
(8 ต.ค.69) เวลา 17.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตคนจนเมืองกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายสลัม 4 ภาค เข้าร่วมประชุม ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
•เร่งปลดล็อกที่ดินรัฐ–แก้ปัญหาไล่รื้อชุมชน
ที่ประชุมหารือแนวทางนำที่ดินสาธารณประโยชน์มาใช้พัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ ชุมชนบึงลำไผ่ เขตมีนบุรี และชุมชนเพชรคลองจั่น เขตบึงกุ่ม ซึ่งยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยให้ สคทช. ประสานกรมที่ดินเร่งหาข้อยุติ พร้อมตรวจสอบข้อจำกัดด้านระบบระบายน้ำในพื้นที่
สำหรับปัญหาการไล่รื้อชุมชน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นใช้การเจรจาและไกล่เกลี่ยก่อนดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมมอบหมายเขตคันนายาวตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีชุมชนจินดาบำรุง และประสานผู้ฟ้องคดีเพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนภายใต้กรอบกฎหมาย
•แก้ปมทางเข้าออก–จัดตั้งชุมชน ลดขั้นตอนยุ่งยาก
ที่ประชุมมอบหมายเขตดอนเมืองเร่งประสานหาทางเข้าออกถาวรให้ชุมชนสะพานร่วมใจ ส่วนชุมชนอ่อนนุช 66/1 เขตสวนหลวง ซึ่งเอกชนเปิดช่องทางเดินไว้ประมาณ 1 เมตร ให้สำนักงานเขตประสานเจ้าของที่ดินและเครือข่ายชุมชนเจรจาหาทางออกร่วมกัน
ขณะที่ชุมชนใหม่ไทรทอง เขตสวนหลวง ซึ่งมี 83 ครัวเรือน ติดปัญหาหนังสือยินยอมจากการรถไฟฯ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบสำนักพัฒนาสังคมเร่งตีความระเบียบ หากใช้สัญญาเช่าที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่ออยู่อาศัยแทนหนังสือยินยอมได้ ให้จัดทำหนังสือเวียนแจ้งทุกเขต พร้อมพิจารณาปรับปรุงระเบียบในระยะยาว
ด้านการจัดตั้งชุมชน รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ย้ำให้ยึดกรอบเวลาตามคู่มือ โดยสำนักงานเขตตรวจเอกสารภายใน 30 วัน และส่งต่อภายใน 3 วัน ขณะที่สำนักพัฒนาสังคมมีกรอบพิจารณา 15 วัน พร้อมเร่งแก้ปัญหาเอกสารของชุมชนทองกิตติและบ้านเราริมบึง ส่วนชุมชนกระทุ่มเดี่ยว เขตสะพานสูง ได้รับการประกาศจัดตั้งแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569
•เร่งสาธารณูปโภค–ทะเบียนบ้าน ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน
ที่ประชุมติดตามการแก้ปัญหาทะเบียนบ้านชั่วคราวชุมชนคลองโตนด เขตมีนบุรี และทะเบียนบ้านถาวรในพื้นที่เขตทุ่งครุและประเวศ รวมถึงการปรับปรุงถนน ทางระบายน้ำ ประปา และไฟส่องสว่างในพื้นที่หนองจอก คลองสามวา และบางขุนเทียน พร้อมให้สำนักการจราจรและขนส่งประสานกรมการขนส่งทางบก พิจารณาปัญหารถโดยสารไม่เพียงพอบริเวณถนนประชาร่วมใจ
•เปิดทางทบทวนกติกาหาบเร่แผงลอย เสนอทดลองค้าขาย 6 เดือน
เครือข่ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์จุดผ่อนผัน 16 ข้อ ซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน พร้อมเสนอพื้นที่นำร่องทดลองค้าขาย 6 เดือน ประเมินผลทุก 2 เดือน โดยกำหนดจำนวนแผง เวลาเปิดขาย ทางเดินเท้า และมาตรฐานความสะอาดให้ชัดเจน
ที่ประชุม ขอให้เครือข่ายรวบรวมรายละเอียดแต่ละพื้นที่ ทั้งข้อเสนอ ปัญหาที่ติดขัด และหน่วยงานรับผิดชอบ ก่อนนัดหารือเฉพาะเรื่องกับกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยังไม่มีการอนุมัติจุดทดลองค้าขาย
•แก้ภาษีบ้านมั่นคง–ค่าเรียน–สิทธิรักษาพยาบาล
ที่ประชุมรับทราบปัญหาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของชุมชนบ้านมั่นคงที่ถือครองที่ดินแบบแปลงรวม โดยบางชุมชนมีภาระภาษีสะสมหลายแสนบาท สำนักการคลังเตรียมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้สำนักงานเขต พร้อมนัดหารือกรณีที่ถูกเรียกเก็บภาษีแล้วเป็นรายพื้นที่
ด้านการศึกษา เครือข่ายชุมชนสะท้อนปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แม้ กทม. มีนโยบายเรียนฟรีไม่มีเก็บเพิ่ม โดยเฉพาะค่าชุดกีฬา อุปกรณ์ และการสำรองจ่ายเงินก่อนเบิกคืน จึงเตรียมนำเข้าคณะทำงานย่อยเพื่อหาแนวทางลดภาระผู้ปกครองและดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
ส่วนด้านสุขภาพ สำนักอนามัยชี้แจงปัญหาการขอใบส่งตัวผู้ป่วยที่มีขั้นตอนล่าช้า พร้อมเปิดเผยแนวทางพัฒนา “ราชพิพัฒน์โมเดล” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มช่วงต้นปี 2570 เพื่อปรับระบบบริหารงบประมาณและการส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
•ย้ำแยกคณะทำงานย่อย แก้ปัญหาให้ตรงจุด
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ เห็นด้วยกับแนวทางจัดตั้งคณะทำงานย่อย แยกประเด็นด้านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การประกอบอาชีพ ภาษี การศึกษา และสุขภาพ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนร่วมกันพิจารณารายละเอียด ก่อนเสนอเรื่องสำคัญเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่
พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนปัญหาที่รับผิดชอบ มีกรอบเวลาติดตามผลชัดเจน และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง บริการสาธารณะ และโอกาสในการประกอบอาชีพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
———-


