
.
(15 ธ.ค. 68) นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวการเตรียมจัดการประชุมระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum #2) ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 21 ม.ค. 69 ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom อาคาร อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 11 องค์กร ได้แก่ 1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 2. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4. กระทรวงสาธารณสุข 5. กรุงเทพมหานคร 6. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 7. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 8. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9. ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ 10. มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย และ 11. สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ดำเนินการภายใต้แนวคิดหลัก Transforming Systems Tonether : เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล ขับเคลื่อนอากาศสะอาดร่วมกัน โดยเชื่อมข้อมูล-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ขับเคลื่อนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ สรรค์สร้างอากาศสะอาด ร่วมกันออกแบบกลไกการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นเวทีแห่งความร่วมมือระดับชาติที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย (ภาครัฐ) นักวิจัย ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 อ้างอิงจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลจริง องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากผลงานวิจัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และเสียงของประชาชน โดยจะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหา PM2.5 นี้ เป็นผลลัพธ์ของระบบที่ซับช้อน ที่เชื่อมโยงในหลายมิติทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การคมนาคม ต่างประเทศ การใช้พลังงาน ความมั่นคงของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบโครงสร้างของสังคม จึงเป็นหัวใจและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยการเปิดเผยข้อมูล การแลกเปลี่ยนความรู้ และการประสานความร่วมมือข้ามเขต ข้ามหน่วยงาน ข้ามพรมแดน พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสู่การหายใจที่สะอาดและปลอดภัยของทุกคน ทั้งนี้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมฯ ได้ที่ https://www.breathebangkok.org/pm25forum/
.
โอกาสนี้ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ได้ร่วมเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการจัดการปัญหา PM2.5 ของประเทศไทย” และ “บทบาทของ Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2” นอกจากนี้ นางสาววรนุช สวยค้าข้าว รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมเสวนาในเวทีเสวนา Pre PM2.5 Forum : ฝุ่นเมือง ฝุ่นอุตสาหกรรม เรื่องใหญ่ ในหัวข้อ ฝุ่นในภาคเมืองและมาตรการในการบริหารจัดการ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ได้พูดถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 3 สาเหตุหลัก ของการเกิดฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย สภาพอากาศปิด การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการเผาชีวมวล (การเผาไหม้การเกษตร) รวมถึง การยกระดับ 10 มาตรการ เมื่อกรุงเทพฯ มีระดับฝุ่นสูง เกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ได้แก่ 1. โครงการ Green List Plus รถคันนี้ลดฝุ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด และลงทะเบียน Green List Plus เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ 2. ยกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone : LEZ) ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ 50 เขต 3. ยกระดับมาตรฐานการจัดการรถยนต์ควันดำห้ามเกิน 20% จากเดิมห้ามเกิน 30% เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด 4. ยกระดับการตรวจรถในไซต์ก่อสร้าง/สถานประกอบการ เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด 5. ยกระดับการจัดการมลพิษในโรงงาน 6. ยกระดับการประสานงาน และสนับสนุนจังหวัดข้างเคียง ในการทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนการลดการเผาชีวมวล (การเผาไหม้การเกษตร) 7. การมีส่วนร่วมของประชาชน ยกระดับการแจ้งเตือน โดยแจ้งเตือนผ่าน Social Media ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK พร้อมเพิ่มช่องทาง Cell Broadcast และระบบพยากรณ์คาดการณ์ฝุ่นรายเขตเรียลไทม์ เพิ่มเป็น 7 วัน จากเดิม 3 วัน โดยมีการแจ้งเตือนค่าฝุ่นในเชิงพื้นที่ และแนะนำวิธีการดูแลตนเองในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง มีการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษให้กับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย นอกจากนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยสามารถแจ้งเหตุหรือแหล่งกำเนิดฝุ่นได้ทาง Traffy Fondue 8.การจัดทำห้องปลอดฝุ่น ในโรงเรียน กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ครอบคลุม 9. ยกระดับมาตรการ Work From Home: WFH เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน จะมีส่วนร่วมลดปัญหาฝุ่นการจราจร โดยลดการเดินทาง ดูแลสุขภาพตัวเอง และลดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยปี 2569 ตั้งเป้าเข้าร่วมสูงสุด 300,000 คน และ10. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ล้านต้น เพิ่มเป้าหมายเป็น 3 ล้านต้น จากตอนนี้ปลูกไปแล้วกว่า 2.2 ล้านต้น และเพิ่มสวน 15 นาที ให้ครบ 500 แห่ง ตามเป้าหมาย ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 441 แห่ง
.
โดยในวันนี้มี ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนสำนักสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ และสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ร่วมงาน ณ ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เขตสาทร
#สิ่งแวดล้อมดี
—– (ปชส.สสล.รายงาน)


