(22 ธ.ค. 2568) เวลา 09.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับฟังข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจาก นายกิติคุณ พลวัน ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย พร้อมภาคีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 50 คน กรณี “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567” ซึ่งมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 โดยมี รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย พร้อมผู้บริหารสำนักอนามัย และผู้บริหารสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข ร่วมรับฟังรายละเอียด ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับทราบข้อกังวล และยืนยันว่า กรุงเทพมหานครพร้อมปรับปรุงการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน โดยได้วางแนวทางการดำเนินการ ดังนี้
เสนอเลื่อนการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 โดยเตรียมเสนอให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณา ในช่วงเปิดสมัยประชุมเดือนมกราคม (7 ม.ค. 2569) เพื่อขอเลื่อนการบังคับใช้ข้อบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน เพื่อทบทวนเนื้อหาและเปิดโอกาสให้ประชาชนเตรียมความพร้อม
เน้นการทำงานเชิงรุกและให้บริการฟรี โดยกรุงเทพมหานครจะจัดส่งทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีน ทำหมัน และฝังไมโครชิปฟรีถึงชุมชนและบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง
เร่งปรับปรุงสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยการพัฒนาศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยเปลี่ยนแนวคิดจาก “ศูนย์ควบคุม” เป็น “บ้าน” ที่ร่มรื่น และเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมชมหรือรับเลี้ยงสัตว์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
เพิ่มช่องทางการสื่อสาร ให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลสัตว์เลี้ยงหรือขอรับบริการเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือติดต่อฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต
“กรุงเทพมหานครเข้าใจถึงเจตนาของผู้รักสัตว์ทุกคน เราต้องการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม โดยไม่สร้างภาระจนเกินไปให้ประชาชน สำหรับประเด็นเรื่องการเช่าบ้านและเกณฑ์พื้นที่ จะนำข้อเสนอจากภาคประชาชนไปหารือในคณะกรรมการวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อหาทางออกที่สมดุลที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ นายกิติคุณ พลวัน และภาคีเครือข่าย ได้ประชุมหารือและสรุปถึงประเด็นปัญหาของข้อบัญญัติควบคุมสัตว์เลี้ยงฉบับดังกล่าวว่า อาจก่อให้เกิดภาระและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติของประชาชนทั่วไป และเห็นว่าข้อกำหนดบางประการยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม จึงได้นำเสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปรับปรุง หรือทบทวนข้อบัญญัติฯ โดยแบ่งเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ 3 ประการหลัก ได้แก่
การกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ ซึ่งเห็นว่าการใช้เกณฑ์พื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และอาจละเลยสวัสดิภาพของสัตว์
อุปสรรคของผู้พักอาศัยในบ้านเช่า เนื่องจากข้อบัญญัติกำหนดให้ผู้เช่าต้องได้รับหนังสือยินยอมจากเจ้าของบ้านก่อนจึงจะขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งในทางปฏิบัติทำได้ยาก และอาจนำไปสู่การเลิกเลี้ยงหรือการปล่อยทิ้งสัตว์
ภาระค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยในการฝังไมโครชิป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงต่อสุขภาพสัตว์ ทั้งนี้ เครือข่ายมีความกังวลว่าข้อกำหนดที่ซับซ้อนเกินไปอาจทำให้เจ้าของสัตว์เกิดความวิตกกังวล จนนำไปสู่การปล่อยสัตว์ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนสัตว์จรจัดและก่อให้เกิดปัญหาทางสาธารณสุขที่รุนแรงยิ่งขึ้น
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ได้ผ่านเฟซบุ๊ก สภากรุงเทพมหานคร รวมถึงการรับสมัครคิวทำหมันและฝังไมโครชิปผ่าน Traffy Fondue หรือติดต่อฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต พร้อมรับทราบสาระสำคัญและรายละเอียด “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ที่ https://petregis.bangkok.go.th/ ตลอดจนติดตามรายละเอียดข้อบัญญัติฯ ได้ที่เฟซบุ๊ก สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ช่องทาง YouTube, TikTok, Instagram เว็บไซต์ webportal.bangkok.go.th/health
#สำนักอนามัย #สุขภาพดี


