(19 ธ.ค. 68) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางกอกน้อย

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ คอนโดลุมพินีเพลส ปิ่นเกล้า 2 ถนนบรมราชชนนี พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา ห้องพัก 651 ห้อง ประชากร 550 ครอบครัว เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2550 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร เขตฯ จัดเก็บส่งโรงเลี้ยงหนอนแมลงวันดำ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล แม่บ้านเก็บรวบรวมเพื่อนำไปขายเป็นรายได้ 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 3,180 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 700 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 2,200-2,400 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 50 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 20-30 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนำขยะเศษอาหารมาทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ในถังหมักรักษ์โลก ส่วนขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลสามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลที่ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท โดยให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการส่งข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณหน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ตั้งแต่หอพักคณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล ถึง ปากซอยบางขุนนนท์ 21 มีผู้ค้า 18 ราย ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 5 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 290 ราย ได้แก่ 1.ท่าน้ำพรานนกฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลัง ผู้ค้า 123 ราย (รอบเช้า 109 ราย รอบบ่าย 14 ราย) 2.ปากตรอกวังหลัง ถนนอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 25 ราย 3.ซอยอิสรภาพ 44 (ซอยแสงศึกษา) ฝั่งหน้าร้านสวัสดิการกองทัพเรือ ผู้ค้า 38 ราย 4.หน้าตลาดบางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 86 ราย 5.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 18 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 181 ราย 2.หน้าตลาดบางกอกน้อย ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 30 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 8 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 65 ราย ได้แก่ 1.หน้าวัดเจ้าอามและฝั่งตรงข้ามวัด ผู้ค้า 7 ราย 2.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ผู้ค้า 8 ราย 3.ปากซอยบางขุนนนท์ 2 ผู้ค้า 1 ราย 4.ถนนบางขุนนนท์ ทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 5 ราย 5.ปากซอยแสงศึกษา (อิสรภาพ 44) หน้าโรงพยาบาลธนบุรี ผู้ค้า 13 ราย 6.ปากซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 3-5 ผู้ค้า 11 ราย 7.หน้าห้างแม็คโคร ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ผู้ค้า 13 ราย 8.หน้าโรงเรียนชิโนรส ผู้ค้า 7 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 6 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา 2.ถนนอรุณอมรินทร์ 3.ปากซอยอรุณอมรินทร์ 20 4.หน้าห้างโลตัสบางขุนนนท์ 5.ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 และ 6.หน้าธนาคารกรุงเทพ สามแยกไฟฉาย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 5 จุด ได้แก่ 1.ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 2 ราย 2.ถนนอิสรภาพหน้าร้าน 7-11 ผู้ค้า 4 ราย 3.หน้าที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย ผู้ค้า 2 ราย 4.เวิ้งปิ่นเกล้า ผู้ค้า 7 ราย 5.ตรงข้ามห้างพาต้า ผู้ค้า 12 ราย ส่วนในปี 2569 เขตฯ พิจารณายกเลิกพื้นที่ทำการค้าอีก 4 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 3-5 ผู้ค้า 11 ราย 2.หน้าห้างแม็คโคร ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ผู้ค้า 13 ราย 3.ปากซอยแสงศึกษา (อิสรภาพ 44) หน้าโรงพยาบาลธนบุรี ผู้ค้า 13 ราย 4.หน้าโรงเรียนชิโนรส ผู้ค้า 7 ราย นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีแผนยุบรวมพื้นที่ทำการค้า 4 จุด ได้แก่ 1.หน้าวัดเจ้าอามและฝั่งตรงข้ามวัด ผู้ค้า 7 ราย 2.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ผู้ค้า 8 ราย 3.ปากซอยบางขุนนนท์ 2 ผู้ค้า 1 ราย 4.ถนนบางขุนนนท์ ทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 5 ราย ทั้งนี้ ในปี 2569 เขตฯ จะพิจารณายกระดับพื้นที่ทำการค้าเป็นจุดผ่อนผันทั้งหมด 7 จุด ซึ่งอยู่ในจุดผ่อนผันเดิม 5 จุด ส่วนนอกจุดผ่อนผัน จะรวมพื้นที่ทำการค้าถนนบางขุนนนท์ 4 จุด ให้เหลือ 2 จุด เป็นบางขุนนนท์ขาเข้า และบางขุนนนท์ขาออก ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมนำเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 ทั้งขนาดแผงค้า ความกว้างทางเท้า ด้านความสะอาด เพื่อความระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลปิยะเวท 2 ระยะที่ 1 ซอยวังหลัง 12 ถนนวังหลัง ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลความสูง 10 ชั้น และความสูง 12 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ครั้งที่ 3 ต่อเนื่องจากวันที่ 4 มีนาคม 2568 และวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้ดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเปิดเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำในช่วงการปฏิบัติงานตลอดเวลา เปลี่ยนน้ำในบ่อล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกและรถโม่ปูนด้านหน้าทางเข้า-ออกโครงการทุกวัน ตรวจสอบแนวรั้วให้มีความมั่นคงแข็งแรงและมีความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 4 แห่ง ประเภทจุดถมดินท่าทราย 2 แห่ง ประเภทสถานประกอบการ 7 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 24 2.บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 (หน้าธนาคาร TTB) เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 111 วิน ผู้ขับขี่ 1,075 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 20 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย
ในส่วนของการจัดทำสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมอัศวิน พื้นที่ 2 งาน 62 ตารางวา 2.สวนหย่อมจักรวาล พื้นที่ 33 ตารางวา 3.สวนหย่อมปากซอยรุ่งประชา พื้นที่ 1 งาน 27 ตารางวา 4.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา สวนสาธารณะในพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา พื้นที่ 21 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา 2.สวนสิรินธราพฤกษา พื้นที่ 3 ไร่ 16 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนอรุณอมรินทร์ พื้นที่ 23.5 ตารางวา 2.สวนยูเทิร์นเพลินใจ บริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้างคลองบางขุนศรี ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 พื้นที่ 22 ตารางวา 3.สวนวัดรวกสุทธาราม พื้นที่ 147.7 ตารางวา 4.สวนวัดชิโนรสารามวรวิหาร พื้นที่ 60 ตารางวา 5.สวนวัดสุวรรณ ลานทองคล้องใจ พื้นที่ 13 ตารางวา 6.สวนถนนพระเทพ พื้นที่ 39.25 ตารางวา 7.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 8.สวนหย่อมโรงเรียนสุวรรณาราม พื้นที่ 150 ตารางวา 9.สวนริมถนนหน้าจักรวาลโฟโต้ พื้นที่ 33 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวนในสำนักงานเขตบางกอกน้อย พื้นที่ 22 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการหรือทำกิจกรรม เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
ในการนี้ นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกอกน้อย สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี #เดินทางดี #บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


