
(14 มี.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ Mr. SAKUDO Shunsuke หัวหน้าคณะผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสการรับตำแหน่งใหม่ และอดีตหัวหน้าผู้แทนองค์การฯ Mr. SUZUKI Kazuya กล่าวอำลาเพื่อกลับไปประจำการที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งรายงานความคืบหน้าของโครงการที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานคร และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงได้มอบชุดจานโชว์ ขนาด 6 นิ้ว ลวดลายเบญจรงค์ที่ขอบจานพิมพ์ตราสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ชิ้น เป็นของที่ระลึก โดยมี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) เขตพระนคร
สำหรับความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น Uapan International Cooperation Agengency : JICA) ประกอบด้วย
1. การดำเนินการตามแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 – 2573 มีการดำเนินงานที่ครอบคลุมการดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ การขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้พลังงานทางเลือก การจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การวางผังเมืองสีเขียว และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ ปี 2573 ที่ร้อยละ 19 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับประเทศและความตกลงปารีส โดย JICA เป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่น เมืองโอโกฮามา และภาคเอกชน ในการดำเนินงาน
- การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ตามโครงการมาตรการป้องกันและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (Project for Sustainable Management of PM2.5 Prevention and Reduction Measures) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมควบคุบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบัน (ปี 2566-2567) เป็นการดำเนินโครงการในปีที่สอง โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการดำเนินงาน ประกอบด้วย การวิเคราะห์โครงสร้างมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การทดสอบการใช้แบบจำลองการคาดการณ์มลพิษทางอากาศเสมือนจริง การนำเสนอมาตรการที่เป็นไปได้ การพิจารณาสถานการณ์การเกิดมลพิษที่หลากหลาย การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมาตรการ การพัฒนาหลักสูตรการอบรมให้แก่กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์การ JICA ได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร ด้วยการทดลองติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรเป็นพื้นที่ (Area Traffic Control : ATC) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพื้นที่โครงการประกอบด้วย บริเวณถนนพหลโยธิน ถนนพระระรามที่ 6 ถนนราชวิถี และถนนประดิพัทธ์ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทดลองระบบเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายน 2566 พบว่าสามารถลดความยาวของรถแถวคอยได้ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต กรุงเทพมหานครและผู้เชี่ยวชาญขององค์การ JICA จะร่วมหารือเพื่อยกระดับการดำเนินงานการควบคุมสัญญาณจราจรที่สามารถแปรผันตามสภาพจราจรตลอดเวลา (adaptive control signals) เป็นระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรเป็นพื้นพื้นที่ (ATC) ต่อไป
- องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นได้ดำเนินโครงการ Advancing Co-design of Integrated Strategies with Adaptation to Climate Change in Thailand (ADAP-T) โดยศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดปัญหาน้ำท่วมในเมืองที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องการคมนาคมพบว่า ปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายจากการเกิดฝนตกส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ดังนั้น JICA จึงเสนอโครงการความร่วมมือเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนให้กรุงเทพมหานครสามารถกำหนดนโยบายและปรับปรุงมาตรการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเมืองโดยใช้ฐานข้อมูลและกรอบการดำเนินงานจากโครงการ ADAP-T โดยผลที่คาดว่าจะได้รับ ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงอันตรายจากน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อการเกิดน้ำท่วม และการนำเสนอผลที่ได้จากมาตรการจัดการน้ำท่วม ตลอดจนผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การจราจร และมลพิษ
ทางอากาศ - เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นได้นำส่งรายงานโครงการฯ ฉบับสมบูรณ์ให้แก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการวิจัยในพื้นที่สุขุมวิท (The Sukhumvit Model) เพื่อศึกษาแนวทางการเปลี่ยนแปลงระบบการเดินทาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งทีมงานศึกษาวิจัยมีความเห็นว่าบริเวณย่านสุขมวิทเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนเป็นพื้นที่ผสมผสานความหลากหลายของวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และสามารถสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นไทยในแต่ละบริบทของพื้นที่ นอกจากนี้ ในพื้นที่สุขุมวิทยังมีเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นโครงข่ายที่สำคัญของการเดินทาง ตลอดจนมีร้านค้า โรงแรม และมีการบริการแทรกตัวในพื้นที่ตรอกซอกชอยจำนวนมากซึ่งก่อให้เกิดปัญหากาการจราจร โดยทีมวิจัยได้เสนอหลักการพื้นฐานในการพัฒนาระบบการเดินทาง เช่น การเชื่อมต่อ (Connectivity) การแบ่งปัน (Shareability) และความยืดหยุ่น (Flexibility) ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบการเดินทางของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมการประยุกต์ใช้แนวคิดการออกแบบการเดินทางที่สำคัญ ได้แก่ แนวคิดเมืองเชื่อมต่อหลายศูนย์กลาง (Multi-Centered Connectable City) ในระดับมหานคร แนวคิดถนนสำหรับทุกคน (Street For All) และแนวคิดการส่งเสริมความสามารถในการเดินเท้า (walkability) เพื่อเข้าถึงบริการขั้นสุดท้ายในเมือง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมในเชิงวิธีการ (Innovative Methodology) ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งข้อมูลผลการศึกษาที่ได้จะสามารถนำไปใช้ในการวางแผนเชิงนโยบายและการสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครดีขึ้น ตลอดจนนำใช้ในการพัฒนาระบบบคมนาคมขนส่งย่านสุขุมวิท ให้มีความทันสมัยต่อไป
————-


