กทม. รับมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ “วชิรสถิต 72 พรรษา” และ “วชิรธำรง 72 พรรษา”

(26 มี.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติจากคณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งคณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในนามคณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา กล่าวส่งมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งสองแห่งว่า การจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ นี้เกิดจากการรวมพลังความสามัคคี ความจงรักภักดีและความกตัญญูกตเวทิตาของปวงพสกนิกร องค์กรและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อเป็นถาวรวัตถุคู่พระบารมี จารึกความเทิดทูนของพสกนิกรที่มีต่อองคำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ มีมติจัดสร้างซุ้มประตู 2 ซุ้มประตู ที่บริเวณสะพานดำรงสถิตซึ่งถือเป็นหัวมังกร แล้วทอดลำตัวยาวไปสู่ท้ายมังกรที่บริเวณแยกหมอมี โดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้มอบนวัตกรรมหินอ่อนหยกขาว (ฮั่นไป๋หวี่) มาตั้งประดับซุ้มประตู ซึ่งสร้างเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน คณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ มีความยินดีที่จะส่งมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อธำรงรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์แห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรทั่วแผ่นดิน และเป็นหมุดหมายเชิงอารยธรรมประยุกต์ระหว่างศิลปกรรมไทย-จีนไปตลอดกาล

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ สายหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในนามของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ นำความปลาบปลื้มให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ได้ถวายความจงรักภักดี วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญที่มีการส่งมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ให้กรุงเทพมหานครดำรงรักษาไว้ซึ่งศูนย์รวมจิตของประชาชน ขอให้ร่วมกันรักษา สืบสานและดำรงไว้ซึ่งพระเกียรติคุณของพระองค์สืบไป

นางจรรย์สมร วัธนเวคิน ประธานที่ปรึกษาโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ภาคเอกชน ประธานอุปถัมภ์ มูลนิธิเกียรติร่วมมิตรเพื่อการศึกษา กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่คณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 2 ซุ้มประตู ได้มอบให้เป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร เพราะถาวรวัตถุคู่พระบารมีนี้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกิดจากการรวมพลังทั้งแผ่นดิน จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์การแสดงความเคารพ เทิดทูน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชวงศ์จักรี เชื่อว่ากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรภาครัฐที่มีส่วนร่วมสร้างประวัติศาสตร์หมุดหมายแห่งอารยธรรมจะดำเนินงานเพื่อให้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ “วชิรสถิต 72 พรรษา” และ “วชิรธำรง 72 พรรษา” เป็นอารยธรรมของชาติ และเป็นศรีสง่าของกรุงเทพมหานครสืบไป

นายประสงค์ เอาฬาร รองประธานหอการค้าไทยจีน ในนามคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ สายหอการค้าไทย-จีน และองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ กล่าวว่า เชื่อว่าคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย คนจีนที่มาประกอบอาชีพในประเทศไทย และคนไทยในประเทศไทย ทุกคนต่างภูมิใจที่มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ เชื่อว่าต่อไปนักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายรูปที่ซุ้มประตูนี้ ขอขอบคุณและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ในฐานะผู้รับมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า กราบขอบคุณคณะทำงานที่ให้กรุงเทพมหานครได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงชีวิตหนึ่งจะมีโอกาสที่ได้ทำงานสำคัญหรือเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์มีน้อย หากคณะทำงานไม่ริเริ่มโครงการนี้เชื่อว่ายากที่จะมีใครริเริ่มโคงการสำคัญแบบนี้ และด้วยพระบุญญาบารี พระบุญญาธิการสามารถสำเร็จได้ภายใน 6 เดือน เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ เป็นสิ่งมหัศจรรย์จริง ๆ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจกัน กรุงเทพมหานครพร้อมรับมอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ “วชิรสถิต 72 พรรษา” และ “วชิรธำรง 72 พรรษา” ให้เป็นทรัพยสินของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งหมด และพร้อมที่จะดูแล บำรุงรักษาให้เกิดความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ และช่วยกันต่อยอดการพัฒนาชุมชนข้างเคียง ส่งเสริมการท่องเที่ยวบนถนนเจริญกรุงให้อยู่ในบรรยากาศคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านวิถีการดำเนินชีวิต และมีความสำคัญไม่แพ้ถนนเยาวราช เชื่อว่าจะเห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนที่มาช่วยพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีเอกลักษณ์ที่เป็นนของเราเองอย่างแท้จริง

สำหรับซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เป็นซุ้มประตูที่จัดสร้างโดยสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์จีน–ไทย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง บริเวณจุดแบ่งเขตการปกครองระหว่างเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด คือ “ซุ้มประตูวชิรสถิต 72 พรรษา” หรือ “ซุ้มหัวมังกร” ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานดำรงสถิตข้ามคลองรอบกรุง (คลองถม) และ “ซุ้มประตูวชิรธำรง 72 พรรษา” หรือ “ซุ้มหางมังกร” ตั้งอยู่บริเวณแยกหมอมี โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2568 และในวันนี้ได้มอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดูแลอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ซุ้มประตูเป็นซุ้มคร่อมบนถนนเจริญกรุง สร้างโดยใช้โครงสร้างเป็นเหล็กรูปพรรณเชื่อมต่อกันตามรูปทรงที่กำหนด ส่วนภายนอกใช้วัสดุคอนกรีตเสริมใยแก้วเพื่อช่วยลดน้ำหนักของซุ้มประตู แต่มีความคงทน ส่วนขนาดของซุ้มนั้นมีความสูง 23 เมตร ส่วนความกว้างไม่เท่ากัน โดย “ซุ้มประตูวชิรสถิต 72 พรรษา” กว้าง 16 เมตร และ “ซุ้มประตูวชิรธำรง 72 พรรษา” กว้าง 14 เมตร โดยซุ้มประตูทั้งสองแห่งมีสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะของราชวงศ์จีนตอนเหนือสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับมอบมาจากพระมหาคณาจารย์จีนธรรมวชิราจารย์ เสาเป็นสีแดง ฐานอยู่บนทางเท้าทั้งสองฝั่ง เป็นซุ้มเสาคู่เดียว มีหลังคาสีเหลืองด้านบน 3 หลังคา ลดระดับสองชั้นซ้ายขวา กึ่งกลางหลังคาชั้นบนประดิษฐานตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีมังกรคู่เป็นปูนปั้นระบายสีหันหน้าเข้าหาตราสัญลักษณ์ประกอบด้านข้าง และมีลวดลายมังกรห้าเล็บเป็นสัญลักษณ์หลัก โดยตกแต่งด้วยสีทั้งหมด 5 สีตามธาตุ คือ สีแดง (ธาตุไฟ) สีเหลือง (ธาตุดิน) สีดำและสีน้ำเงิน (ธาตุน้ำ) สีเขียว (ธาตุไม้) และสีขาว (ธาตุทอง)

นอกจากนี้ ยังมีประติมากรรมมงคลรูปช้างไทย สิงโตจีน ซึ่งเป็นตัวแทนทั้ง 2 ประเทศ และกลองลายเมฆมงคล ทั้งหมดแกะสลักโดยศิลปินชาวจีนจากหินฮั่นไป๋หวี่ (หินอ่อนหยกสีขาว) ซึ่งเป็นหินชนิดพิเศษของจีน ที่ใช้เฉพาะในพระราชวังต้องห้ามเท่านั้น ประดิษฐานที่ฐานเสาซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 2 จุดอีกด้วย โดยประติมากรรมดังกล่าวนี้ รัฐบาลจีนมอบให้รัฐบาลไทย ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์จีน–ไทย ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

โอกาสนี้ คณะกรรมการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ประกอบด้วย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในนามประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ สายหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายประสงค์ เอาฬาร รองประธานหอการค้าไทยจีน ในนามคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ สายหอการค้าไทย-จีน และองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน ในนามประธานคณะกรรมการอํานวยการโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ สายหอการค้าไทย-จีน และองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาคมจีน 9 ภาษา ดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทยและองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ และ นางจรรย์สมร วัธนเวคิน ประธานที่ปรึกษาโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ภาคเอกชน ประธานอุปถัมภ์ มูลนิธิเกียรติร่วมมิตรเพื่อการศึกษา เป็นผู้แทนมอบซุ้มประตูให้กับกรุงเทพมหานคร โดย แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรื่องศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

กทม #สังคมดี #เศรษฐกิจดี

                ---------------------------------   (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)
แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200