กทม. ลงพื้นที่พระโขนงกลางดึก ติดตามระบบระบายน้ำ เร่งพร่องน้ำช่วงฝนเบา พร้อมเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพ

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (7 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำงานของประตูสูบน้ำพระโขนง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของระบบระบายน้ำกรุงเทพมหานคร พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานดูแลเครื่องสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และจัดเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง

นายชัชชาติ กล่าวว่า ประตูสูบน้ำพระโขนงเป็นจุดสำคัญในการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากรับน้ำจากหลายพื้นที่ ทั้งคลองประเวศบุรีรมย์ คลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าว ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะน้ำจากพื้นที่ลาดกระบังและเคหะร่มเกล้าที่ต้องไหลผ่านคลองประเวศบุรีรมย์มายังประตูสูบน้ำพระโขนงเป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร

“ประตูสูบน้ำพระโขนงถือเป็นสมรภูมิสำคัญที่สุดของกรุงเทพมหานครในการต่อสู้กับน้ำ” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับระบบระบายน้ำบริเวณประตูสูบน้ำพระโขนง ปัจจุบันเครื่องสูบน้ำสามารถสูบน้ำได้ประมาณ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่อุโมงค์ระบายน้ำสามารถรองรับได้ประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมศักยภาพการระบายน้ำประมาณ 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยอุโมงค์ระบายน้ำเดินเครื่องต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 69

นายชัชชาติ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ ทั้งแก้มลิง บึงพักน้ำ คลอง และอุโมงค์ โดยแก้มลิงมีหน้าที่หน่วงน้ำชั่วคราว ขณะที่อุโมงค์ทำหน้าที่เร่งนำน้ำออกจากพื้นที่ เปรียบเสมือน “ทางด่วนน้ำ” เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการระบายน้ำ

ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณดังกล่าวสูงกว่าระดับน้ำในคลองประมาณ 1.90 เมตร ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้น้ำไหลออกโดยตรงได้ ต้องอาศัยเครื่องสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำในการนำน้ำออกจากพื้นที่ โดยนายชัชชาติระบุว่า “ถ้าไม่มีประตูนี้ก็คือท่วมทั้งกรุงเทพฯ”

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและจัดเก็บขยะที่ลอยมากับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของระบบสูบน้ำ โดยในช่วงที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บขยะได้มากกว่า 2 ตันต่อวัน รวมถึงวัสดุขนาดใหญ่ที่ลอยมากับน้ำ เช่น ไม้และฟูก

นายชัชชาติ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแลระบบระบายน้ำ ทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านเครื่องสูบน้ำ อุโมงค์ ประตูระบายน้ำ และการจัดเก็บขยะ โดยเปรียบการทำงานของทุกฝ่ายเป็น “เฟืองที่ต้องเดินไปด้วยกัน” เพราะแต่ละส่วนมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบโดยรวม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

“นี่คือนักรบตัวจริงที่ช่วยเราจริง ๆ” นายชัชชาติกล่าว

ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้ฝนเริ่มเบาลง ทำให้ กทม. มีช่วงเวลาในการเร่งพร่องและระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับให้เร่งใช้ช่วงเวลาที่ฝนเบาลงในการนำน้ำออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด

“อดทนนิดหนึ่ง ช่วงนี้ฝนเบาลง ทำให้เรามีช่วงหายใจ รีบเอาน้ำออก” นายชัชชาติกล่าว พร้อมระบุว่า กทม. จะเดินหน้าพัฒนาระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงคลองและการพัฒนาอุโมงค์เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำน้ำออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

#กทม #ประตูสูบน้ำพระโขนง #ระบบระบายน้ำ #ระบายน้ำ #สถานการณ์น้ำ #น้ำท่วม

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200