กทม. จับมือ กรมชลฯ-สทนช. เฝ้าระวัง 24 ชม. บริหารน้ำปริมณฑลผ่านคลอง-อุโมงค์ยักษ์ ยันระดับน้ำชั้นในยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุม

(15 ต.ค. 69) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายอาสา สุขขัง ผู้อำนวยการสำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งจังหวัดปทุมธานีและฉะเชิงเทรา โดยยืนยันว่า การเปิดประตูระบายน้ำหลักเป็นการผันมวลน้ำเข้าสู่ระบบคลองและอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำในพื้นที่ กทม. ชั้นในยังคงอยู่ในเกณฑ์ควบคุม ขอให้ประชาชนคลายความกังวล

 

● เปิดประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออก เชื่อมเส้นทางคลองสู่อุโมงค์บึงพระรามเก้า

 

กรุงเทพมหานครประสานกรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำปลายคลอง 13 สายล่าง (ประตูนางเงือก) เพื่อระบายน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ผ่านพื้นที่เขตหนองจอก คลองสามวา และมีนบุรี โดยน้ำจะไหลผ่านประตูระบายน้ำมีนบุรี ผ่านพื้นที่บางชัน บางกะปิ และรามคำแหง เข้าสู่อาคารรับน้ำบึงพระรามเก้า ก่อนสูบผ่านอุโมงค์ระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำพระโขนง

 

สำหรับระดับน้ำบริเวณปลายคลองแสนแสบย่านรามคำแหง ซึ่งเป็นเส้นทางรับมวลน้ำดังกล่าวก่อนเข้าสู่อาคารรับน้ำบึงพระรามเก้า ยังคงอยู่ในระดับปลอดภัย โดยระดับน้ำต่ำกว่าแนวเขื่อนประมาณ 55 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม พื้นที่ริมคลองแสนแสบฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก คลองสามวา และมีนบุรี แม้ระดับน้ำล่าสุดจะยังไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ กทม. ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนใน 3 เขตดังกล่าวติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

 

ขณะเดียวกัน ได้ประสานเปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่งในระดับ 50 เซนติเมตร เพื่อระบายน้ำจากพื้นที่รอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทราลงสู่คลองหลวงแพ่ง ไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ ทั้งนี้มีสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ของกรมชลประทานช่วยสูบน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ระบายออกไปยังคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตอีกทางหนึ่ง จากการติดตามสถานการณ์ในวันนี้ พบว่าระดับน้ำบริเวณใกล้ประตูระบายน้ำยังทรงตัว ขณะที่ด้านนอกและบริเวณวัดลำต้อยติ่งมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ ชุมชนริมคลองที่ไม่มีแนวคันกั้นน้ำอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

● ทยอยเปิดประตูคลองสองสายใต้ ระบายน้ำหลายเส้นทางลงเจ้าพระยา

 

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำฝั่งจังหวัดปทุมธานี กทม. ประสานกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์และคลองหกวาสายล่าง เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ทยอยปรับระดับการเปิดแบบขั้นบันไดจาก 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร และเพิ่มเป็น 80 เซนติเมตร ตามการประเมินสถานการณ์ ส่งผลให้ระดับน้ำด้านนอกประตูลดลงจาก +2.00 เมตร เหลือ +1.32 เมตร หรือลดลงประมาณ 68 เซนติเมตร ช่วยลดระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ปทุมธานีได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

มวลน้ำที่ระบายผ่านประตูคลองสองสายใต้จะถูกกระจายไปหลายเส้นทาง ทั้งคลองบางเขน คลองบางซื่อ อุโมงค์บางซื่อ และอาคารรับน้ำบึงพระรามเก้า เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

ทั้งนี้ การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำดำเนินการโดยประสานงานร่วมกันระหว่าง กทม. กรมชลประทาน และ สทนช. เพื่อพิจารณาปริมาณน้ำและควบคุมระดับน้ำไม่ให้เกินเกณฑ์วิกฤต จนส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในพื้นที่รอบนอกและกรุงเทพฯ

 

● เร่งดูแลชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมขัง เปิดช่องทางแจ้งเหตุถึงเจ้าหน้าที่

 

กรุงเทพมหานครติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนริมคลองและพื้นที่ท้ายซอยที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตและสำนักการระบายน้ำได้ลงพื้นที่ดูแลตามจุดที่ได้รับแจ้ง

 

ประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังสามารถติดต่อสำนักงานเขตในพื้นที่ โทรศัพท์หมายเลข 0 2248 5115 (สำนักการระบายน้ำ) หรือสายด่วน กทม. 1555 รวมถึงแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue

 

ประชาชนสามารถติดตามประกาศและสถานการณ์น้ำได้ทางเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร เฟซบุ๊กสำนักการระบายน้ำ และเฟซบุ๊กศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร เพื่อรับทราบข้อมูลและข้อควรระวังในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

#กทม #สถานการณ์น้ำ #บริหารจัดการน้ำ #เฝ้าระวังน้ำท่วม #สำนักการระบายน้ำ #กรมชลประทาน #สทนช

—————————  

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200