
(8 ม.ค. 69) ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการบริหารและพัฒนาเมือง ในหัวข้อ Urban Management: Challenges and Lessons from Bangkok โดยถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงตลอด 3 ปีครึ่งที่ผ่านมาในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ผ่านมวลบรรยากาศที่เป็นกันเอง
•จาก “นักวิชาการ” สู่ “ผู้ปฏิบัติ” ในสังเวียนเมืองหลวง ทะลวงแก่นกรุงเทพฯ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า เส้นทางของตนนั้นมาจากอาจารย์วิศวกรรมศาสตร์ สู่ผู้บริหาร ก่อนจะก้าวมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ทำให้เห็นว่า “เมืองคือตลาดแรงงาน” คนย้ายเข้าเมืองเพราะต้องการงานและโอกาส ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้บริหารคือการเพิ่ม Productivity หรือความสามารถในการสร้างรายได้และโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเน้นย้ำว่ากรุงเทพฯ อาจเป็นเมืองที่ “น่าเยือน” เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ความท้าทายคือการทำให้เป็นเมืองที่ “น่าอยู่” สำหรับทุกคน ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศไปจนถึงพนักงานกวาดถนน โดยต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน การกำหนดนโยบาย และการมีแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกัน
•ยุทธศาสตร์ “เส้นเลือดฝอย” หัวใจสำคัญการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครก็เหมือนร่างกายเรามีทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย แนวคิดหลักคือการให้ความสำคัญกับ “เส้นเลือดฝอย” หรือโครงการระดับชุมชน เพราะเมืองมีโครงการยักษ์ (เส้นเลือดใหญ่) ที่ดีอยู่ไม่น้อยแล้ว แต่ถ้าทางเท้าหน้าบ้านไร้ไฟส่องสว่าง หรือท่อระบายน้ำในซอยอุดตัน ระบบทั้งหมดก็เดินต่อไม่ได้ การปรับปรุงทางเท้าเกือบ 1,000 กิโลเมตร หรือการปรับปรุงเช่นการใช้สีทาเพื่อจัดสรรพื้นที่ถนนใหม่แบ่งทางคนเดินรถวิ่ง จึงเป็นนวัตกรรมต้นทุนต่ำที่เปลี่ยนชีวิตคนได้มหาศาล
•กว่า 200 นโยบาย ในมิติ 9 ด้าน เดินหน้าวิสัยทัศน์เพื่อกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน
สำหรับการขับเคลื่อนกว่า 226 นโยบาย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ใช้หลักการบริหารแบบ Tight – Loose – Tight คือการกำหนดเป้าหมายที่เข้มข้น แต่ให้ความอิสระและยืดหยุ่นในวิธีการทำงานของแต่ละเขต ขณะเดียวกันก็กลับมาวัดผลอย่างจริงจังในทุกไตรมาส รวมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วนในการทำงานเพื่อพลิกโฉมการแก้ปัญหาความล่าช้าของหน่วยงานราชการ โดยได้นำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มาเป็นตัวกลางให้ประชาชนแจ้งปัญหา ผ่านมากว่า 3 ปี มีการร้องเรียนมาแล้วกว่า 1.1 ล้านครั้ง และแก้ไขไปแล้วกว่า 9.5 แสนครั้ง ซึ่งนี่คือดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกรุงเทพมหานคร
•การสร้าง Trust และ Empathy กุญแจดอกสุดท้ายไขหัวใจประชาชน
บทสรุปสำคัญการบรรยายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ในการบริหารเมือง คือเรื่อง ความไว้วางใจ (Trust) จากประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการสร้างความเชื่อมั่นต้องอาศัยทั้งความสามารถ ความซื่อสัตย์ และที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจประชาชนโดยผ่านความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) การลงพื้นที่เพื่อรับฟังความรู้สึกของประชาชนและคนทำงานระดับปฏิบัติการ คือการเริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยหัวใจ เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน วิชาการ และภาคประชาชน ให้มาร่วมกันขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืน
•เสียงสะท้อนจากฮาร์วาร์ด ความเชื่อมั่นต่ออนาคตกรุงเทพฯ จากความรู้สึกที่ได้สัมผัส
ภายหลังเสร็จสิ้นการบรรยาย เสียงสะท้อนจากคณะนักศึกษาฮาร์วาร์ดต่างเต็มไปด้วยความประทับใจ โดยคุณ Shiv Asheet Ruparell นักศึกษาจากภาควิชาการผังเมือง หนึ่งในผู้แทนจากคณะนักศึกษา ได้กล่าวแสดงความรู้สึกว่า เขามีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ากรุงเทพฯ กำลังอยู่ในมือของผู้บริหารที่ไว้วางใจได้จริง สิ่งที่น่าทึ่งคือหนังสือวิชาการระดับโลกที่ใช้ประกอบการเรียนปีแรกในฮาร์วาร์ด เป็นเล่มเดียวกับที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ นำมาศึกษาและประยุกต์ใช้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งเป็นภาพที่หาได้ยากในกลุ่มผู้บริหารเมืองระดับนำของโลก นอกจากนี้ เขายังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ Traffy Fondue ซึ่งถือเป็นเครื่องมือรับฟังเสียงประชาชนที่ก้าวล้ำ
ด้านคุณ โชติภูมิ เหลืองประเสิรฐ ผู้นำคณะนักศึกษาฮาวาร์ดดูงานในครั้งนี้ เผยว่าประทับใจในพลังและความเป็นกันเองของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยสิ่งที่เข้าถึงหัวใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด คือการที่ผู้นำระดับเมืองให้ความสำคัญกับเรื่องความไว้ใจ และการนำเทคโนโลยี Open Data เข้ามาใช้ เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการดำเนินงาน การที่ท่านผู้ว่าฯ กทม. ใส่ใจทั้งภาพใหญ่ของนโยบายและรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของคนเมืองไปพร้อมกัน ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้เพียงแค่กำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลเท่านั้น แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
ในการนี้ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานการต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จากคณะและโรงเรียนต่าง ๆ อาทิ ฮาร์วาร์ด เคเนดี้คูล (Harvard Kennedy School) ฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) จำนวน 31 คน
———-


