรึกษาฯ พรพรหม กล่าวว่า จากข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาและอัตราการระบายอากาศ พบว่าในช่วงวันที่ 9 – 17 มกราคม 2569 มีบางช่วงที่อากาศระบายตัวได้ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้ม สะสมเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือเขตชานเมืองที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเผาชีวมวล ดังนั้น จึงต้องเข้มข้นมาตรการเขตมลพิษต่ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยช่วงที่ผ่านมา กทม. ได้เตรียมพร้อม และดำเนินมาตรการในทุกมิติ อาทิ ยกระดับเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ) ครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อจำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เมื่อสถานการณ์เข้าข่ายวิกฤต ดำเนินมาตรการ Green List และ Green List Plus ส่งเสริมการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ปัจจุบันมีรถเข้าร่วมแล้วหลายหมื่นคัน บังคับใช้มาตรฐานควันดำใหม่ ต้องไม่เกิน 20% พร้อมตรวจเข้มรถบรรทุก รถโดยสาร และรถในไซต์ก่อสร้าง ยกระดับระบบแจ้งเตือนและพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 รายเขต ล่วงหน้า 7 วัน ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK และเตรียมความพร้อมมาตรการ Work From Home (WFH) และการดูแลกลุ่มเปราะบาง หากสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
การประชุมฯ ในวันนี้ เป็นการย้ำแนวทางการปฏิบัติงานในการดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ และบังคับคดีกับรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ที่ไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) และฝ่าฝืนนำรถเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ กรณีมีการออกประกาศกองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง ห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ประกอบด้วย
1. เมื่อสถานการณ์เป็นไปตามหลักเกณฑ์การออกประกาศ ตามข้อมูลบ่งชี้ คือ ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง (75.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป) ไม่น้อยกว่า 5 เขต และการพยากรณ์ล่วงหน้า 2 วัน พบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง ไม่น้อยกว่า 5 เขต หรืออยู่ในระดับสีส้ม ไม่น้อยกว่า 15 เขต หรืออยู่ในระดับสีส้มและระดับสีแดง รวมกันไม่น้อยกว่า 15 เขต และอัตราการระบายอากาศ (VR) น้อยกว่า 3,000 ตารางเมตรต่อวินาที
2. คณะกรรมการฯ พิจารณาออกประกาศเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดำเนินการประชุม และพิจารณาให้ความเห็นชอบในการออกประกาศฯ
3. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดทำร่างประกาศ และเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามออกประกาศ
4. ประชาสัมพันธ์แจ้งประกาศสู่สาธารณะเพื่อดำเนินการตามประกาศฯ อีกทั้งแนวทางการบังคับการให้เป็นไปตามประกาศ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมจะรวบรวมข้อมูลภาพและทะเบียนรถจากกล้อง CCTV AI ผ่านระบบการคัดกรองทะเบียนรถจากบัญชีสีเขียว (Green List) ส่งไปที่สำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ รถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ที่ฝ่าฝืนเข้าพื้นที่เขตมลพิษต่ำและไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีสีเขียวกับกรุงเทพมหานคร
“ขอให้ผู้ประกอบการรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร บำรุงรักษารถ โดยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง พร้อมทั้งเป่า/เปลี่ยนไส้กรองอากาศ และลงทะเบียนบัญชีสีเขียว เพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และลดการสะสมฝุ่น PM2.5 จากภาคการจราจร” ที่ปรึกษาฯ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
การประชุมในวันนี้มี นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องธนพัฒน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ผู้แทนสำนักเทศกิจ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเขตและผู้แทนจาก 50 เขต ร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
—– (ปชส.สสล. รายงาน)


