
(3 ต.ค. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยระบุว่า การขอรับความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยควรตรวจสอบและยื่นข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
ระบบแรก คือ การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจากมติคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ครอบคลุมกรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วันแต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย น้ำท่วมต่อเนื่องเกิน 7 วัน หรือบ้านและอาคารถูกน้ำล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด ปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้วประมาณ 230,000 ครัวเรือน
ระบบที่สอง เป็นการขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังและระเบียบของกรุงเทพมหานคร โดยพิจารณาจากความเสียหายจริง เช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าเช่าที่พักชั่วคราว และค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเอกสารและประเมินความเสียหายในพื้นที่
“หากประชาชนยื่นผ่านระบบออนไลน์ ขอให้เข้าใช้งานทั้งระบบทางรัฐและระบบออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากปัจจุบันทั้ง 2 ระบบยังไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ ส่วนการยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตสามารถช่วยดำเนินการให้ได้ทั้ง 2 ระบบ” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กรุงเทพมหานครเตรียมขยายจุดช่วยกรอกข้อมูลออนไลน์ไปยังศูนย์พักพิงประมาณ 250 แห่งที่เปิดใช้งานอยู่เดิม โดยจัดเจ้าหน้าที่เขต ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และอาสาสมัครร่วมอำนวยความสะดวก ประชาชนสามารถนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย เพื่อให้การกรอกข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดจำนวนเอกสารที่ประชาชนต้องใช้ให้เหลือน้อยที่สุด โดยเบื้องต้นลดการใช้ใบแจ้งความเป็นหลักฐานแล้ว และอยู่ระหว่างปรับกระบวนการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น ทั้งการเพิ่มทีมลงพื้นที่ ตัดขั้นตอนการทำประชาคม และเปิดให้ประธานชุมชน นิติบุคคล หรือผู้แทนพื้นที่ร่วมรับรองข้อมูล
สำหรับหลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย ภาพระดับน้ำ เอกสารหรือใบเสร็จค่าซ่อมแซม และหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของหรือสิทธิในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะเอกสารที่หมึกอาจเลือน ควรถ่ายภาพหรือสำเนาเก็บไว้เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินที่แน่นอนได้ เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบราว 270,000–300,000 ครัวเรือน และแต่ละกรณีมีขั้นตอนตรวจสอบแตกต่างกัน โดยกรณีที่ต้องประเมินความเสียหายจริงจะใช้เวลามากกว่า
สำหรับกรณีเจ้าของบ้านและผู้เช่า ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำตามระเบียบกระทรวงการคลัง พิจารณาสำหรับเจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่จริง หากเจ้าของบ้านปล่อยเช่า จะไม่ได้รับค่าซ่อมแซมในส่วนดังกล่าว ขณะที่ผู้เช่าไม่สามารถขอค่าซ่อมแซมบ้านได้ เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน แต่ยังสามารถขอรับความช่วยเหลือในหมวดอื่นตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่าเช่าที่พักชั่วคราว 3,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 2 เดือน รวมสูงสุด 6,000 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าดำรงชีพ หรือค่ารักษาพยาบาล หากมีหลักฐานแสดงการพักอาศัยและความเสียหาย
ส่วนรถยนต์หรือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่เสียหายจากน้ำท่วมและไม่ได้ใช้ประกอบอาชีพ กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงาน คปภ. ถึงแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ที่เข้าเงื่อนไขน้ำล้อมตามมติ ครม. ยังคงขอรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนได้ตามหลักเกณฑ์
กรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วัน แต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ยังสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ตามเงื่อนไข โดยควรเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ให้ครบถ้วน ส่วนกรณีน้ำล้อมหรือน้ำท่วมต่อเนื่อง ต้องเป็นไปตามจำนวนวันที่กำหนด
สำหรับระยะเวลาการยื่นคำร้อง สามารถดำเนินการได้ภายใน 90 วันนับจากวันที่ประกาศเขตภัยพิบัติ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะจัดทำชุดคำถาม–คำตอบ (FAQ) แยกตามประเด็น เช่น เจ้าของบ้าน–ผู้เช่า เอกสารสิทธิ การซ่อมแซมบ้าน และเครื่องมือประกอบอาชีพ เพื่อแจกจ่ายให้สำนักงานเขตและศูนย์พักพิง รวมถึงเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดทีมตอบข้อสงสัยผ่านโซเชียลมีเดีย
สำหรับการเตรียมรับน้ำเหนือ กรุงเทพมหานครได้เตรียมกระสอบทราย คันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำ พร้อมประสานจังหวัดโดยรอบ และเตรียมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน โดย กทม. กำหนดข้อความและระดับการแจ้งเตือน ก่อนส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระจายข้อความ เพื่อให้การแจ้งเตือนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
#กทม #เยียวยาน้ำท่วม #น้ำท่วม
——-


