
(17 ธ.ค.68) เวลา 14.00 น. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมแนวดิ่งระหว่างสำนักกับหัวหน้าฝ่ายโยธา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายจิระเดช กรุณกฤตกุล รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการโยธา หัวหน้าฝ่ายโยธา 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง
ที่ประชุมรายงานการขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่น รวม 6,628 จุด สำนักการโยธา ประกาศแล้ว 374 จุด ยังไม่ประกาศ 11 จุด เป็นของหน่วยงานอื่น 33 จุด สำนักงานเขต ประกาศแล้ว 2,615 จุด ยังไม่ประกาศ 3,595 จุด ด้านการยื่นขออนุญาตก่อสร้างสาธารณูปโภคออนไลน์ผ่านระบบ BANGKOK E-Utility Management มีสถิติการขออนุญาตเข้ามาในระบบ รวมทั้งสิ้น 326 โครงการ เป็นการขออนุญาตใหม่ 260 โครงการ ขอต่อใบอนุญาต 66 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการ 291 โครงการ ไม่อนุญาต 20 โครงการ และยกเลิกโครงการ 15 โครงการ สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการแบ่งเป็นโครงการปกติ 192 โครงการ และโครงการฉุกเฉิน 29 โครงการ
พร้อมทั้งรายงานการถอดบทเรียนปัญหาการก่อสร้างงานสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน บริเวณถนนวังหลัง พบปัญหาจากผู้รับจ้างรื้อทางเท้ากว้างแต่เทคอนกรีตไม่ทัน ทำให้ประชาชนสัญจรลำบากเมื่อฝนตก ไม่มีการจัดทำทางเดินชั่วคราว กองวัสดุไม่เป็นระเบียบ และเศษวัสดุก่อสร้างอุดตันท่อระบายน้ำ สำนักการโยธาจึงกำหนดแนวทางการแก้ไข ต้องมีการจัดทำแผนงานที่ชัดเจนพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ วางแผนทำงานร่วมกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ ต้องรื้อทางเท้าเดิมเป็นช่วงๆ และปูคอนกรีต/กระเบื้องให้แล้วเสร็จในแต่ละช่วง จัดให้มีป้ายเตือน แนวกัน และทางเดินชั่วคราวที่ปลอดภัย และต้องลอกท่อน้ำเสียก่อนส่งมอบงาน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการควบคุม หากหน่วยงานสาธารณูปโภคที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สำนักการโยธาจะทำหนังสือแจ้งเตือน หากเกิน 2 ครั้ง จะถูกปรับครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท
สำหรับสถิติการยื่นขออนุญาตออนไลน์ผ่านระบบ BMA OSS ของสำนักงานเขต ปี 2568 กลุ่มกรุงเทพกลาง 674 เรื่อง กลุ่มกรุงเทพเหนือ 1,467 เรื่อง กลุ่มกรุงเทพใต้ 1,078 เรื่อง กลุ่มกรุงเทพตะวันออก 2,850 เรื่อง กลุ่มกรุงธนเหนือ 921 เรื่อง กลุ่มกรุงธนใต้ 1,681 เรื่อง สำหรับปัญหาอุปสรรคที่พบ ได้แก่ ปัญหาด้านโครงข่ายสัญญาณ ขาดการตรวจสอบก่อนยื่น ระบบขัดข้อง ความยืดหยุ่นในการแก้ไขข้อมูลไม่เพียงพอ ข้อมูลนำเข้าไม่เป็นอัตโนมัติ ความล่าช้าในการนำเข้าข้อมูล ปัญหาการออกใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียม กระบวนการที่ช้ำซ้อน และการพัฒนาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่เกิดขึ้นหลังใช้ระบบการขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ประชาชนยังขาดความคุ้นเคยในการเข้าถึงและชำระค่าอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (E-STAMP) คำสั่งแก้ไขที่เป็นหนังสือขาดการพูดคุยหรืออธิบาย ทำให้ประชาชนยังไม่เข้าใจประเด็นที่แก้ไขแบบแปลน
ส่วนการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำนักการโยธากำหนดมาตรการควบคุม การตรวจสอบให้ผู้รับอนุญาตก่อสร้างดำเนินการตามมาตรการควบคุมฝุ่น ตรวจการจัดการทางเข้า-ออก เพื่อไม่ให้ดิน/เศษวัสดุตกหล่น ตรวจสอบการทำความสะอาดล้อรถและพื้นจุดล้างรถ จัดเก็บวัสดุก่อสร้างให้เป็นระเบียบ หากพบฝ่าฝืนให้แจ้งแก้ไขทันทีหรือมีคำสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว พร้อมทั้งกำหนดการยกระดับมาตรการ โดยการเพิ่มความสูงรั้วชั่วคราว (เดิมเป็นสังกะสีตาม EIA) เป็น 6 เมตร ใช้วัสดุแผ่นเหล็กรีดลอน (METAL SHEET) พร้อมติดตั้งผ้าใบกันฝุ่นความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ปรับปรุงถนนภายในโครงการให้เป็นถนนคอนกรีตในช่วงระหว่างการก่อสร้าง และมีการฉีดน้ำทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เลือกใช้ผ้าใบกันฝุ่น (MESH SHEET) ที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 270 กก./ตร.ม. หรือมีอัตราการพรางแสงไม่น้อยกว่า 90%
ด้านการดำเนินงานติดตั้ง Solar Cell บริเวณริมคลองแสนแสบ คลองโอ่งอ่าง คลองเปรมประชากร คลองลำบึงขวาง และคลองห้วยขวาง รวม 814 ดวง ใช้งานได้ 566 ดวง ชำรุด 253 ดวง ซ่อมแซมแล้ว 193 ดวง อยู่ระหว่างดำเนินการ 60 ดวง
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายสำนักการโยธาและสำนักงานเขตเร่งดำเนินการประกาศขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นให้ครบถ้วนโดยเร็วให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย รวมทั้งจัดทำแผนงานการก่อสร้างที่ชัดเจน ให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้า บูรณาการแผนทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคอื่น อาทิ การไฟฟ้า การประปา เพื่อลดผลกระทบประชาชน และประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงเข้มงวดตรวจสอบมาตรการควบคุมฝุ่นทุกโครงการ หากฝ่าฝืนให้สั่งแก้ไขทันที หรือระงับการก่อสร้างชั่วคราว สำหรับระบบขออนุญาตออนไลน์ (BANGKOK E-Utility / BMA OSS) มอบหมายสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาระบบและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน รวมทั้งเพิ่มการตรวจสอบก่อนยื่นคำขอ และปรับปรุงความยืดหยุ่นของระบบ เน้นการสื่อสารกับประชาชนโดยเฉพาะกรณีคำสั่งแก้ไขแบบแปลน และการใช้งาน E-STAMP ให้เข้าใจมากขึ้น รวมถึงเร่งซ่อมแซม Solar Cell ที่ชำรุด และติดตามงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มอัตราการใช้งานจริง
———


