
(9 ม.ค. 69) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตมีนบุรี
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ตลาดเก่ามีนบุรี พื้นที่ 3 ไร่ แม่ค้าและผู้มาใช้บริการ 5,200 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ นำเศษผักเศษผลไม้ ไปทำน้ำหมักชีวภาพ สำหรับล้างพื้นตลาด และทำปุ๋ยหมักอินทรีย์สำหรับจำหน่าย เศษผักอีกส่วนหนึ่งให้เกษตรกรมารับ ไส้ปลาไส้ไก่จัดสถานที่เฉพาะเก็บรวบรวมให้เกษตรกรมารับ เศษอาหารคัดแยกใส่ถังเฉพาะให้เกษตรกรมารับ 2.ขยะรีไซเคิล เก็บรวบรวมนำไปขาย เพื่อนำเงินมาเป็นกองทุนเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด 3.ขยะทั่วไป ประชาสัมพันธ์ให้แม่ค้าในตลาด คัดแยกขยะให้ถูกประเภท พร้อมทั้งกำหนดปริมาณขยะในการทิ้งของแต่ละรอบ 4.ขยะอันตราย ประชาสัมพันธ์ให้แม่ค้าในตลาด คัดแยกขยะให้ถูกประเภท สำหรับปริมาณขยะหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปหลังคัดแยก 2,000 ลิตร/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 1,250 ลิตร/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 4,000 ลิตร/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 15 ลิตร/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ตรวจวัดค่าควันดำรถโดยสารประจำทาง และรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ บริเวณเขตการเดินรถที่ 2 อู่มีนบุรี องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยใช้เครื่องตรวจวัดควันดำด้วยระบบความทึบแสง จากนั้นเร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่ง และคงไว้ที่ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 2 วินาที ทำการตรวจวัดค่าควันดำ 2 ครั้ง ใช้ค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ปัจจุบันมีการปรับปรุงกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ ตามเทคโนโลยีการควบคุมมลพิษที่สามารถทำได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากล กำหนดค่ามาตรฐานควันดำตรวจด้วยเครื่องมือวัดระบบความทึบแสงต้องไม่เกิน 20% โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน 5 แห่ง ประเภทแพลนท์ปูน 7 แห่ง ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 1 แห่ง ประเภทอู่รถเมล์ 1 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 เน้นย้ำสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
พัฒนาสวน 15 นาที สวนร่มเกล้า 3 ซอยร่มเกล้า 3 ริมคลองบึงขวาง ซึ่งเขตฯ ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ว่าง จัดทำทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปูหญ้าสนาม ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 พื้นที่ 5 ไร่ 2.สวนมีนรมณีย์ พื้นที่ 1 งาน 50 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนธนาคารต้นไม้มีนบุรี พื้นที่ 3 งาน 2.สวนมีนบุรีภิรมย์ ถนนสีหบุรานุกิจ พื้นที่ 2 ไร่ 3.สวนสุดสายที่ปลายราม ถนนรามคำแหง พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 4.สวนสามวาสาม พื้นที่ 3 งาน 5.สวนชมพูพันธ์ทิพย์ พื้นที่ 2 งาน 50 ตารางวา 6.สวนบึงขวาง พื้นที่ 12 ไร่ 2 งาน 7.สวนหม่อมเจ้าสง่างามสุประดิษฐ์ พื้นที่ 3 งาน 8.สวนร่มเกล้า 3 พื้นที่ 2 งาน อยู่ระหว่างดำเนินการ 9.สวนนิมิตใหม่ ซอย 1 พื้นที่ 3 งาน อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวนประชาร่วมใจ พื้นที่ 1 ไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาพื้นที่ว่างที่มีความเหมาะสม เพื่อจัดทำสวน 15 นาที ให้ครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง รวมถึงดูแลรักษาสวนที่จัดทำเสร็จแล้ว ให้มีความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ
พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยรามคำแหง 170 2.ปากซอยราษฎร์อุทิศ 24 เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า บังคับการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 121 วิน ผู้ขับขี่ 1,494 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 24 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย
ในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 27 ราย ได้แก่ 1.ถนนราษฎร์อุทิศ ผู้ค้า 4 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 08.00-21.00 น. 2.ถนนสุวินทวงศ์ ผู้ค้า 12 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. 3.ถนนหทัยราษฎร์ ผู้ค้า 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-22.00 น. ซึ่งในปี 67 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 3 จุด ได้แก่ 1.ถนนร่มเกล้า ผู้ค้า 5 ราย 2.ถนนรามคำแหง ผู้ค้า 10 ราย 3.ถนนหม่อมเจ้าสง่างามสุประดิษฐ์ ผู้ค้า 3 ราย ต่อมาในปี 68 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้าอีก 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนสามวา ผู้ค้า 8 ราย 2.ถนนสีหบุรานุกิจ ผู้ค้า 25 ราย ทั้งนี้ในปี 69 เขตฯ จะพิจารณายกเลิกพื้นที่ทำการค้าที่เหลือทั้ง 3 จุด นอกจากนี้เขตฯ ได้ปรับปรุงพื้นที่หน้าหมู่บ้านรินทร์ทอง ซอยรามคำแหง 118-190 จากเดิมเป็นพื้นที่ต่ำกว่าทางเท้า โดยยกระดับพื้นให้สูงขึ้นเสมอกับทางเท้า พร้อมทั้งก่อสร้างรางระบายน้ำและฝาตะแกรงเหล็กปิด ซึ่งจุดดังกล่าวเขตฯ ได้จัดทำเป็น Hawker Center โดยใช้พื้นที่ว่างที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ทำการค้าเดิม เน้นจุดที่มีความต้องการของผู้ซื้อ คำนึงถึงช่วงเวลาทำการค้าและความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ โดยมีแผงค้า 39 แผง ผู้ค้า 78 ราย แบ่งช่วงเวลาทำการค้าออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า เวลา 04.00-11.00 น. และช่วงบ่าย เวลา 13.00-22.00 น.
ในการนี้มี นายศักดิ์ชัย ศิริวรรณ ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตมีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี #เดินทางดี#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


