
(8 พ.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเมืองและสุขภาพบนเวทีเสวนา SX TALK STAGE ภายใต้หัวข้อ “สุขภาพดี เริ่มที่เมือง ไม่ใช่ที่โรงพยาบาล” ณ บริเวณ SX TALK STAGE ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อชวนมองการดูแลสุขภาพของคนเมืองในมิติใหม่ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์แก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
• หัวใจของเมืองต้องสร้างสมดุล ‘เส้นเลือดใหญ่-เส้นเลือดฝอย’
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองว่า หัวใจสำคัญของ “เมืองที่ดี” คือการทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การเดินทาง ความปลอดภัย สังคมเศรษฐกิจ ความโปร่งใส และการเรียน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเมืองไม่ควรเน้นลงทุนเฉพาะ “เส้นเลือดใหญ่” หรือเมกะโปรเจกต์นับหมื่นล้านบาท แม้เส้นเลือดใหญ่จะจำเป็น แต่คนส่วนใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ตามตรอกซอกซอย ซึ่งเปรียบเสมือน “เส้นเลือดฝอย” หากเส้นเลือดใหญ่แข็งแรงแต่เส้นเลือดฝอยอ่อนแอ เมืองก็ไม่มีทางมีความสุขได้
ที่ผ่านมา กทม. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นเลือดฝอยควบคู่กันไป เช่น ปรับปรุงทางเท้าไปแล้วกว่า 1,200 กิโลเมตร ทาสีตีเส้นทางเดินในซอย ขยายพื้นที่ทางเดินให้คนพิการและประชาชนทั่วไปสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นด่านหน้าดูแลสุขภาพประชาชน พร้อมพัฒนาพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง
“หัวใจของเมืองคือต้องบาลานซ์กันระหว่างเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย อย่ามุ่งแต่เส้นเลือดใหญ่ แต่ต้องไปด้วยกัน ทำให้เส้นเลือดฝอยเข้มแข็ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
• มุ่งสู่กรุงเทพฯ “เมืองเดินได้” ยกระดับสุขภาวะเชิงป้องกัน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นพัฒนาให้เป็น “เมืองที่เดินได้” เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ในยุโรปและญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเดิน เช่น การพัฒนาสะพานเขียวที่มีผู้ใช้งานวันละนับหมื่นคน การติดตั้งทางเดินมีหลังคา (Covered Walkway) รวมถึงการสร้าง Skywalk ย่านโยธีที่เชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อรองรับผู้ใช้รถเข็น ส่งเสริมระบบสัญจรทางเลือกด้วย Bike Sharing และเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมนันทนาการและกีฬาฟรีอย่างต่อเนื่อง เช่น ดนตรีในสวน แอโรบิก งานวิ่ง และการสนับสนุนกีฬายอดนิยมอย่างพิกเคิลบอล แบดมินตัน และโยคะ
ในด้านสาธารณสุข กทม. เดินหน้าตรวจสุขภาพฟรีให้ประชาชนไปแล้ว 1 ล้านคน พร้อมทั้งจัดหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ตามศูนย์การค้า และมุ่งยกระดับบริการในโรงพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อลดระยะเวลารอพบแพทย์ให้เหลือไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยมีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นต้นแบบ ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของประชาชนให้กลายเป็น “นิสัยของเมือง”
• บริหารชีวิตด้วย “7 Habits” และพลังแห่ง “นิสัย”
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้นำแนวคิดจากหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People และ The Power of Habit มาแลกเปลี่ยนว่า ชีวิตเปรียบเสมือน “โถแก้ว 1 ใบ” มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน หัวใจสำคัญจึงต้องเอา “เรื่องที่สำคัญที่สุดไปจองพื้นที่ในชีวิตก่อน” ควบคู่กับการเข้าใจโครงสร้างของนิสัย ซึ่งประกอบด้วย สัญญาณ รูทีน และรางวัล โดยต้องมุ่งเน้น “การเลือกรางวัลระยะยาว” แทนการติดกับรางวัลระยะสั้น
ทั้งนี้ เนื่องจากพลังใจมีอยู่อย่างจำกัดและหมดลงได้หากใช้ทั้งวัน การบริหารจัดการชีวิตจึงต้องขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การฝึกสมาธิ การตั้งเป้าหมายทีละขั้นตอน การจดบันทึกติดตามผล และการหาความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อสร้างวินัยและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาว
สำหรับงาน SUSTAINABILITY EXPO 2026 (SX2026) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ขนทัพ 10 ไฮไลต์สุดโดดเด่นมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและให้ความรู้ตลอด 10 วันเต็ม อาทิ นิทรรศการ Immersive Nature ร่วมกับ National Geographic เวทีเสวนา SX Talk Stage จากวิทยากรกว่า 800 คน SX Food Festival เมนูอาหารยั่งยืนดีต่อโลก SX Marketplace สินค้าเพื่อสังคม ตลอดจนกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวที่ SX Kids Zone และจุดส่งต่อของหมุนเวียนที่ SX Repartment Store ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานฟรีถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sustainabilityexpo.com
#กรุงเทพมหานคร #กทม #SX2026 #SustainabilityExpo2026


