
(22 ต.ค. 69) อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง : นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยก่อนเข้าประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 (ต่อ) ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานช่วยเหลือและปิดเคสเยียวยาประชาชนว่า ขณะนี้สามารถปิดเคสได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 400,000 เคส เป็น 435,000 เคส โดยในช่วงแรกสามารถปิดเคสได้สูงสุดเกือบ 50,000 เคสต่อวัน เนื่องจากเคสส่วนใหญ่มีข้อมูลชัดเจนและตรงกับฐานข้อมูลของสำนักงานเขต
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเคสเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก ทั้งกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย การพักอาศัยจริงในพื้นที่ สภาพอาคาร การยื่นขอรับสิทธิซ้ำซ้อน และความถูกต้องของเอกสารประกอบ โดยกรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพิจารณา
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างพัฒนากระบวนการให้บริการของสำนักงานเขต โดยนำระบบออนไลน์มาใช้เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลา ปรับปรุงระบบคิว เพิ่มจุดให้บริการ และเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสม พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบทเรียนและการทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การออกแบบแนวทางดูแลประชาชนมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละเขต
สำหรับการพิจารณาสิทธิของผู้เช่าและเจ้าของบ้าน กทม. ยึดหลักฐานการอยู่อาศัยจริงและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ดังนี้
• กรณีบ้านแบ่งให้เช่าชัดเจน หากเจ้าของมีหลักฐานชัดเจน เช่น มีการแบ่งห้องเช่าหลายห้อง ผู้เช่าสามารถได้รับการพิจารณาสิทธิตามเงื่อนไข ขณะที่เจ้าของบ้านจะได้รับการพิจารณาสิทธิเฉพาะส่วนที่ตนเองพักอาศัยจริง
• กรณีผู้เช่าไม่มีสัญญาเช่า ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการพักอาศัยจริงในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องและลักษณะการแบ่งพื้นที่ หากมีข้อโต้แย้งระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของบ้าน สามารถพิจารณาจากพยานหลักฐานและยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการได้
• กรณีบ้านเลขที่เดียวมีหลายครัวเรือน ต้องตรวจสอบการอยู่อาศัยจริงแยกเป็นรายครัวเรือน เช่น มีบ้านพักหลายหลังหรือมีโรงครัวแยกกัน ไม่ควรสรุปว่าเป็นครัวเรือนเดียวกันเพียงเพราะใช้บ้านเลขที่เดียวกัน
• กรณีห้องเดียวไม่มีหลักฐานการแบ่งเช่า ต้องตรวจสอบสิทธิและข้อเท็จจริงของทั้งเจ้าของบ้านและผู้ที่อ้างว่าพักอาศัยอยู่ร่วมกันจริง
ทั้งนี้ กทม. กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบเอกสารอย่างรอบคอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบที่พักอาศัยจริงในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมป้องกันการรับสิทธิซ้ำซ้อน สร้างความเป็นธรรม และกำหนดให้ผู้ยื่นเอกสารรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล หากพบการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ กทม. ยังพัฒนาระบบคัดกรองเคสและฐานข้อมูลกลาง พร้อมกำหนดขั้นตอนจัดการข้อโต้แย้งให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน
———–
#เยียวยา #น้ำท่วม #อุทกภัย #บ้านเช่า


