
(30 ต.ค. 69) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขต ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยมี นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะจากทั้ง 50 สำนักงานเขต เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบายและแลกเปลี่ยนข้อจำกัดการดำเนินงานร่วมกัน
โอกาสนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้แสดงความขอบคุณผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม และบุคลากรฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ทุกสำนักงานเขตสำหรับความทุ่มเทและเสียสละในภารกิจ “ร่วมแรงฟื้นกรุง” ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันลงพื้นที่ขนย้ายและจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ รวมถึงขยะมูลฝอยตกค้างจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนคือพลังสำคัญและเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการประชุมแนวดิ่ง (Vertical Meeting) ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ ได้แก่
– ด้านพื้นที่สีเขียวและการบริหารจัดการ : การกำหนดตัวชี้วัดตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2570 ด้านพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะ พร้อมพิจารณาผลการสำรวจและมาตรการฟื้นฟูต้นไม้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในช่วงวันที่ 25 กันยายน – 30 ตุลาคม 2569 เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน
– ด้านการจัดการมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม : การขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการจัดตั้งศูนย์จัดการขยะในชุมชน และการเตรียมความพร้อมตรวจสอบการคัดแยกขยะของผู้ได้รับสิทธิลดค่าธรรมเนียม
– การยกระดับบริการดิจิทัล (BKK WASTE PAY) : การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการอุทธรณ์ในระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย และขั้นตอนการสมัครแอปพลิเคชันเป๋าตังและการหักบัญชีอัตโนมัติ
– การบริหารจัดการค่าบริการและพลาสติก : แนวทางการขอรับบริการกำจัดมูลฝอยทั่วไป การประเมินค่าธรรมเนียม และแนวทางการจัดการพลาสติกมูลค่าต่ำเพื่อยกระดับระบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสื่อสารนโยบายจากผู้บริหารลงสู่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตได้สะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชาวกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
—– (ปชส.สสล. รายงาน)


