เปิดเดินเครื่องโรงงานกำจัดมูลฝอยผลิตพลังงาน 800 ตันต่อวัน หลังอุดช่องว่างปรับเป็นระบบปิด ติดตั้งเครื่องตรวจวัดกลิ่น เพิ่มระบบบำบัดอากาศเสีย ลดปัญหากลิ่นขยะเล็ดลอดตามลมเข้าสู่ชุมชนรอบศูนย์ฯ อ่อนนุช

(6 ม.ค. 69) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในความดูแลรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อม โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการปรับปรุงโรงงาน แก้ไขปัญหากลิ่นขยะที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม ผู้แทนบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานข้อมูล ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ

ในการนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงโรงงานเพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นขยะที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งบริษัทฯ ได้ปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิดทั้งหมด 100% ติดตั้งประตู High Speed Shutter Door บริเวณทางเข้าอาคารรับขยะเป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ควบคุม โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก พร้อมม่านอากาศช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกสู่ภายนอก รวมถึงการติดตั้งประตู High Speed Shutter Door บริเวณทางเข้าอาคารเก็บเชื้อเพลิง (RDF)

นอกจากนี้ ได้เพิ่มระบบบำบัดกลิ่นโดยใช้เคมีบำบัด จากเดิม 100,000 ลบ.ม./ชม. เพิ่มเป็น 167,000 ลบ.ม./ชม. เพิ่มประสิทธิภาพการดูดอากาศ โดยเน้นบริเวณที่มีกลิ่นรุนแรง ช่วยยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น พร้อมติดตั้งหอระบบบำบัดกลิ่นและท่อรวบรวมกลิ่น รวมถึงปรับปรุงอาคารให้เป็นระบบปิดทั้งหมดแล้ว เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ตามกำหนดเวลาที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ขยายเวลา

จากนั้นได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ของระบบคัดแยกขยะ และระบบบำบัดกลิ่น รวมถึงทดสอบระบบ Negative Pressure Test ในอาคารรับขยะ และอาคารเตรียมหมักและขนถ่าย RDF จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เมื่อการทดสอบแล้วเสร็จ บริษัทฯ ได้กำหนดแผนทดลองเดินระบบ โดยเริ่มรับขยะตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นระยะเวลา 90 วัน ทยอยเพิ่มปริมาณรับขยะจาก 200 ตัน เป็น 400 ตัน 600 ตัน และ 800 ตัน ตามลำดับ

ผลการทดลองรับมูลฝอยเพื่อเดินระบบในช่วงวันที่ 10 มกราคม ถึง 21 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่าระบบคัดแยกสามารถทำงานได้ดี สามารถควบคุมกลิ่นให้อยู่ภายในอาคารโรงงาน โดยผลการตรวจวัดทั้งภายในและภายนอกอาคารอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าค่ามาตรฐาน และระบบบำบัดกลิ่นมีประสิทธิภาพตามที่กำหนด

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามการปรับปรุงแก้ไขปัญหาของโรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกคณะกรรมการและบริษัทฯ พร้อมรายงานผลการตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ในจุดเฝ้าระวังทั้ง 5 จุด เป็นประจำทุกเช้า อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ยังพบกลิ่นขยะในช่วงเปิด-ปิดประตูขณะรถขยะเข้า-ออก จึงได้กำชับบริษัทฯ ให้กำจัดขยะในแต่ละวันให้หมด ไม่ให้มีขยะตกค้าง และล้างทำความสะอาดพื้นทางเข้า-ออกทุกวัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบ

สำหรับโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชน เพื่อผลิตพลังงานขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน เป็นโครงการตามนโยบายการบริหารจัดการมูลฝอย โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อลดพื้นที่การนำขยะไปฝังกลบ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ว่าจ้าง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ดำเนินการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชน เพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน เป็นโครงการนำร่องใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological-Treatment : MBT) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีผลพลอยได้เป็นขยะเชื้อเพลิง (RDF) และขยะรีไซเคิล เริ่มเปิดเดินระบบมาตั้งแต่ปี 2563 ต่อมามีการร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหากลิ่น ที่ผ่านมากรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สั่งระงับใบอนุญาต เพื่อให้บริษัทฯ ปรับปรุงระบบ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่น โดยอนุญาตให้กลับมาเปิดเดินระบบทดสอบรับกำจัดขยะ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565

ต่อมา กรอ. ได้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม ในเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย และการตรวจค่าวัดกลิ่น ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามคำสั่งของ กรอ. ดังนี้

1.โรงผลิตก๊าซชีวภาพ และบำบัดน้ำเสีย มีลำดับการดำเนินงาน ประกอบด้วย
1) วันที่ 2 เมษายน 2567 กรอ. มีหนังสือแจ้งให้บริษัทฯ ทราบว่า ตามที่ได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดให้มีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน และให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ.2558 ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ กรอ. ได้ตรวจสอบโรงงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 พบว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำสั่งแล้ว
2) วันที่ 19 เมษายน 2567 กรอ. มีคำสั่งขยายระยะเวลาการปรับปรุงแก้ไขโรงงานออกไปถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 โดยให้แสดงรายละเอียดการนำน้ำทิ้งจากการปรับคุณภาพน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ในโรงงาน โรงผลิตก๊าซชีวภาพ และบำบัดน้ำเสียเท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดส่งข้อมูลให้ กรอ. เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567
3) วันที่ 26 สิงหาคม 2567 กรอ. แจ้งผลการปฏิบัติการตามคำสั่ง มาตรา 37 ของโรงผลิตก๊าซชีวภาพ และบำบัดน้ำเสีย พบว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำสั่งแล้ว

2.โรงคัดแยกขยะ ตามที่บริษัทฯ ได้ส่งแผนและมาตรการปรับปรุงโรงงานเป็นระบบ Negative Pressure ให้ กรอ. เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เพื่อขอให้ กรอ. พิจารณาขยายระยะเวลาการปรับปรุงโรงงาน ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 กรอ. มีคำสั่งให้ขยายเวลาการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน ออกไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ต่อมา กรอ. ได้อนุญาตให้บริษัทฯ รับมูลฝอยเพื่อทดสอบเดินระบบ ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยแจ้ง กทม. เพื่อขอรับมูลฝอยเพื่อทดสอบเดินระบบ เป็นระยะเวลา 90 วัน จากนั้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัทฯ แจ้งผลการทดสอบเดินระบบเพื่อให้ กรอ. เพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 39 ต่อมาวันที่ 25 มีนาคม 2568 กรอ. แจ้งยุติคำสั่งตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง และให้บริษัทฯ ประกอบกิจการโรงงานต่อไป จากนั้นบริษัทฯ ได้แจ้ง กกพ. พิจารณายกเลิกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า

ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 กกพ. แจ้งมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยให้บริษัทฯ ดำเนินการ ดังนี้ 1.เดินเครื่องเพื่อทดสอบการประกอบกิจการในทุกกระบวนการ ได้แก่ การรับขยะ การผลิตก๊าซชีวภาพ และการผลิตไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 90 วัน โดยไม่มีการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟน. โดยก่อนดำเนินการรับขยะให้เชิญคณะกรรมการ COP และชุมชนโดยรอบพื้นที่ จัดประชุมและรับฟังแผนการดำเนินงาน 2.แสดงผลตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายมลพิษทางอากาศ คุณภาพเสียงระหว่างการทดสอบ อย่างน้อย 1 ครั้ง บริษัทฯ จัดประชุมและรับฟังแผนการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 โดยเชิญคณะกรรมการ COP และชุมชนโดยรอบพื้นที่เข้าร่วมประชุม โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการทดสอบการประกอบกิจการในทุกกระบวนการและการผลิตไฟฟ้าตามมติ กกพ. ช่วงวันที่ 17-30 กรกฎาคม 2568 รวมระยะเวลา 14 วัน โดยทยอยเพิ่มปริมาณรับขยะจาก 200 ตัน จำนวน 5 วัน เป็น 400 ตัน จำนวน 2 วัน เป็น 650 ตัน จำนวน 7 วัน ตามสำดับ และรายงานผลการทดสอบให้ กกพ. ทราบเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบัน กรอ. อนุญาตให้บริษัทฯ เดินระบบได้ ส่วน กกพ. ปลดคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า โดยบริษัทฯ เริ่มเดินระบบตามสัญญา เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569

ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นขยะรบกวนชุมชนโดยรอบโครงการฯ ดำเนินการดังนี้ 1.การปรับปรุงโรงงานให้เป็นโรงงานปิด 100% ดำเนินการอุดรอยรั่วบริเวณรอยต่อของหลังคาและผนังอาคารรับขยะ ปรับปรุงประตูทางเข้าอาคารขนถ่าย RDF และอุดรอยรั่วบริเวณรอยต่ออาคาร 2.การติดตั้งประตู High Speed Shutter Door บริเวณทางเข้าอาคารรับ พร้อมม่านอากาศ การติดตั้งประตู High Speed Shutter Door บริเวณทางเข้าอาคารเก็บเชื้อเพลิง (RDF) 3.เพิ่มระบบบำบัดกลิ่น โดยการใช้เคมีบำบัด จากเดิม 100,000 ลบ.ม./ชม. เพิ่มเป็น 167,000 ลบ.ม./ชม. ซี่งการเพิ่มปริมาณการดูดอากาศจะเป็นการเน้นการดูดกลิ่นในบริเวณที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่ บริเวณเครื่องเตรียมหมัก (Biodamp) บริเวณเครื่องบีบอัด (Screw press) บริเวณชุดแยกกรวดทราย (Aerating sand) 4.การติดตามปัญหาเรื่องกลิ่นขยะ การลงพื้นที่สอบถามกับชุมชนบริเวณโดยรอบโครงการฯ การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ในจุดที่เฝ้าระวัง จำนวน 5 จุด ได้แก่ หน้าอาคารขยะ หน้าอาคารขนถ่าย RDF หน้าโรงงาน ชุมชนเกาะลอย และ The City พัฒนาการ ระยะทดลองเดินระบบ วันที่ 10 มกราคม ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2568 ระยะหลังการปรับปรุง ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป การติดตั้งอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดอัตราการไหล (Flow Rate Meter) ของปล่องไอเสีย Generator ทั้ง 3 ปล่อง และติดตั้งจอมอนิเตอร์ CEMs Board บริเวณด้านหน้าโครงการ

#สิ่งแวดล้อมดี #บริหารจัดการดี

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200