“ชัชชาติ” ย้ำ กทม.น้อมนำแนวพระราชดำริ ปรับใช้แก้มลิงตามบริบทพื้นที่–ความคุ้มค่า พร้อมเดินหน้า 38 แห่ง เตรียมเพิ่มอีก 7 แห่ง

(1 ต.ค. 69) เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหาร กทม. ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะประเด็น “โครงการแก้มลิง” และข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการพร่องน้ำ–การเปิดประตูระบายน้ำ โดยย้ำว่า ข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่กล่าวหาว่า ต่อต้านและยกเลิกโครงการแก้มลิงนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งตนเองได้เปิดรับชมวิดีโอพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 มากกว่า 10 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจทฤษฎีอย่างถ่องแท้ ยึดประโยชน์ของประชาชนในภาพรวม

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางการจัดการน้ำที่พระราชทานไว้มีหลายรูปแบบ ทั้งการก่อสร้างคันกั้นน้ำ การทำทางผันน้ำ การปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ เขื่อน และ “แก้มลิง” โดยหลักการของแก้มลิง คือ พักน้ำไว้ชั่วคราวในช่วงที่มีน้ำมาก ก่อนระบายออกเมื่อสภาพการระบายน้ำเอื้ออำนวย โดยประสิทธิภาพของแก้มลิงมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ต้องเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นบ่อพักน้ำ ต้องมีเส้นทางที่สามารถนำน้ำเข้าสู่พื้นที่พักน้ำได้อย่างสะดวก ต้องสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกตำแหน่งและรูปแบบโครงการต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และข้อมูลทางเทคนิค ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะสามารถทำแก้มลิงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการแก้มลิงที่มีการศึกษาไว้ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นั้น พบว่าในปี 2556 มีการเสนอทั้งการพัฒนาระบบคลองระบายน้ำและการจัดหาพื้นที่สำหรับแก้มลิง 6 แห่ง เพื่อรองรับน้ำหลากจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ในส่วนของบึงคู้บอนและบึงบางชัน มีการประเมินวงเงินลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยเป็นค่าเวนคืนที่ดินเอกชนมากกว่า 5,000 ถึง 6,000 ล้านบาท ขณะที่ กทม.ได้ทบทวนทางเลือกโดยพิจารณาการปรับปรุงแนวคลองเหนือ–ใต้ ตั้งแต่คลองหกวาสายล่างถึงคลองประเวศบุรีรมย์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ โดยมีวงเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านบาท

นายชัชชาติ ระบุว่า การทบทวนดังกล่าวเป็นการพิจารณาในมิติ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ ความเหมาะสมของพื้นที่ และความคุ้มค่าของการลงทุน เนื่องจากพื้นที่โครงการเดิมเป็นที่ดินเอกชนจำนวนมาก หากดำเนินการจำเป็นต้องมีการเวนคืนและจัดทำระบบนำน้ำเข้า–ออกจากพื้นที่ ขณะที่ทางเลือกการปรับปรุงคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสามารถใช้งบประมาณน้อยกว่า ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง แต่ยังดำเนินการพัฒนาแก้มลิงในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม โดยเน้นพื้นที่ที่สามารถรับและระบายน้ำได้สะดวก และกระจายตัวตามพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ

“ชัชชาติ” ย้ำ “ถกเรื่องเทคนิคได้ แต่อย่าโยงว่าไม่สนองพระราชดำริ”

นายชัชชาติ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจที่มีการนำประเด็นทางเทคนิคไปเชื่อมโยงว่า กทม.ไม่สนองพระราชดำริ พร้อมยืนยันว่า ข้อกล่าวหาว่า กทม.ต่อต้านหรือยกเลิกโครงการแก้มลิงตามพระราชดำริเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากตนได้กลับไปศึกษาและรับชมวิดีโอพระราชดำรัสเกี่ยวกับแนวคิดแก้มลิงเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 หลายครั้ง เพื่อทำความเข้าใจหลักการให้ชัดเจน โดยเห็นว่าแก่นสำคัญของแนวพระราชดำริคือการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ขณะที่การเลือกตำแหน่งโครงการและรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานต้องอาศัยข้อมูลทางวิศวกรรมและการวิเคราะห์ความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พร้อมย้ำว่า กทม.มีหน้าที่นำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยพิจารณา ประโยชน์ของประชาชน ความเหมาะสมของพื้นที่ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ และความคุ้มค่าของงบประมาณ เป็นสำคัญ


“ถ้าจะมาถกเถียงกันในเรื่องความคุ้มค่าหรือเหตุผลทางเทคนิคว่าควรทำหรือไม่ทำ อันนี้ถกกันได้เลยไม่มีปัญหา แต่ขออย่าเอาคำว่าพระราชดำริมาเชื่อมโยงว่าเราไม่สนองพระราชดำริ เพราะพระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดหลักเรื่องแก้มลิงไว้ ส่วนการเลือกตำแหน่งพื้นที่เป็นเรื่องที่ที่ปรึกษาในอดีตเลือกกันเอง” นายชัชชาติ กล่าว


กทม.เดินหน้าแก้มลิงต่อเนื่อง ปี 2569 มี 38 แห่ง และเตรียมเพิ่มอีก 7 แห่ง

ปัจจุบันมีโครงการแก้มลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 38 แห่ง เพิ่มจาก 34 แห่งในปี 2565 และมีแผนดำเนินการเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง ในอนาคต โครงการที่ดำเนินการแล้ว เช่น แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ ความจุ 89,700 ลูกบาศก์เมตร บึงสีกัน ปรับปรุงเพิ่มความจุเป็น 150,000 ลูกบาศก์เมตร บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 ความจุ 38,000 ลูกบาศก์เมตร บึงวงเวียนบางเขน ความจุ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนแผนในอนาคต ได้แก่ บึงวัดพรหมรังษี ทำนบเพื่อการเกษตรตอนคลองหลวงแพร่ง แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ บึงสวนพระนคร แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม และการปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียมเพื่อเพิ่มปริมาตร โดยเมื่อเปรียบเทียบแผนปี 2565 กับแผนดำเนินการช่วงปี 2569–2570 เอกสาร พบว่า จำนวนแก้มลิงจะเพิ่มขึ้นจาก 36 เป็น 45 แห่ง และความสามารถในการรองรับน้ำโดยรวมเพิ่มจากประมาณ 13.70 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นมากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร


ชวน “ดร.เอ้” ดูระบบระบายน้ำ กทม. ย้ำมีการบริหารระดับน้ำตามลำดับ ไม่สามารถเปิดประตูทุกจุดพร้อมกัน

นายชัชชาติ กล่าวถึงข้อวิจารณ์ของนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ เกี่ยวกับการพร่องน้ำและการเปิดประตูระบายน้ำ กทม.มีการพร่องน้ำในคลองและบึงอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก โดยข้อมูลระดับน้ำและการบริหารจัดการระบบระบายน้ำมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักการระบายน้ำ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกเป็นระยะ เช่น ข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งรายงานระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองสอง แสนแสบ และลาดกระบัง พร้อมระบุระดับวิกฤติของแต่ละจุดนอกจากนี้ กทม.ยังมีระบบแสดงข้อมูลสถานีสูบน้ำและระดับน้ำของจุดต่าง ๆ ให้ติดตามได้

สำหรับการบริหารน้ำ ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำทุกจุดพร้อมกันได้ เนื่องจากต้องควบคุมทิศทางและปริมาณน้ำ โดยหลักการคือทยอยระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในที่อยู่ใกล้ระบบระบายหลักก่อน แล้วจึงดึงน้ำจากพื้นที่ด้านหลังเข้ามา เพื่อควบคุมการไหลและป้องกันไม่ให้ระบบระบายน้ำรับน้ำพร้อมกันมากเกินไป ซึ่งการพร่องน้ำและการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำต้องบริหารเป็นระบบตามระดับน้ำและสภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่

จาก “เส้นเลือดใหญ่” สู่ “เส้นเลือดฝอย” เร่งระบายน้ำในชุมชน พร้อมเข้าสู่ระยะฟื้นฟู

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะที่พื้นที่ที่ยังต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ ลาดกระบัง สะพานสูง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่ง กทม.จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งจัดการน้ำในระดับ “เส้นเลือดฝอย” หลังระบบระบายน้ำสายหลักเริ่มมีพื้นที่รองรับ โดยจะเข้าไปช่วยระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงระดมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าสนับสนุนพื้นที่ที่ยังมีน้ำขัง

พร้อมกันนี้ กทม.เริ่มเข้าสู่กระบวนการ ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด โดยเฉพาะการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ริมถนน รวมถึงการใช้ระบบ “บัดดี้เขต” ให้เขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเข้ามาช่วยเหลือเขตที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพื่อเร่งให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

#กรุงเทพมหานคร #กทม #แก้มลิง #น้ำท่วมกรุงเทพ #สำนักการระบายน้ำ #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม69
———————————-

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200