ทวีวัฒนาขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม เพิ่มจุดหลบร้อนท้ายสวน สุ่มตรวจควันดำรถขนส่งสินค้า แนะคัดแยกขยะต้นทาง

(15 พ.ค. 69) เวลา 12.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตทวีวัฒนา

ตรวจเยี่ยมจุดหลบร้อน สวนทวีธาราภิรมย์ ซอยทวีวัฒนา 14 ซึ่งเขตฯ ได้จัดทำจุดหลบร้อน ภายในสวนทวีธาราภิรมย์ มีบริการน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการพักผ่อนคลายร้อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตทวีวัฒนา โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และจุดหลบร้อนภายในสวนสาธารณะ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 318 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต ชุมชน ห้างสรรพสินค้า โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่ที่มีความเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) จำนวน 279 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ สวน 15 นาที อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่เพื่อเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกขนส่งสินค้า บริษัท นิ่มซีเส็งขนส่ง 1988 จำกัด สาขาพุทธมณฑลสาย 2 โดยใช้เครื่องตรวจวัดควันดำด้วยระบบความทึบแสง จากนั้นเร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่ง และคงไว้ที่ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 2 วินาที ทำการตรวจวัดค่าควันดำ 2 ครั้ง ใช้ค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ปัจจุบันมีการปรับปรุงกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ ตามเทคโนโลยีการควบคุมมลพิษที่สามารถทำได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากล กำหนดค่ามาตรฐานควันดำตรวจด้วยเครื่องมือวัดระบบความทึบแสงต้องไม่เกิน 20% โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสภาพรถเป็นประจำทุกปี รวมถึงตรวจวัดค่าควันดำตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน ประเภทแพลนท์ปูน ประเภทสถานที่ก่อสร้าง ประเภทอู่รถยนต์ ขสมก./บริษัทขนส่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับให้สถานประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติตามแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ เดอะพาชิโอ พาร์ค (The Paseo Park) กาญจนาภิเษก วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะเศษอาหาร คัดแยกขยะเศษอาหาร มีเกษตรกรมารับไปเป็นอาหารสัตว์ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล รวบรวมไว้จำหน่ายเป็นรายได้ของพนักงาน 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการพัฒนาสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พื้นที่ 12 ไร่ 42 ตารางวา 2.สวนคลองบ้านไทร พื้นที่ 18 ไร่ 3.สวนบัวแดง พื้นที่ 12 ไร่ 4.สวนชานบ้าน พื้นที่ 12 ไร่ 5.สวนหย่อมหน้าศูนย์สันกฤตศึกษา พื้นที่ 3 งาน 42 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1.สวนร่มเกล้าชาวทาง พื้นที่ 11 ไร่ 2.สวนทวีรักษ์ (ริมถนนอุทยาน) พื้นที่ 5 ไร่ 99 ตารางวา 3.สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า พื้นที่ 31 ไร่ 4.สวนหย่อมวัดอุดมธรรมวิมุตติ พื้นที่ 2 ไร่ 5.สวนชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ พื้นที่ 83.76 ตารางวา 6.สวนสกุลทิพย์ทวีวัฒนา พื้นที่ 1 งาน 39 ตารางวา 7.สวนหย่อมสำนักงานเขตทวีวัฒนา พื้นที่ 2 งาน 28 ตารางวา 8.สวนทวีธาราภิรมย์ ซอยทวีวัฒนา 14 พื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา 9.สวนบริเวณหัวถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก พื้นที่ 1 ไร่ 31 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง ออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในชุมชนที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงดูแลรักษาสวนที่จัดทำเสร็จแล้ว ให้มีความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ

ในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ ไม่มีพื้นที่ทำการค้าแล้ว ซึ่งในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 2 จุด บริเวณฝั่งตรงข้ามวัดศาลาแดง ถนนทวีวัฒนา ผู้ค้า 25 ราย 2.หน้าหมู่บ้านกรีนวิลล์ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ผู้ค้า 44 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลความเป็นระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้ผู้ค้ากลับมาตั้งวางแผงค้าอีก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

ในการนี้ นางสาวอัญชลี ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตทวีวัฒนา ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ห้องหลบร้อน #BKKCoolingCenter

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

คนรักแอโรบิกมีเฮ! กทม. รับมอบอาคารสำเร็จรูปอเนกประสงค์ มุ่งสร้างสังคมคนกรุงสุขภาพดี

(14 พ.ค. 69) เวลา 18.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบอาคารสำเร็จรูปอเนกประสงค์จากคุณเทพนารี เศรษฐเสรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อใช้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเต้นแอโรบิก และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับคนกรุง ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวขอบคุณในความร่วมมือของ BEM ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับชาวกรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานในสวนลุมพินี ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มประชาชนที่มาออกกำลังกายมีความสะดวกสบายมากขึ้น

กิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของ BEM ที่ต้องการสนับสนุนการออกกำลังกายและสร้างประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยอาคารดังกล่าวจะใช้เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักการเต้นแอโรบิกในพื้นที่สวนลุมพินี โดยเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนครั้งนี้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างเสริมสังคมสุขภาพดี และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวกรุงเทพมหานครได้อย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมเต้นแอโรบิก ณ สวนลุมพินี ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่มีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากในทุกเย็น การมีอาคารอเนกประสงค์ใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้คุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกลุ่มผู้นำเต้นและสมาชิก ช่วยให้สวนลุมพินียังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังและความแข็งแรงของคนทุกวัย ทำให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

#สุขภาพดี #แอโรบิกสวนลุม #สวนลุมพินี

——————————

กทม. x เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมือง เปิดอุทยานเบญจสิริ จุดเช็กอินใหม่เต้นเพื่อสุขภาพ “EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK”

“สุขภาพดีไม่มีขาย ขอบคุณเดอะมอลล์ กรุ๊ป และพันธมิตรทุกคน สำหรับกิจกรรมดี ๆ เพื่อสุขภาพของชาว กทม. เอ้าเปิด!“

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดกิจกรรมแอโรบิก EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK ณ อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย วันนี้ (14 พ.ค. 69)

กรุงเทพมหานคร เปิดอุทยานเบญจสิริ ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมืองใจกลางสุขุมวิท โดยมีกลุ่มเดอะมอลล์ ผู้พัฒนาศูนย์การค้าย่านเอ็มดิสทริค และธุรกิจในเครือร่วมสร้างสรรค์ความสนุก เพื่อร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองสุขภาพดี และเมืองแห่งคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมแอโรบิก ณ อุทยานเบญจสิริ ใช้ชื่อว่า EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK จะเป็นคอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพแห่งใหม่ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้ร่วมออกกำลังกายผ่านการเต้นแอโรบิก เสริมสร้างสุขภาพ จัดทุกวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์ ตลอดเดือน พ.ค. – มิ.ย. 69 จำนวน 2 รอบ ได้แก่ เวลา 18.00 – 19.00 น. และ 19.00 – 20.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีพันธมิตรร่วมนำเต้นมากมาย อาทิ เบล – หว่าหวา by Character, Virgin Active, Peaches by Sport Mall

ในวันนี้ คุณกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ จำกัด ผู้บริหารกลุ่มเดอะมอลล์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรม

#กทม

#แอโรบิกสุขุมวิท #แอโรบิกเบญจสิริ

กทม. จับมือ ไทยรัฐ เปลี่ยนสวนจตุจักรสู่ “หน้าฮ้านกลางเมือง” ยกระดับลานสุขภาพดี สร้างแรงบันดาลใจให้คนเมืองผ่านงานแอโรบิก “มักม่วนหน้าฮ้าน”

(14 พ.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเปิดตัวกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ณ ลานสวนจตุจักร เขตจตุจักร เปลี่ยนพื้นที่ลานแอโรบิกเดิมให้กลายเป็น “หน้าฮ้านกลางเมือง” แลนด์มาร์กกิจกรรมสุขภาพที่รวมพลังของสื่อและความบันเทิงเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นให้คนกรุงหันมาดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนาน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย” ต้องเริ่มจากการป้องกันก่อนเจ็บป่วย ซึ่งหัวใจสำคัญคือการสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพและกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย เราต้องเปิดพื้นที่สาธารณะให้มีกิจกรรมดี ๆ ให้คนได้ดูแลตัวเอง ไม่ใช่แค่ในสวนหลัก แต่ต้องมีครูสอนแอโรบิกกระจายลงไปถึงในชุมชนให้มากที่สุด เพราะความเจริญของเมืองไม่ได้วัดกันที่ตึกสูง แต่วัดกันที่คุณภาพของพื้นที่สาธารณะที่คนสามารถออกมาออกกำลังกายหรือเสพงานศิลปะได้

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการร่วมมือกับไทยรัฐ กรุ๊ป และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสร้างสีสันให้สวนจตุจักรได้ ทั้งยังเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่น่าประทับใจ เมื่อถามถึงทิศทางต่อไปของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยันว่าพร้อมขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ตามความต้องการของประชาชน

“สถานีต่อไปจะเป็นที่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสวนรถไฟ หรือสวนเบญจกิติ เราจะขยายผลไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างเมืองที่สุขภาพแข็งแรง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางต่อไปของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเมือง

กรุงเทพมหานคร – ไทยรัฐ กรุ๊ป ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เปิดตัวกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ณ สวนจตุจักร จัดกิจกรรมแอโรบิก “หน้าฮ้านกลางเมือง” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการจัดอีเวนต์ออกกำลังกายทั่วไป แต่เป็นการเชื่อม “พื้นที่ของเมือง” เข้ากับ “พลังของสื่อ” และการส่งต่อแนวคิดสุขภาพดีผ่านความบันเทิงสไตล์ไทยที่เข้าถึงใจคนทุกกลุ่ม โดยเลือกสวนจตุจักรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางและ Community ของคนเมือง มาเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ให้ประชาชนได้กลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดการสร้างเมืองสุขภาพที่เข้าถึงได้สำหรับทุกวัย

สำหรับไฮไลต์กิจกรรมในวันนี้ ขนานนามว่า “มักม่วนหน้าฮ้าน” นำทัพโดยตัวแม่ “ฮาย อาภาพร” ที่นำทีมเปลี่ยนลานสวนจตุจักรให้คึกคักด้วยจังหวะมันส์ ๆ ชวนคนเมืองขยับร่างกายผ่านการเต้นแอโรบิกจังหวะหน้าฮ้านกับเพลย์ลิสต์สุดม่วน อาทิ เชฟบ๊ะ, เริ่มแล้วค่ะ

#แอโรบิกจตุจักร #กทม

มีนบุรีเติมเต็มสิ่งแวดล้อม หนุนแยกขยะก่อนทิ้ง ล้อมฝุ่นจิ๋วไซต์ก่อสร้าง ฟื้นสวนเกษตรสุขใจ

(14 พ.ค. 69) เวลา 10.15 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตมีนบุรี

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารเดอะคิวบ์ พลัส มีนบุรี (The Cube Plus Minburi) ถนนสีหบุรานุกิจ พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา ห้องพักอาศัย 338 ห้อง มีผู้พักอาศัย 257 ห้อง เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะเศษอาหาร คัดแยกขยะเศษอาหาร มีเกษตรกรรับไปเป็นอาหารสัตว์ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล แม่บ้านจัดเก็บไปจำหน่าย เพื่อนำเงินมาเป็นกองทุนรวมของนิติบุคคลและค่าตอบแทนพิเศษแม่บ้าน 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปหลังคัดแยก 1,288 ลิตร/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 200 ลิตร/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 80 ลิตร/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 5 ลิตร/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการดิ ออริจิ้น เศรษฐบุตร สเตชั่น (The Origin Setthabut Station) ถนนสุวินทวงศ์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัย ความสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด อาทิ ตรวจสอบแนวรั้วโดยรอบโครงการให้มีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศและจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน ประเภทแพลนท์ปูน ประเภทสถานที่ก่อสร้าง ประเภทอู่รถเมล์ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 เน้นย้ำสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พัฒนาสวน 15 นาที สวนเกษตรสุขใจ นิมิตใหม่ ซอย 1 ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงสวนเดิม พัฒนาพื้นที่ว่าง จัดทำทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปูหญ้าสนาม ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 พื้นที่ 5 ไร่ 2.สวนมีนรมณีย์ พื้นที่ 1 งาน 50 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนธนาคารต้นไม้มีนบุรี พื้นที่ 3 งาน 2.สวนมีนบุรีภิรมย์ ถนนสีหบุรานุกิจ พื้นที่ 2 ไร่ 3.สวนสุดสายที่ปลายราม ถนนรามคำแหง พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 4.สวนสามวาสาม พื้นที่ 3 งาน 5.สวนชมพูพันธ์ทิพย์ พื้นที่ 2 งาน 50 ตารางวา 6.สวนบึงขวาง พื้นที่ 12 ไร่ 2 งาน 7.สวนหม่อมเจ้าสง่างามสุประดิษฐ์ พื้นที่ 3 งาน 8.สวนร่มเกล้า 3 พื้นที่ 2 งาน 9.สวนเกษตรสุขใจ นิมิตใหม่ ซอย 1 พื้นที่ 3 งาน 10.สวนประชาร่วมใจ พื้นที่ 1 ไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้แล้วเสร็จครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง รวมถึงดูแลรักษาสวนที่จัดทำเสร็จแล้ว ให้มีความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ

ในการนี้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตมีนบุรี ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

คันนายาวลุยสิ่งแวดล้อมทุกมิติ เปิดห้องหลบร้อน หนุนแยกขยะต้นทาง สกัดฝุ่น PM2.5 ปั้นสวน 15 นาทีใกล้บ้าน

(16 เม.ย. 69) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตคันนายาว

ตรวจเยี่ยมห้องหลบร้อน โรงเรียนจินดาบำรุง ซอยคู้บอน 13 ถนนรามอินทรา ซึ่งเขตฯ ร่วมกับโรงเรียนจินดาบำรุง จัดทำห้องหลบร้อนบริเวณห้องประชุม ชั้น 1 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการนั่งพักผ่อนคลายร้อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณฝ่ายทะเบียน ชั้น 1 สำนักงานเขตคันนายาว โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และจุดหลบร้อนภายในสวนสาธารณะ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดที่กำลังจะมาถึงในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 318 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต ชุมชน ห้างสรรพสินค้า โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่ที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งภายในห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมนั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงยาเวชภัณฑ์และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) จำนวน 178 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ สวน 15 นาที อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ในการเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ โรงพยาบาลอินทรารัตน์ ถนนรามอินทรา พื้นที่ 9 ไร่ มีบุคลากรทางการแพทย์ 300 คน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร เศษผัก เปลือกผลไม้ จัดเก็บไว้ที่ห้องพักขยะรวม ส่งให้เขตฯ นำไปทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ที่สวนป่าคันนายาว 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล จัดเก็บไว้ที่ห้องพักขยะรวม มอบให้พนักงานของโรงพยาบาลนำไปจำหน่าย 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป จัดเก็บไว้ที่ห้องพักขยะรวม เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย จัดเก็บไว้ที่ห้องพักขยะรวม เขตฯ จัดเก็บเดือนละ 1 ครั้ง 5.ขยะติดเชื้อ จัดเก็บไว้ที่ห้องพักขยะรวม กรุงเทพธนาคมจัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 6,755 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 6,000 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 600 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 150 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 5 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ ขยะติดเชื้อหลังคัดแยก 1,950 กิโลกรัม/เดือน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด (นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ถนนเสรีไทย) ประกอบกิจการที่มีการใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) ในกระบวนการผลิต ซึ่งโรงงานได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกขนส่งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน ประเภทแพลนท์ปูน ประเภทสถานที่ก่อสร้าง ประเภทตรวจวัดควันดำสถานที่ต้นทาง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมสถานประกอบการไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

พัฒนาสวน 15 นาที สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ใต้ทางด่วนยกระดับบางนา-บางปะอิน จากทางด่วนฝั่งตะวันออก ถึงคลองครุหลังหมู่บ้านเรือนทองนิเวศน์ ซึ่งเขตฯ ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมน้ำ จัดทำทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปูหญ้าสนาม ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.สวนคันนายาวรมณีย์ ถนนสวนสยาม ตั้งอยู่ริมคลองลำรางบ้านเกาะ กึ่งกลางระหว่างหมู่บ้านเลิศอุบล และหมู่บ้านฐานทอง พื้นที่ 4 ไร่ 24 ตารางวา 2.สวนหย่อมริมคลองหลอแหล ซอยเสรีไทย 83 ตั้งอยู่ริมคลองหลอแหล ระหว่างซอยเสรีไทย 83 และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่ 6 ไร่ 35.75 ตารางวา 3.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่ม ตรงข้ามหมู่บ้านนวธานี พื้นที่ 5 ไร่ 3 งาน 94.75 ตารางวา 4.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 50 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่มโซนฝั่งทิศเหนือ ข้างชุมชนหมู่ 3 ร่วมใจพัฒนา พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 19.50 ตารางวา 5.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 52 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่มโซนฝั่งทิศเหนือ พื้นที่ 3 ไร่ 4 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมริมคลองนุ่น (สวนสุขใจ) ซอยเสรีไทย 73 ข้างแฟลตสน.บางชัน พื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 56.97 ตารางวา 2.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 แยก 14 พื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 88.25 ตารางวา 3.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38/1 สวนป่าโซน 1 จากสะพานเขียวข้ามบึงลำบึงกุ่ม พื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน 2.50 ตารางวา 4.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 สวนป่าโซน 2 ใต้ทางด่วนยกระดับบางนา-บางปะอิน จากทางด่วนฝั่งทิศตะวันตก ถึงทางด่วนฝั่งทิศตะวันออก พื้นที่ 1 ไร่ 42.50 ตารางวา 5.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 สวนป่าโซน 3 ใต้ทางด่วนยกระดับบางนา-บางปะอิน จากทางด่วนฝั่งทิศตะวันตก ถึงทางด่วนฝั่งทิศตะวันออก พื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 66.25 ตารางวา 6.สวน 15 นาที ชุมชนเปรมฤทัย รามอินทรา กม.9 พื้นที่ 1 งาน 54.37 ตารางวา 7.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 โค้งชุมชนร่มไทร ถึงหน้าหมู่บ้านมณเฑียรทิพย์ พื้นที่ 1 ไร่ 6.29 ตารางวา 8.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ใต้ทางด่วนยกระดับบางนา-บางปะอิน จากทางด่วนฝั่งตะวันออก ถึงคลองครุหลังชุมชนสุเหร่าแดง พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา 9.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ใต้ทางด่วนยกระดับบางนา-บางปะอิน จากทางด่วนฝั่งตะวันออก ถึงคลองครุหลังหมู่บ้านเรือนทองนิเวศน์ พื้นที่ 2 ไร่ 31.5 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวนร่มไทร ซอยเสรีไทย 38 พื้นที่ 2 งาน 84.55 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่เพื่อจัดทำสวน 15 นาที ให้แล้วเสร็จครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ ไม่มีพื้นที่ทำการค้าแล้ว ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนคู้บอน ผู้ค้า 11 ราย 2.บริเวณแยกอมรพันธ์-ซอยสวนสยาม ผู้ค้า 8 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้าที่เหลือ 3 จุด ได้แก่ 1.ซอยเสรีไทย 61 ผู้ค้า 11 ราย 2.หน้าสวนคันนายาวรมณีย์ ผู้ค้า 21 ราย 3.ถนนสวนสยาม (ทางโค้งสวนสยาม) ผู้ค้า 9 ราย ส่วนพื้นที่ Hawker Center หน้าศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ปัจจุบันศูนย์การค้าฯ ได้ขอคืนพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลความเป็นระเบียบพื้นที่ทำการค้าที่ยกเลิกแล้วอย่างต่อเนื่อง กวดขันไม่ให้ผู้ค้ากลับมาตั้งวางแผงค้าอีก เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

ในการนี้ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตคันนายาว ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ห้องหลบร้อน #BKKCoolingCenter

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60

#BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

บางกอกน้อยขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม คุมเข้มฝุ่น PM2.5 เพิ่มสวน 15 นาที หนุนแยกขยะต้นทาง เปิดบ้านหนังสือหลบร้อน

(10 เม.ย. 69) เวลา 12.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางกอกน้อย

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยาอินเตอร์เนชั่นแนล ถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลความสูง 15 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และความสูง 5 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสูงของรั้วโดยรอบโครงการให้อยู่ในระดับความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำบริเวณทางเข้า-ออกโครงการและพื้นที่โดยรอบ จัดทำบ่อล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกบริเวณทางเข้า-ออกโครงการ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด ฉีดน้ำพรมดินให้ชุ่มอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายในช่วงที่อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง ประเภทจุดถมดินท่าทราย ประเภทสถานประกอบการ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พัฒนาสวน 15 นาที สวนรักษ์บางน้อย ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในอาคารสำนักงานเขตบางกอกน้อย ปูแผ่นอิฐทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นลีลาวดี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความร่มรื่นให้กับสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมอัศวิน พื้นที่ 2 งาน 62 ตารางวา 2.สวนหย่อมจักรวาล พื้นที่ 33 ตารางวา 3.สวนหย่อมปากซอยรุ่งประชา พื้นที่ 1 งาน 27 ตารางวา 4.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา สวนสาธารณะในพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา พื้นที่ 21 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา 2.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ พื้นที่ 3 ไร่ 16 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนอรุณอมรินทร์ พื้นที่ 23.5 ตารางวา 2.สวนยูเทิร์นเพลินใจ บริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้างคลองบางขุนศรี ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 พื้นที่ 22 ตารางวา 3.สวนวัดรวกสุทธาราม พื้นที่ 147.7 ตารางวา 4.สวนวัดชิโนรสารามวรวิหาร พื้นที่ 60 ตารางวา 5.สวนวัดสุวรรณ ลานทองคล้องใจ พื้นที่ 13 ตารางวา 6.สวนถนนพระเทพ พื้นที่ 39.25 ตารางวา 7.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 8.สวนหย่อมโรงเรียนสุวรรณาราม พื้นที่ 150 ตารางวา 9.สวนจักรวาล พื้นที่ 33 ตารางวา 10.สวนรักษ์บางน้อย พื้นที่ 22 ตารางวา ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลรักษาสวน 15 นาที ซึ่งจัดทำครบแล้วทั้ง 10 แห่ง ให้คงความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ คอนโดนิวโนเบิล ไฟฉาย-วังหลัง ถนนพรานนก ห้องพัก 356 ห้อง ผู้อยู่อาศัย 320 ห้อง ห้องว่าง 36 ห้อง เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2566 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร เขตฯ จัดเก็บส่งโรงเลี้ยงหนอนแมลงวันดำ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล แม่บ้านเก็บรวบรวมส่งขายกับโครงการ SCG wake up wasts 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 4,290 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 4,000 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 200 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 80 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 10 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

ตรวจเยี่ยมห้องหลบร้อน บ้านหนังสือนางสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา ถนนวังหลัง ซึ่งเขตฯ ร่วมกับบ้านหนังสือนางสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา จัดทำห้องหลบร้อนบริเวณพื้นที่ชั้น 2 อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข บางกอกน้อย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการนั่งพักผ่อนคลายร้อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน โดยมีหนังสือหลากหลายประเภทให้นั่งอ่าน จัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์ เปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00-15.00 น. นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณฝ่ายทะเบียน ชั้น 1 สำนักงานเขตบางกอกน้อย โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และจุดหลบร้อนภายในสวนสาธารณะ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดที่กำลังจะมาถึงในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 318 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต ชุมชน ห้างสรรพสินค้า โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งภายในห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมนั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงยาเวชภัณฑ์และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) จำนวน 178 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ สวน 15 นาที อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ในการเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 5 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 328 ราย ได้แก่ 1.ท่าน้ำพรานนกฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลัง ผู้ค้า 123 ราย 2.ปากตรอกวังหลัง ถนนอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 25 ราย 3.ซอยอิสรภาพ 44 (ซอยแสงศึกษา) ฝั่งหน้าร้านสวัสดิการกองทัพเรือ ผู้ค้า 50 ราย 4.หน้าตลาดบางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 90 ราย 5.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 40 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 181 ราย 2.หน้าตลาดบางกอกน้อย ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 30 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 8 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 65 ราย ได้แก่ 1.หน้าวัดเจ้าอามและฝั่งตรงข้ามวัด ผู้ค้า 7 ราย 2.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ผู้ค้า 8 ราย 3.ปากซอยบางขุนนนท์ 2 ผู้ค้า 1 ราย 4.ถนนบางขุนนนท์ ทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 5 ราย 5.ปากซอยแสงศึกษา (อิสรภาพ 44) หน้าโรงพยาบาลธนบุรี ผู้ค้า 13 ราย 6.ปากซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 3-5 ผู้ค้า 11 ราย 7.หน้าห้างแม็คโคร ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ผู้ค้า 13 ราย 8.หน้าโรงเรียนชิโนรส ผู้ค้า 7 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 6 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา 2.ถนนอรุณอมรินทร์ 3.ปากซอยอรุณอมรินทร์ 20 4.หน้าห้างโลตัสบางขุนนนท์ 5.ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 และ 6.หน้าธนาคารกรุงเทพ สามแยกไฟฉาย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 5 จุด ได้แก่ 1.ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 2 ราย 2.ถนนอิสรภาพหน้าร้าน 7-11 ผู้ค้า 4 ราย 3.หน้าที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย ผู้ค้า 2 ราย 4.เวิ้งปิ่นเกล้า ผู้ค้า 7 ราย 5.ตรงข้ามห้างพาต้า ผู้ค้า 12 ราย ทั้งนี้ ในปี 2569 เขตฯ จะพิจารณายกระดับพื้นที่ทำการค้าเป็นจุดผ่อนผันทั้งหมด 7 จุด ซึ่งอยู่ในจุดผ่อนผันเดิม 5 จุด ส่วนนอกจุดผ่อนผัน จะรวมพื้นที่ทำการค้าถนนบางขุนนนท์ 4 จุด ให้เหลือ 2 จุด เป็นบางขุนนนท์ขาเข้า และบางขุนนนท์ขาออก

ในการนี้ นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกอกน้อย ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ห้องหลบร้อน #BKKCoolingCenter

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

กทม. รับมอบเงิน 6 แสนบาท เติมศักยภาพดูแลผู้ป่วย–ผู้สูงอายุ ให้ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน

(27 มี.ค. 69) ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แทนกรุงเทพมหานครรับมอบเงินจำนวน 600,000 บาท จากนายเปรม สุขกลึง เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน นำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลประชาชน

ในการนี้ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวขอบคุณผู้มอบเงินสนับสนุน พร้อมระบุว่า กรุงเทพมหานครจะนำเงินดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับการดูแลรักษาพยาบาลและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งผู้ป่วยทั่วไปและกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องและเฉพาะด้าน

โดยโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนเป็นหน่วยบริการด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร ที่ให้บริการดูแลรักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมรองรับผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพตอนใต้และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

#สุขภาพดี

—————————

ราชเทวีล้อมกรอบฝุ่นจิ๋วไซต์งาน The Quarter Hotel Phayathai พลิกโฉมใหม่สวน 15 นาทีแยกตึกชัย ตรึงแนวแผงค้าซอยรางน้ำ แนะอาคารวานิชแยกขยะลดค่าธรรมเนียม

(13 ม.ค. 69) เวลา 12.50 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตราชเทวี

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการ The Quarter Hotel Phayathai ถนนพญาไท ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคาร ค.ส.ล. ความสูง 8 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ฉีดล้างล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ล้างทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีเศษหินดินทรายตกค้าง ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเปิดตลอดเวลาการทำงาน ตรวสอบความสูงของรั้วโดยรอบทุกด้านให้มีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมสถานประกอบการไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

พัฒนาสวน 15 นาที แยกตึกชัย ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาพื้นที่ จัดทำทางเดิน ตั้งวางโต๊ะม้านั่ง เพิ่มเครื่องออกกำลังกาย ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนชุมชนบ้านครัวเหนือ ถนนบรรทัดทอง พื้นที่ 20.20 ตารางวา 2.สวนชุมชนซอยมั่นสิน พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 3.สวนแยกมิตรสัมพันธ์ ถนนเพชรบุรี พื้นที่ 25 ตารางวา 4.สวนข้างด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษด่านอุรุพงษ์ ถนนพระรามที่ 6 พื้นที่ 1 งาน 36 ตารางวา 5.สวน 15 นาที @ PTT ถนนเพชรบุรี พื้นที่ 7.5 ตารางวา 6.สวน 15 นาที วัดมะกอก พื้นที่ 20 ตารางวา 7.สวน 15 นาที เขตราชเทวี @ สถานีแห่งรัก พื้นที่ 3 งาน 58 ตารางวา 8.สวน 15 นาที แยกอุรุพงษ์ ซอย 18 (สวนสุขใจ) พื้นที่ 20 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 9.สวน 15 นาที โค้งรถไฟยมราช (สวนรถไฟยมราช) พื้นที่ 3 งาน 58 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวน 15 นาที แยกตึกชัย พื้นที่ 75 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ บำรุงรักษาสวน 15 นาที ที่จัดทำขึ้นแล้วเสร็จทั้ง 10 แห่ง ให้คงความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ตรวจการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณซอยรางน้ำ ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 202 ราย ดังนี้ 1.ซอยเสนารักษ์ ตั้งแต่ปากซอยโยธี ถึงทางเข้าโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ผู้ค้า (กลางวัน) 148 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. และผู้ค้า (กลางคืน) 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 2.ซอยรางน้ำ ตั้งแต่ทางเข้าโลตัสเอ็กซ์เพรส ถึงทางเข้าโรงแรมฟิโซเทลพรีเมียร์ ผู้ค้า (กลางวัน) 14 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. และผู้ค้า (กลางคืน) 18 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 3.สะพานหัวช้าง ตั้งแต่หน้าสภาคริสตจักร ถึงอาคารเอเวอร์กรีน ผู้ค้า 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.ถนนราชปรารภ ซอยราชปรารภ 8 ถึงแยกประตูน้ำ ผู้ค้า 30 ราย 2.ราชปรารภ 8 (กลางคืน) ตั้งแต่ร้านอินเดียฟู๊ดส์ ถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ ผู้ค้า 12 ราย 3.ปากซอยราชวิถี 12 ตั้งแต่ปากซอยราชวิถี 12 ถึงซอยราชวิถี 18 ผู้ค้า 26 ราย 4.สะพานหัวช้าง (กลางคืน) ผู้ค้า 4 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 13 จุด ได้แก่ 1.เกาะราชวิถี (กลางคืน) ปากซอยราชวิถี 11 ถึงท้ายซอยราชวิถี 13 ผู้ค้า 6 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 2.แยกมิตรสัมพันธ์ (กลางคืน) ปากทางเข้าชุมชนโรงเจ ถึงหน้าอู่ศรีไพรแอร์ ผู้ค้า 10 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 3.เกาะราชวิถี ผู้ค้า 36 ราย 4.อนุสาวรีย์ชัย ฝั่งเซเวียร์ ผู้ค้า 15 ราย 5.อนุสาวรีย์ชัย เกาะพหลโยธิน ผู้ค้า 76 ราย 6.หน้าองค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามที่ 6 ผู้ค้า 13 ราย 7.ซอยโยธี ผู้ค้า 10 ราย 8.อนุสาวรีย์ชัย เกาะดินแดง ผู้ค้า 20 ราย 9.กรมปศุสัตว์ ผู้ค้า 10 ราย 10.หน้าคิวคอนโด ถนนเพชรบุรี ผู้ค้า 7 ราย 11.MRT เพชรบุรี ผู้ค้า 24 ราย และ MRT เพชรบุรี (กลางคืน) ผู้ค้า 10 ราย 12.แยกมิตรสัมพันธ์ ผู้ค้า 14 ราย 13.หน้าอาคารเอเวอร์กรีน (กลางคืน) ผู้ค้า 20 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการยกระดับพื้นที่ทำการค้าให้เป็นจุดผ่อนผัน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 กำชับผู้ค้าให้ตั้งวางแผงค้าอยู่ภายในแนวเส้นที่กำหนด ทำความสะอาดพื้นที่และเก็บอุปกรณ์หลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารวานิช ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ประชากร 3,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร มีเกษตรกรมารับไปเลี้ยงสัตว์ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล มีบริษัทมารับเข้ากระบวนการรีไซเคิล 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป มีแม่บ้านคัดแยกขยะทั่วไปอีกรอบ ก่อนส่งให้เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย แจ้งเขตฯ รับไปกำจัด สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 280-300 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 80-100 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์ก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 160-200 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ที่สามารถแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI ปัจจุบันเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยราชปรารภ 8 2.ปากซอยเพชรบุรี 9 3.หน้าสวนสันติภาพ ถนนราชเทวี 4.หน้าอาคารยิปซั่ม ถนนศรีอยุธยา เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ตั้งวางแผงเหล็กป้องกันรถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้า ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 218 วิน ผู้ขับขี่ 1,872 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 22 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องตามเกณฑ์จะแจ้งข้อบกพร่องให้ผู้ขับขี่รับทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย

ในการนี้ นายอภิชาต แสนมาโนช ผู้อำนวยการเขตราชเทวี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตราชเทวี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส./วิทยา…นศ.ฝึกงาน รายงาน)

สำนักพัฒนาสังคม กทม. ส่งความสุขปีใหม่ เติมรอยยิ้มแก่ผู้สูงอายุบ้านบางแค 2

          (9 ม.ค. 69) นายธีรวีร์ วีรวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. เป็นประธานในกิจกรรมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบความสุขให้แก่ผู้สูงอายุเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ณ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและส่งต่อความปรารถนาดีให้กับผู้สูงวัยในความดูแลของกรุงเทพมหานคร

          รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า “กรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม มีความมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในทุกมิติ โดยกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสุขทางใจให้กับผู้สูงอายุ ณ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 แห่งนี้ อันเป็นการเสริมสร้างความรู้สึกให้แก่พวกท่านว่าสังคมยังคงห่วงใยและให้ความสำคัญกับท่าน  และถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญด้านสวัสดิการสังคมที่กรุงเทพมหานครโดยสำนักพัฒนาสังคมได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนทุกวัย”

          โอกาสนี้ นายธีรวีร์ วีรวรรณ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักพัฒนาสังคม ได้ร่วมพบปะพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับผู้สูงอายุพร้อมมอบของขวัญที่ระลึก และจัดเลี้ยงอาหารกลางวันที่มีโภชนาการครบถ้วนและเหมาะสมกับวัย เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีและสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว สำหรับกิจกรรมดังกล่าวบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีการจัดกิจกรรมนันทนาการร่วมกับผู้สูงอายุ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดงาน ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการแบ่งปันความสุขและแสดงพลังแห่งความกตัญญูต่อผู้สูงวัยซึ่งเป็นปูชนียบุคคลของสังคม

——————–