กทม. – KCG ปิดโครงการจุดไฟปรุงฝัน ปี 2 (รุ่น 2) เสริมทักษะผู้ประกอบการรายเล็กครบวงจร เพื่อร่วมสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุกคน

(9 ธ.ค. 68) นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ร่วมกล่าวปิดโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 2 (รุ่น 2)” โดยมีนายวีระยุทธิ์ กุศลส่งเสริม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร KCG กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม พร้อมผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม ผู้เข้าร่วมอบรม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

โครงการนี้ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญ ระหว่าง กทม. และ KCG เพื่อแก้โจทย์ปัญหาเศรษฐกิจเมืองไทยและร่วมกันออกแบบโครงการเพื่อทำให้ผู้ประกอบการรายเล็ก “รอดและเติบโตได้จริง” ด้วยการยกระดับองค์ความรู้ครบวงจร

โดยในพิธีปิดโครงการ ได้มีการมอบรางวัลพิเศษ “Spotlight Award” ให้แก่ผู้เรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเข้าร่วมกิจกรรมตลอดโครงการ เป็นเงินรางวัลท่านละ 5,000 บาท และชุดกิฟต์เซตจาก KCG จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ ผู้เรียนจากคอร์สอาหารตะวันตก กับเมนู Signature เพนเน่หมกเนื้ออบชีส และผู้เรียนจากคอร์สเบเกอรี กับเมนู Signature ครัวซองต์และเค้กมะพร้าวอ่อนลาวา นอกจากนี้ ยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมที่สำเร็จหลักสูตรด้วย

● รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ย้ำ รักษา “ไฟ” ที่จุดขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง

โอกาสนี้ รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จหลักสูตรและขอบคุณบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น อย่างจริงใจ ที่ไม่ใช่แค่สนับสนุนโครงการ แต่สนับสนุนโอกาส โดยกล่าวว่า กทม. รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับ KCG อย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีความจริงใจและตั้งใจอย่างยิ่งที่จะนำทรัพยากรหลายอย่างมาช่วย ทำให้การฝึกอบรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่เมืองต้องการไม่ใช่แค่เพียง “ทรัพยากร” เท่านั้น แต่ยังต้องการ “ความร่วมมือ” ด้วย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อภาครัฐและเอกชนมาร่วมกัน เราสามารถสร้างโครงการที่พัฒนาผู้ประกอบการได้จริง ในแบบที่ยั่งยืนและต่อยอดได้ในระยะยาว

“หลักสูตรของโครงการนี้ไม่ได้สอนเพียงเรื่องอาหารหรือเบเกอรีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมความรู้ด้านการเงินและการตลาดด้วย ซึ่งเป็นศาสตร์หลายด้านที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ ทราบว่าผู้เข้าอบรมทุกคนมีร้านเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แม้โครงการจุดไฟปรุงฝัน ปี 2 (รุ่น 2) อาจจะจบลงในวันนี้ แต่เส้นทางฝันของผู้เข้าร่วมทุกคนยังคงอยู่ ขอให้ทุกคนรักษา ‘ไฟ’ ที่จุดขึ้นในระหว่างเรียนรู้ครั้งนี้เอาไว้ และเดินตามความฝันของตนเองให้เต็มที่ กทม. ยินดีที่จะเดินไปกับทุกท่านในการไปให้ถึงฝัน ท้ายที่สุดนี้ ขอปิดโครงการจุดไฟปรุงฝัน ปี 2 (รุ่น 2) อย่างเป็นทางการ และขอให้ทุกท่านนำสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ไปต่อยอดเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับตัวเอง และช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุกคนต่อไป” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

● KCG มุ่งสร้างทักษะที่นำไปสร้างอาชีพได้จริง ชี้ การพัฒนาคนคือความร่วมมือของคนทั้งเมือง

ด้าน นายดำรงชัย กล่าวว่า KCG รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ กทม. ในพันธกิจเพื่อ “พัฒนาคนตัวเล็กให้เติบโตด้วยทักษะจริง” ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่าการพัฒนาคนไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่คือความร่วมมือของคนทั้งเมือง KCG ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพ แต่ตั้งใจทำให้อาหารเป็นโอกาสในการสร้างชีวิตและรายได้ โครงการนี้จึงถือเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะได้มอบ ทักษะที่นำไปสร้างอาชีพได้จริง ด้วยองค์ความรู้ครบวงจรทั้งด้านอาหาร การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ ขอชื่นชมผู้เรียนที่ตั้งใจ ลงมือทำจริง และกล้านำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจของตนเอง โดยผลประเมินระดับความพึงพอใจสูงกว่าร้อยละ 95 ซึ่งสะท้อนว่าโครงการนี้ให้คุณค่าที่จับต้องได้ และผู้ประกอบการสามารถสร้างเมนู Signature และพัฒนาธุรกิจได้จริง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ KCG ภาคภูมิใจ และ KCG พร้อมสานต่อโครงการให้เป็นมากกว่า “การเรียน” แต่เป็น “พื้นที่เติบโตทางอาชีพ” โดยในอนาคตจะมีการสนับสนุนเชิงลึกมากขึ้น ทั้งด้านความรู้ การสร้างเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก และโอกาสทางธุรกิจร่วมกับ KCG เพราะเราตั้งใจให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ผู้ประกอบการด้านอาหารสามารถเติบโตได้ในระดับอาชีพมาตรฐานสากล

สำหรับโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 2 (รุ่น 2)” มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 47 ราย ซึ่งมาจากสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง ศูนย์ฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานคร 9 แห่ง และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร (เขตวังทองหลาง) เริ่มดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง โดยหลักสูตรที่จัดขึ้นครอบคลุมทั้งด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน และการจัดการครัว ตลอดจนการสร้างเมนู Signature ประกอบด้วย หลักสูตรภาคทฤษฎี จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการครัว การสร้างแบรนด์ให้แตกต่าง การตลาดบนโลกออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และความรู้พื้นฐานการบริหารบัญชีและการเงินสำหรับธุรกิจ SME ส่วนหลักสูตรภาคปฏิบัติ จำนวน 4 ครั้ง แบ่งเป็นอาหารตะวันตก และเบเกอรี่ รวมทั้งสิ้น 20 เมนู โดยหลักสูตรอาหารตะวันตก ประกอบด้วยเมนู 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Western Cuisine Thai Twist 1 และ 2 กลุ่ม Pizza Trend กลุ่ม Thai Twist Baked Pasta และกลุ่ม Western Cuisine Thai Twist 2 ส่วนหลักสูตรเบเกอรี ประกอบด้วยเมนู 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Korean Style Cake กลุ่ม Hybrid Bakery กลุ่ม Trendy Soft Cookie และกลุ่ม Chocolate Lover

จากการประเมินผล ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการยกระดับทักษะ (Up-skill) และการพัฒนาทักษะใหม่ (Re-skill) ให้ครอบคลุมทั้งด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน และการจัดการครัว รวมถึงสามารถสร้างเมนู Signature ได้จริงในระดับร้อยละ 95.17 สามารถนำเทคนิคการประกอบอาหารหรือเบเกอรีที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอดหรือเมนูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ร้อยละ 96.55 สามารถนำเนื้อหาภาคทฤษฎีที่ได้รับจากโครงการ ครอบคลุมทั้งด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน และการจัดการครัว ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในระดับร้อยละ 95.86 นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 96.55 ยังมีความต้องการให้มีการจัดโครงการจุดไฟปรุงฝันอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป

#จุดไฟปรุงฝัน #SME #เศรษฐกิจดี #กทม

—————————

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200