ราชเทวีล้อมกรอบฝุ่นจิ๋วไซต์งาน The Quarter Hotel Phayathai พลิกโฉมใหม่สวน 15 นาทีแยกตึกชัย ตรึงแนวแผงค้าซอยรางน้ำ แนะอาคารวานิชแยกขยะลดค่าธรรมเนียม

(13 ม.ค. 69) เวลา 12.50 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตราชเทวี

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการ The Quarter Hotel Phayathai ถนนพญาไท ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคาร ค.ส.ล. ความสูง 8 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ฉีดล้างล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ล้างทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีเศษหินดินทรายตกค้าง ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเปิดตลอดเวลาการทำงาน ตรวสอบความสูงของรั้วโดยรอบทุกด้านให้มีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมสถานประกอบการไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

พัฒนาสวน 15 นาที แยกตึกชัย ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาพื้นที่ จัดทำทางเดิน ตั้งวางโต๊ะม้านั่ง เพิ่มเครื่องออกกำลังกาย ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนชุมชนบ้านครัวเหนือ ถนนบรรทัดทอง พื้นที่ 20.20 ตารางวา 2.สวนชุมชนซอยมั่นสิน พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 3.สวนแยกมิตรสัมพันธ์ ถนนเพชรบุรี พื้นที่ 25 ตารางวา 4.สวนข้างด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษด่านอุรุพงษ์ ถนนพระรามที่ 6 พื้นที่ 1 งาน 36 ตารางวา 5.สวน 15 นาที @ PTT ถนนเพชรบุรี พื้นที่ 7.5 ตารางวา 6.สวน 15 นาที วัดมะกอก พื้นที่ 20 ตารางวา 7.สวน 15 นาที เขตราชเทวี @ สถานีแห่งรัก พื้นที่ 3 งาน 58 ตารางวา 8.สวน 15 นาที แยกอุรุพงษ์ ซอย 18 (สวนสุขใจ) พื้นที่ 20 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 9.สวน 15 นาที โค้งรถไฟยมราช (สวนรถไฟยมราช) พื้นที่ 3 งาน 58 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวน 15 นาที แยกตึกชัย พื้นที่ 75 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ บำรุงรักษาสวน 15 นาที ที่จัดทำขึ้นแล้วเสร็จทั้ง 10 แห่ง ให้คงความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ตรวจการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณซอยรางน้ำ ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 202 ราย ดังนี้ 1.ซอยเสนารักษ์ ตั้งแต่ปากซอยโยธี ถึงทางเข้าโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ผู้ค้า (กลางวัน) 148 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. และผู้ค้า (กลางคืน) 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 2.ซอยรางน้ำ ตั้งแต่ทางเข้าโลตัสเอ็กซ์เพรส ถึงทางเข้าโรงแรมฟิโซเทลพรีเมียร์ ผู้ค้า (กลางวัน) 14 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. และผู้ค้า (กลางคืน) 18 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 3.สะพานหัวช้าง ตั้งแต่หน้าสภาคริสตจักร ถึงอาคารเอเวอร์กรีน ผู้ค้า 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-17.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.ถนนราชปรารภ ซอยราชปรารภ 8 ถึงแยกประตูน้ำ ผู้ค้า 30 ราย 2.ราชปรารภ 8 (กลางคืน) ตั้งแต่ร้านอินเดียฟู๊ดส์ ถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ ผู้ค้า 12 ราย 3.ปากซอยราชวิถี 12 ตั้งแต่ปากซอยราชวิถี 12 ถึงซอยราชวิถี 18 ผู้ค้า 26 ราย 4.สะพานหัวช้าง (กลางคืน) ผู้ค้า 4 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 13 จุด ได้แก่ 1.เกาะราชวิถี (กลางคืน) ปากซอยราชวิถี 11 ถึงท้ายซอยราชวิถี 13 ผู้ค้า 6 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 2.แยกมิตรสัมพันธ์ (กลางคืน) ปากทางเข้าชุมชนโรงเจ ถึงหน้าอู่ศรีไพรแอร์ ผู้ค้า 10 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-22.00 น. 3.เกาะราชวิถี ผู้ค้า 36 ราย 4.อนุสาวรีย์ชัย ฝั่งเซเวียร์ ผู้ค้า 15 ราย 5.อนุสาวรีย์ชัย เกาะพหลโยธิน ผู้ค้า 76 ราย 6.หน้าองค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามที่ 6 ผู้ค้า 13 ราย 7.ซอยโยธี ผู้ค้า 10 ราย 8.อนุสาวรีย์ชัย เกาะดินแดง ผู้ค้า 20 ราย 9.กรมปศุสัตว์ ผู้ค้า 10 ราย 10.หน้าคิวคอนโด ถนนเพชรบุรี ผู้ค้า 7 ราย 11.MRT เพชรบุรี ผู้ค้า 24 ราย และ MRT เพชรบุรี (กลางคืน) ผู้ค้า 10 ราย 12.แยกมิตรสัมพันธ์ ผู้ค้า 14 ราย 13.หน้าอาคารเอเวอร์กรีน (กลางคืน) ผู้ค้า 20 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการยกระดับพื้นที่ทำการค้าให้เป็นจุดผ่อนผัน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 กำชับผู้ค้าให้ตั้งวางแผงค้าอยู่ภายในแนวเส้นที่กำหนด ทำความสะอาดพื้นที่และเก็บอุปกรณ์หลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารวานิช ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ประชากร 3,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร มีเกษตรกรมารับไปเลี้ยงสัตว์ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล มีบริษัทมารับเข้ากระบวนการรีไซเคิล 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป มีแม่บ้านคัดแยกขยะทั่วไปอีกรอบ ก่อนส่งให้เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย แจ้งเขตฯ รับไปกำจัด สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 280-300 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 80-100 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์ก่อนคัดแยก 580-600 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 160-200 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ที่สามารถแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI ปัจจุบันเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยราชปรารภ 8 2.ปากซอยเพชรบุรี 9 3.หน้าสวนสันติภาพ ถนนราชเทวี 4.หน้าอาคารยิปซั่ม ถนนศรีอยุธยา เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ตั้งวางแผงเหล็กป้องกันรถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้า ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 218 วิน ผู้ขับขี่ 1,872 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 22 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องตามเกณฑ์จะแจ้งข้อบกพร่องให้ผู้ขับขี่รับทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย

ในการนี้ นายอภิชาต แสนมาโนช ผู้อำนวยการเขตราชเทวี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตราชเทวี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส./วิทยา…นศ.ฝึกงาน รายงาน)

กทม. หนุน Urban Studies Lab จัด “Placemaking Weekend Bangkok 2025” ขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยพลังชุมชน

(20 ธ.ค.68) เวลา 10.00 น. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม “สุดสัปดาห์การออกแบบและสร้างสรรค์พื้นที่ Placemaking Weekend Bangkok 2025” ณ โรงเรียนสตรีจุลนาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab) และเครือข่าย Placemaking Thailand จัดกิจกรรม “สุดสัปดาห์การออกแบบและสร้างสรรค์พื้นที่ Placemaking Weekend Bangkok 2025” ณ โรงเรียนสตรีจุลนาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างมีส่วนร่วม และยกระดับพื้นที่สาธารณะให้เป็นของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แนวคิด Placemaking เป็นกระบวนการพัฒนาเมืองที่ได้รับการดำเนินการในหลายประเทศทั่วโลก ใช้กิจกรรมในลักษณะเทศกาลเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกรุงเทพมหานครในการพัฒนาพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้กลายเป็นศูนย์กีฬา พื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดสัปดาห์ของการจัดกิจกรรม มีงานด้านศิลปะ พื้นที่สร้างสรรค์ และนิทรรศการของชุมชนกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเยี่ยมชมและเป็นกำลังใจให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงาน พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์ไม่สามารถอาศัยภาครัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน คนรุ่นใหม่ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองที่น่าอยู่ในระยะยาว

สำหรับ กิจกรรม Placemaking Weekend Bangkok 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 ธันวาคม 2568 โดยมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายนักพัฒนาพื้นที่ (Placemaker Network) และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ครอบคลุม และเป็นธรรมสำหรับทุกคน ทั้งนี้ เดิมกิจกรรมมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 แต่ได้เลื่อนการจัดงานเพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสม โดยยังคงสาระสำคัญของการพัฒนาเมืองผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Place-keeping” ที่มุ่งเน้นการดูแลรักษาและการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่สาธารณะสามารถใช้งานได้จริงและยั่งยืน แม้กิจกรรมจะสิ้นสุดลงแล้ว โดยโรงเรียนสตรีจุลนาคถูกใช้เป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการออกแบบและใช้งานพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ ตลอด 2 วันของการจัดงาน มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาเมืองในรูปแบบ “สภากาแฟ” ตลาดนัดสร้างสรรค์ (Placemaking Creative Market) กิจกรรมกีฬาและสันทนาการสำหรับทุกวัย นิทรรศการ Interactive Play Exhibition โดยกลุ่มนักออกแบบ aahhtect lab และ Synap Lab รวมถึงกิจกรรมออกแบบอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน เช่น การทดลองพัฒนาพื้นที่สีเขียว “สวนเขียว ๆ ใกล้ฉัน” และกิจกรรมเวิร์กชอป “ใส่ลายป้ายสี” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และเรื่องราวของผู้คนในย่านเมืองเก่า

ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook และ IG Placemaking thailand

สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab) และคณะกรรมการศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมี นางรุ่งรัตน์ พุทธพงษ์ ผู้อํานวยการสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ผู้แทนจากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

#สังคมดี #เศรษฐกิจดี

#PlacemakingWeekendBangkok2025

คลองสานลุยจัดระเบียบผู้ค้าถนนเจริญรัถ เล็งยุบแผงค้าฝั่งเลขคี่ย้ายไปอยู่ฝั่งเลขคู่ สยบปัญหาทางเท้าสกปรก เพิ่มพื้นที่คนเดินสัญจร

(20 ธ.ค. 68) เวลา 07.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าบริเวณถนนเจริญรัถ ทั้ง 2 ฝั่ง และถนนเจริญนคร ฝั่งขาออก ตั้งแต่ซอยเจริญนคร 53 – 55 เขตคลองสาน โดยมี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตคลองสาน สำนักเทศกิจ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวว่า เช้านี้ได้ลงพื้นที่ติดตามจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตคลองสาน จำนวน 2 จุด จุดแรกพื้นที่ทำการค้าถนนเจริญรัถ ทั้ง 2 ฝั่ง คือถนนเจริญรัถฝั่งเลขคี่ และถนนเจริญรัถฝั่งเลขคู่ ถนนเจริญรัถฝั่งเลขคี่ จะเริ่มจากหัวมุมถนนเจริญรัถ ไปจนถึงปากซอยเจริญรัถ 1 มีผู้ค้า 53 ราย ทำการค้าในช่วงเวลา 08.00 -1 6.00 น. โดยตั้งวางแผงค้าบนทางเท้าด้านนอกอาคารติดกับผิวจราจร และมีบางส่วนตั้งวางแผงค้าด้านในอาคาร ส่วนใหญ่จะขายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง หมูสะเต๊ะ ทอดมัน ข้าวต้มกุ๊ย น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ขนมครก โดยนำรถเข็นมาจอดบนทางเท้า ส่วนผู้ค้าที่ขายผักสดและผลไม้ตามฤดูกาล จะตั้งวางแผงค้าบนทางเท้า ส่วนพื้นที่ทำการค้าถนนเจริญรัถฝั่งเลขคู่ เริ่มจากหัวมุมถนนเจริญรัถ จนถึงซอยเจริญรัถ 4 มีผู้ค้า 97 ราย ทำการค้าในช่วงเวลา 08.00 – 16.00 น. ส่วนใหญ่เป็นแผงค้าขายอาหารสด อาหารทะเล ผักสด ผลไม้ตามฤดูกาล ตั้งวางแผงค้าบนทางเท้าด้านนอกอาคารติดกับผิวจราจร จุดต่อมาพื้นที่ทำการค้าถนนเจริญนคร ฝั่งขาออก ระหว่างซอยเจริญนคร 53 ถึงซอยเจริญนคร 55 ผู้ค้า 10 ราย ทำการค้าในช่วงเวลา 06.00 – 14.00 น. ส่วนใหญ่ขายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ประเภทกับข้าว เครื่องดื่มชากาแฟโบราณ โดยตั้งวางแผงค้าบนทางเท้าด้านนอกอาคารติดกับผิวจราจร

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่พบว่า ผู้ค้าบริเวณเจริญรัถฝั่งเลขคู่ ที่ขายอาหารสด อาหารทะเล ผักสด จะมีการแช่อาหารสดในน้ำแข็ง และพรมน้ำบนผักสด ซึ่งน้ำจากการถนอมวัตถุดิบดังกล่าว จะไหลลงบนพื้นทางเท้าและผิวการจราจร ทำให้พื้นเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์บนพื้นทางเท้าและผิวการจราจร ไม่เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล ตลอดจนอาจก่อให้เกิดการอุดตันของเศษอาหารและคราบไขมันในท่อระบายน้ำ นอกจากนี้ พื้นที่ทำการค้าถนนเจริญรัถทั้ง 2 ฝั่ง ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย การตั้งวางแผงค้าทั้งแนวนอกอาคารและแนวในอาคารที่ไม่เป็นระเบียบ มีน้ำเจิ่งนองและเกิดความสกปรกบนพื้นทางเท้า อีกทั้งร้านค้าในอาคารตั้งวางสินค้าเกินออกมานอกแนวอาคาร ทำให้ประชาชนเดินสวนทางกันไม่สะดวก บางครั้งต้องลงมาเดินบนผิวการจราจร อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากรถเฉี่ยวชน มีการจอดรถจักรยานยนต์แวะซื้อสินค้า และการจอดรถสามล้อรับจ้างรอผู้โดยสารริมถนนเจริญรัถเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตามมา โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ให้เขตฯ พิจารณาจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าใหม่ โดยเชิญผู้ค้าถนนเจริญรัถทั้ง 2 ฝั่ง มาประชุมสร้างความเข้าใจในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า และเห็นความสำคัญของส่วนรวมในการใช้พื้นที่ทางเท้าร่วมกัน ที่สำคัญต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้า ปี 67 สำรวจจำนวนผู้ค้าที่ทำการค้าอยู่จริง ปรับปรุงบัญชีรายชื่อให้เป็นปัจจุบันตรงตามจำนวนผู้ค้า อย่างไรก็ตาม เขตฯ มีแนวคิดจะยุบพื้นที่ทำการค้าฝั่งเลขคี่ โดยย้ายผู้ค้ามาทำการค้าในฝั่งเลขคู่ เพื่อให้เหลือพื้นที่ทำการค้าเพียงฝั่งเดียว ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนที่ไม่ได้มาจับจ่ายซื้อของ ใช้ในการเดินทางสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณาหาแนวทางทดลองให้ทำการค้าตามระยะเวลาที่กำหนด มีการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้า ปรับลดขนาดแผงค้า เว้นช่องว่างระหว่างแผงค้า เว้นระยะห่างจากป้ายรอรถโดยสารประจำทาง ประปาหัวแดง ปากทางเข้าออก ตลอดจนกำชับร้านค้าที่อยู่ในอาคาร ไม่ให้ตั้งวางสินค้าหรือสิ่งของเกินออกมาจากแนวอาคาร ส่วนผู้ค้าที่ตั้งวางแผงค้าด้านนอกบนทางเท้า ไม่ให้ตั้งวางอุปกรณ์ทำการค้ากีดขวางทางเท้า ตรวจสอบขนาดของรถเข็นที่จอดขายอาหารไม่ให้ยื่นล้ำเข้ามาในทางเท้า ต้องจอดอยู่ภายในแนวเส้นที่กำหนดไว้ จัดเก็บอุปกรณ์ทำการค้าและทำความสะอาดพื้นที่หลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน หากขอความร่วมมือแล้วไม่ได้ผล อาจจำเป็นจะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวด รวมถึงกวดขันไม่ให้มีรถเร่บรรทุกสินค้ามาจอดขายริมถนนเจริญรัถ รื้อย้ายฐานแท่นปูนตู้ควบคุมระบบสัญญาณสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ตั้งอยู่กีดขวางทางสัญจรออกจากพื้นที่ทางเท้า

“การจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้านั้น จะเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อให้มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ผู้ค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ประชาชนมีพื้นที่ในการเดินทางสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย สุดท้ายแล้วผู้ค้าและประชาชนยังสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางเท้าร่วมกัน” รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวในตอนท้าย

ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 5 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 339 ราย ดังนี้ 1.ถนนท่าดินแดง ฝั่งขาออก ตั้งแต่หน้าธนาคารกรุงไทย ถึงศาลเจ้าซำไนเก็ง ช่วงเวลาทำการค้า 09.00 – 17.00 น. ผู้ค้า 87 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 17.00 – 24.00 น. ผู้ค้า 28 ราย รวมผู้ค้า 115 ราย 2.ถนนท่าดินแดง ฝั่งขาออก ตั้งแต่ท่าดินแดงซอย 1 ถึงท่าดินแดงซอย 5 ช่วงเวลาทำการค้า 09.00 – 24.00 น. ผู้ค้า 21 ราย 3.ถนนเจริญนคร ฝั่งขาออก ตั้งแต่หน้าวัดเศวตฉัตร สะพานเจริญนคร 4 ถึงซอยเจริญนคร 29 ช่วงเวลาทำการค้า 05.00 – 09.00 น. ผู้ค้า 43 ราย 4.ถนนเจริญนคร ฝั่งขาออก ตั้งแต่ซอยเจริญนคร 53 – 55 ช่วงเวลาทำการค้า 06.00 – 14.00 น. ผู้ค้า 10 ราย 5.ถนนเจริญรัถทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขาออก จากหัวมุมถนนเจริญรัถตัดถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถึงซอยเจริญรัถ 1 ช่วงเวลาทำการค้า 08.00 – 16.00 น. ผู้ค้า 53 ราย ฝั่งขาเข้า จากหัวถนนเจริญรัถตัดถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถึงซอยเจริญรัถ 4 ช่วงเวลาทำการค้า 08.00 – 16.00 น. ผู้ค้า 97 ราย รวมผู้ค้าทั้ง 2 ฝั่ง 150 ราย ในส่วนของพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน ปัจจุบันเขตฯ ไม่พื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผันแล้ว ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 4 จุด ได้แก่ 1.บริเวณถนนเจริญนคร (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่หัวมุมถนนเจริญรัถ ถึงปากซอยเจริญนคร 14 ผู้ค้า 28 ราย 2.บริเวณถนนกรุงธนบุรี (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่ปากซอยกรุงธนบุรี 1 – 5 ผู้ค้า 10 ราย 3.บริเวณถนนท่าดินแดง (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่แยกท่าดินแดง ถึงแยกประตูไทยซิกข์ ผู้ค้า 7 ราย 4.บริเวณถนนเจริญรัถ (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่ปากซอยเจริญรัถ 1 – 5 ผู้ค้า 3 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้าที่เหลือทั้งหมด 10 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 153 ราย ได้แก่ 1.บริเวณถนนอิสรภาพ (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่แยกซุ้มประตูไทยซิกข์ ถึงแยกบ้านแขก ผู้ค้า 16 ราย 2.บริเวณถนนเจริญนคร (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่แยกคลองสาน ถึงเจริญนครซอย 15 ผู้ค้า 15 ราย 3.บริเวณถนนเจริญรัถ (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่หัวมุมถนนเจริญรัถตัดถนนเจริญนคร ถึงปากซอยเจริญรัถ 4 ผู้ค้า 13 ราย 4.บริเวณถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่หัวมุมถนนเจริญรัถ ถึงปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 5 ผู้ค้า 25 ราย 5.บริเวณถนนเจริญนคร (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่สะพานเจริญนคร 3 – 4 ผู้ค้า 10 ราย 6.บริเวณถนนเจริญนคร (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่ซอยเจริญนคร 29-53 ผู้ค้า 19 ราย 7.บริเวณถนนเจริญนคร (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่ปากซอยเจริญนคร 18 – 46 ผู้ค้า 29 ราย 8.บริเวณถนนกรุงธนบุรี (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่อาคารไทยศรี ถึงคลองบางไส้ไก่ ผู้ค้า 8 ราย 9.บริเวณถนนเชียงใหม่ทั้ง 2 ฝั่งตลอดทั้งเส้น ผู้ค้า 14 ราย 10.บริเวณถนนลาดหญ้า (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่ปากซอยลาดหญ้า 10 ถึงหน้าสหกรณ์ ผู้ค้า 4 ราย

#เศรษฐกิจดี #เดินทางดี #ปลอดภัยดี

—– (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)

บางเขนจับตาฝุ่นจิ๋วแพลนท์ปูนเอ็มคอนกรีต ส่องกล้องจับภาพผู้ขับขี่บนทางเท้ามหนุนมาร์เก็ตเพลสเทพรักษ์แยกขยะจากต้นทาง จัดสรรงบฯ แก้น้ำท่วมซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 4 ชุมชนวัชรปราณี

(17 ธ.ค. 68) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางเขน

ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แพลนท์ปูน บริษัท เอ็มคอนกรีต จำกัด ซอยเทพรักษ์ 44/1 ถนนเทพรักษ์ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำโดยรอบให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบแนวรั้วโดยรอบให้มีความสูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบแพลนท์ปูน ล้างมำความสะอาดล้อรถโม่ปูนการออกจากแพลนท์ปูน ตรวจสอบบ่อคายกากคอนกรีตและบ่อตกตะกอน ไม่ให้มีตะกอนปูนล้นออกมานอกบ่อพัก ตรวจวัดค่าควันดำรถโม่ปูนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทแพลนท์ปูน 2 แห่ง ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 11 แห่ง ประเภทตรวจวัดควันดำอู่รถเมล์ 2 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ร่วมมือกันลดมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI บริเวณซอยเทพรักษ์ 51 ปัจจุบันเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยพหลโยธิน 48 2.ใกล้ซอยเทพรักษ์ 51 (หน้าโรงรับจำนำ) เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า บังคับการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ติดตั้งเสาเหล็กป้องกันรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 106 วิน ผู้ขับขี่ 1,002 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 22 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ มาร์เก็ตเพลสเทพรักษ์ ซึ่งเป็นตลาดสดและศูนย์อาหาร พื้นที่ 3,733 ตารางเมตร แผงค้า 182 แผง ผู้มาใช้บริการ 3,500-5,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร มี Supplier เข้ามารับทุกวันพุธ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล จัดส่งให้รีไซเคิลเดย์ทุกวันจันทร์ 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ 3 เดือน/ครั้ง หรือตามที่แจ้ง สำหรับปริมาณขยะหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปหลังคัดแยก 99,186 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 3,554 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 12,799 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 0.3 กิโลกรัม/เดือน ขยะติดเชื้อหลังคัดแยก 4 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท โดยให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการส่งข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 4 ชุมชนวัชรปราณี จากปากซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 4 ถึงคลองจระเข้ ปัจจุบันผิวการจราจรภายในซอยดังกล่าวมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับเมื่อฝนตกหนักก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ประชาชนสัญจรลำบาก โดยเขตฯ ได้ขอจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงผิวการจราจร พร้อมก่อสร้างบ่อพักน้ำ วางท่อระบายน้ำใหม่ ระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการปรับปรุงซอยดังกล่าว โดยหารือร่วมกับสำนักการระบายน้ำในการวางท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม บรรเทาความเดือดร้อนและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 68 ราย ได้แก่ 1.ซอยรามอินทรา 14 แยก 3-5 ผู้ค้า 39 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-20.00 น. 2.สวนรักษ์ธรรมชาติ วงเวียนบางเขน ผู้ค้า 29 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-16.00 น. ที่ผ่านมาเขตฯ ได้ยกเลิกพื้นที่ทำการค้าใต้ทางด่วนถนนเทพรักษ์ ผู้ค้า 11 ราย โดยผู้ค้าได้ย้ายเข้าไปทำการค้าในพื้นที่เอกชน นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker Center จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.หน้าวัดไตรรัตนาราม ซอยรามอินทรา 8 รองรับผู้ค้าได้ 65 ราย ช่วงเวลาทำการค้า วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 05.00-19.00 น. 2.ด้านหลังสำนักงานเขตบางเขน ซอยรามอินทรา 2 รองรับผู้ค้าได้ 10 ราย ช่วงเวลาทำการค้า วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 06.00-16.00 น. ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลความเป็นระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

ส่วนการจัดทำสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมภายในสำนักงานเขตบางเขน พื้นที่ 2 ไร่ 2.สวนรักษ์ธรรมชาติ พื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 3.สวนหย่อมสถานีตำรวจนครบาลบางเขน พื้นที่ 3 งาน 4.สวนหย่อมเสนาวิลล่า 3 พื้นที่ 2 ไร่ 5.สวนหย่อมริมคลองบางบัว พื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 6.สวนหย่อมพุทธอุทยาน พื้นที่ 40 ไร่ 7.สวนหย่อมริมคลองบึงพระยาสุเรนท์ พื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมหน้าพุทธวิชชาลัย พื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 2.สวนหย่อมถนนเทพรักษ์ หน้าหมู่บ้านศุภาลัย เอแลแกรนซ์ พื้นที่ 3 งาน 3.สวนหย่อมปากซอยพหลโยธิน 55/1 หน้าบริษัท มายัง จำกัด พื้นที่ 3 ไร่ 4.สวนหย่อมหน้าหมู่บ้านหลุยส์แกรนด์เพลส ปากซอยเทพรักษ์ 50 พื้นที่ 400 ตารางเมตร 5.สวนรักษ์บางเขน พื้นที่ 200 ตารางเมตร 6.สวนหนองพุดซ้อน (หมู่บ้านเสนาวิลล่า 3) พื้นที่ 1 ไร่ 7.สวนหย่อมปากซอยรามอินทรา 2 พื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน 8.สวนข้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ถนนรามอินทรา พื้นที่ 1 งาน 9.สวนหย่อมวงเวียนบางเขน พื้นที่ 3 งาน 10.สวนหย่อมหมู่บ้านเสนาวิลล่า 9 ซอยคู้บอน 27 แยก 60 พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน อยู่ระหว่างดำเนินการ

ในการนี้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางเขน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี

#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

ชวนชอปสินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ 3 – 5 ต.ค. นี้ ที่ใต้สะพานพระราม 8

(3 ต.ค. 68) นางสาวกนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ประชาชน ณ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด โดยมี พันตำรวจเอกภิญโญ ป้อมสถิตย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางพลัด นางสาวมานิตา รุจะศิริ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด ผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม ผู้บริหารเขตบางพลัด ผู้บริหารเขตกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดงาน

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนอย่างครบวงจรตลอดจนส่งเสริมและสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดหาแหล่งทุน รวมถึงช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การจัดงานในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนกรุงเทพมหานครได้มีสถานที่จำหน่ายและแสดงสินค้า ก่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในวันนี้และผู้ร่วมงานทุกท่านจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครสำหรับทุกคน และเป็นเมืองแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจต่อไป

กรุงเทพมหานคร โดย สำนักพัฒนาสังคม และสำนักงานเขตบางพลัด จัดงานโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ประชาชน ระหว่างวันที่ 3 – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 12.00 – 20.00 น. ณ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ประชาชน ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร อีกทั้งมุ่งเน้นแก้ปัญหา และเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชนผ่านการเสริมสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอย่างครบวงจร ประกอบด้วย 6 กลุ่มเขต กลุ่มเขตละ 5 ครั้ง รวมจำนวน 30 ครั้ง

กิจกรรมภายในงาน มีการออกบูธจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการในกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ ประกอบด้วย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) สินค้าและบริการ (Made in Bangkok) สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชน การจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรกรุงเทพมหานคร การจำหน่ายสินค้าราคาถูกราคาโรงงาน และการจำหน่ายอาหารอร่อยของดี 50 เขต นอกจากนี้มีกิจกรรมการฝึกอาชีพเพื่อส่งเสริมอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ประชาชน และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมบนเวที

#กทม #เศรษฐกิจดี #กระตุ้นเศรษฐกิจ #ผลิตภัณฑ์ชุมชน

                ------------------------------      (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)

ธนบุรีล้อมกรอบฝุ่นจิ๋วอู่พ่นสีคาร์คราฟท์ ชวนอาคารชุด ณ รีวาคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ฟื้นฟูสวนหย่อม 12 สิงหา ติดกล้อง 3 จุดหยุดผู้ขับขี่บนทางเท้า จัดระเบียบผู้ค้าตลาดเดินเล่น กวดขันวินจักรยานยนต์รับจ้าง แก้ปัญหาน้ำเสียคลองสำเหร่

(2 ต.ค. 68) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตธนบุรี ประกอบด้วย

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท คาร์คราฟท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ถนนเจริญนคร ซึ่งประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการพ่นสีรถยนต์ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบห้องอบสีและห้องพ่นสีตามรอบที่กำหนดให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นสารเคมีระเหยออกไปด้านนอก นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารชุด ณ รีวา ซอยเจริญนคร 60 พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา ห้องพัก 254 ห้อง ห้องที่ขายได้ 94 ห้อง ผู้พักอาศัย 40 คน พนักงาน 20 คน วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ พนักงานรวบรวมขยะอินทรีย์ จากห้องพักขยะชั้น 7-28 ลงมาที่ห้องพักขยะทั่วไป ชั้น 1 เขตฯ จัดเก็บ 2.ขยะรีไซเคิล ติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการคัดแยกขยะรีไซเคิลแก่ผู้พักอาศัย พนักงานรวบรวมขยะรีไซเคิล จากห้องพักขยะชั้น 7-28 ลงมาที่ห้องพักขยะรีไซเคิล ชั้น 1 เขตฯ จัดเก็บทุก ๆ 2 เดือน 3.ขยะทั่วไป พนักงานรวบรวมขยะทั่วไป จากห้องพักขยะประจำชั้น 7-28 ลงมาที่ห้องพักขยะทั่วไป ชั้น 1 เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย พนักงานรวบรวมขยะอันตราย รอการจัดเก็บจากบริษัทผู้จัดจำหน่ายเมื่อจำนวนครบตามที่กำหนด สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 140 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 50 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 402 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ พร้อมทั้งมอบหมายให้เขตฯ ลงพื้นที่ตามหมู่บ้าน ชุมชน คอนโดพักอาศัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเริ่มจัดเก็บอัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

พัฒนาสวน 15 นาที สวนหย่อม 12 สิงหา เฟส 2 ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเขตฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ซ่อมแซมพื้นและทาสีทางเดินวิ่งออกกำลังกาย ตั้งวางม้านั่ง ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1.สวนร่วมแรง พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 1 พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 2.สวน 15 นาที ภายในสำนักงานเขตธนบุรี พื้นที่ 100 ตารางเมตร (วัดเวฬุชิณ) 3.สวนร่วมใจ พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 2 ขนาดพื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 4.สวนลานเพลิน ข้างสถานีรถไฟวุฒากาศ พื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย 5.สวนหย่อม 12 สิงหา เฟส 2 พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท 6.สวนหน้าวัดบุปผาราม พื้นที่ 400 ตารางเมตร 7.สวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าสำนักเทศกิจ พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร 8.สวนร่วมแรงร่วมใจ พื้นที่ว่างใต้สะพานข้ามแยกตากสิน-สาทร ถนนราชพฤกษ์ เฟส 3 พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวงชนบท ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่เพื่อจัดทำสวน 15 นาที เพื่อให้ครบทั้ง 10 แห่ง ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ตลอดจนเพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณซอยรัชดาภิเษก 13 ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 6 2.ซอยรัชดาภิเษก 13 ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ 3.ถนนประชาธิปก ใกล้ร้านเอกภัณฑ์โฟโต้ เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ติดวางรั้วเหล็กกั้นรถจักรยานยนต์ จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเฝ้าระวังในจุดดังกล่าว ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท

ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณตลาดเดินเล่น ถนนรัชดาภิเษก (ตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่า) ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 18 ราย ได้แก่ 1.ตลาดดาวคะนองทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 12 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. 2.ตลาดเดินเล่น ถนนรัชดาภิเษก (ตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่า) ผู้ค้า 6 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. ซึ่งในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.บริเวณตลาดสำเหร่ทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขาเข้า ผู้ค้า 60 ราย ฝั่งขาออก ผู้ค้า 14 ราย รวมผู้ค้า 74 ราย โดยมีผู้ค้า 59 ราย ได้รับเงินค่าทดแทนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 2.บริเวณสี่แยกบ้านแขก ผู้ค้า 43 ราย ยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2568 นอกจากนี้ เขตฯ ได้ยกเลิกพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผันทั้งหมดแล้ว ในปี 2567 ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าสถานีรถไฟตลาดพลู ซอยเทอดไทย 25 ผู้ค้า 15 ราย 2.ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 19-21 ผู้ค้า 13 ราย ยกเลิกวันที่ 30 กันยายน 2567 ต่อมาในปี 2568 ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า ซอยอิสรภาพ 13-15 ผู้ค้า 33 ราย ยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2568 และยุบรวมพื้นที่ทำการค้าหน้าคอนโด Whizdom ถนนรัชดาภิเษก ผู้ค้า 13 ราย ยุบรวมเข้าไปอยู่ในจุดทำการค้าถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 รวมถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะในแต่ละร้านค้า การทำความสะอาดพื้นที่หลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบในพื้นที่

ติดตามการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ วินหน้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ สถานที่ตั้งวินและจุดจอดรถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นที่ห้าง ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 106 วิน ผู้ขับขี่ 1,869 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 22 วิน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด อาทิ การแต่งกาย ป้ายทะเบียนรถ อัตราค่าโดยสาร สถานที่ตั้งวิน วินัยจราจร ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องตามเกณฑ์จะแจ้งข้อบกพร่องให้ผู้ขับขี่รับทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย สำหรับแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบด้วย 1.ด้านความสะอาด ได้แก่ สถานที่ตั้งวินและโดยรอบต้องมีความสะอาด ไม่มีการตอกผูกยึดโยง 2.ด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้แก่ จอดรถจักรยานยนต์เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้าหรือพื้นผิวจราจร ตั้งวางม้านั่งเป็นระเบียบ 3.ด้านกฎหมาย ได้แก่ การแต่งกายถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เสื้อวิน เบอร์เสื้อถูกต้องตามบัญชี ไม่ขับขี่บนทางเท้า ป้ายทะเบียนถูกต้อง สวมหมวกนิรภัย ป้ายอัตราค่าโดยสารถูกต้อง ไม่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่นำเสื้อวินไปเช่าช่วงต่อ 4.ด้านอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา กริยามารยาทสุภาพ

ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย บริเวณคลองสำเหร่ ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 21 เนื่องจากมีการบล็อกน้ำ เพื่อก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ทำให้น้ำในคลองไม่มีการหมุนเวียนถ่ายเท น้ำไม่สามารถระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ ที่ผ่านมา เขตฯ ได้ประสานผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยดำเนินการขุดลอกคลอง รวมถึงกำชับไม่ให้ปล่อยน้ำทิ้งที่ปนเปื้อนลงในคลอง ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ประสานผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ในการวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาวร่วมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

ในการนี้ ว่าที่ร้อยตรีเดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตธนบุรี สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี #บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

เปิดโครงการสะพานคนเดินเชื่อม 2 ฝั่งคลองบางกอกใหญ่ ดันตลาดพลูสู่แลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ

(25 ก.ย. 68) เวลา 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ (สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ – ตลาดพลู) ณ สถานที่ก่อสร้างโครงการ ใต้สะพานตลาดพลู ฝั่งเขตธนบุรี จากนั้น เวลา 08.30 น. เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดินกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดพลู Night Walking Street 2025 ณ บริเวณใต้สะพานตลาดพลู เขตธนบุรี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ตนเองเคยมาตลาดพลูตั้งแต่หาเสียงเพื่อลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอยากปรับปรุงให้ดีขึ้น ในวันนี้ฝันได้เป็นจริงแล้ว กทม.ได้ปรับปรุงเป็นตลาดที่มีคุณภาพ มีความสะอาด มีพื้นที่จอดรถ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ประชาชน ซึ่ง กทม.ต้องการให้ตลาดพลูเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จึงได้ดำเนินโครงการสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่เชื่อมต่อเขตบางกอกใหญ่กับตลาดพลู เพื่อกระตุ้นส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

“แต่เดิมนโยบาย คือ ทำงาน ทำงาน ทำงาน แต่ในเวลานี้ต้องเปลี่ยนเป็น งาน งาน งาน เพราะต้องเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน เนื่องจากเศรษฐกิจเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเมือง หากประชาชนขาดรายได้ก็จะไม่สามารถเดินหน้าเมืองต่อไปได้ งานถนนคนเดินในวันนี้ จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน กทม.พร้อมสนับสนุนและพัฒนาทุกทาง ทุกมิติ ให้ตลาดพลูเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ (สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ – ตลาดพลู) เป็นสะพานกว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร พร้อมปรับปรุงทางเท้าในบริเวณใกล้เคียง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 360 วัน เป็นไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร ที่จะพัฒนาเมืองภายใต้แนวทาง “กรุงเทพฯ 9 ด้าน 9 ดี” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะด้าน “เดินทางดี” และ “ปลอดภัยดี” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวคิด Universal Design ให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และในส่วนของโครงการถนนคนเดินกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดพลู Night Walking Street เกิดขึ้นจากความร่วมมือของคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตธนบุรีกับสำนักงานเขตธนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมย่านสร้างสรรค์ตลาดพลู

สำหรับพื้นที่เขตบางกอกใหญ่และย่านตลาดพลูเป็นชุมชนเมืองเก่าที่สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังขาดเส้นทางสัญจรที่เหมาะสม ฉะนั้น การก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ เชื่อม 2 ฝั่งคลอง จึงมีความจําเป็น เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาย่านเมืองเก่ากรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

พิธีเปิดโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามคลองบางกอกใหญ่ (สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ – ตลาดพลู) และงานถนนคนเดินกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดพลู Night Walking Street 2025 ในวันนี้ ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ ว่าที่ร้อยตรีเดชาธร แสงอำนาจ ผู้อํานวยการเขตธนบุรี นายภัทร์พล เกียรติจุฑามณี ประธานคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเขตธนบุรี ผู้บริหารเขตบางกอกใหญ่และเขตธนบุรี ร่วมพิธี

#เดินทางดี #ปลอดภัยดี #เศรษฐกิจดี #สังคมดี #เดินได้เดินดี


บางขุนเทียนเติมเต็มสีเขียวสวนสมเด็จย่ากรุงเทพมหานคร เล็งกล้องสกัดจับปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า ขันน็อตวินจักรยานยนต์รับจ้าง แนะหมู่บ้านคาซ่าวิลล์ลงทะเบียน BKK WASTE PAY ลดค่าธรรมเนียม เล็งแก้ปัญหาน้ำท่วมทางเข้า มจธ.

(23 ก.ย. 68) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ประกอบด้วย

พัฒนาสวน 15 นาที สวนสมเด็จย่ากรุงเทพมหานคร ถนนพระรามที่ 2 ซอย 69 เดิมสวนดังกล่าวสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเป็นผู้ดูแล ต่อมาได้โอนให้สำนักสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแล ปัจจุบันสำนักสิ่งแวดล้อมโอนให้สำนักงานเขตบางขุนเทียนดูแลบำรุงรักษาและบริหารจัดการ ที่ผ่านมาเขตฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงในส่วนที่ชำรุดเสียหาย เพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ตามแผนพัฒนา 3 ด้าน คือ 1.เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในสวนสาธารณะ 2.ปรับปรุงห้องน้ำในสวนสาธารณะ 3.ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยจ้างเหมาดำเนินการปรับปรุงสวนสมเด็จย่ากรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ปรับปรุงทางเดิน-วิ่ง สร้างทำนบไม้ปิดกั้นน้ำแบบ 3 ช่วง ความกว้าง 8.00 เมตร ขุดลอกคูน้ำรอบสวน ก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. จำนวน 3 แห่ง ปรับปรุงศาลาภายในสวน ปรับปรุงห่องน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 20 ต้น ปูหญ้าสนาม ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สวนบวรประชานันท์ พื้นที่ 12 ไร่ 2.สวนสาธารณะบึงรางเข้ พื้นที่ 17 ไร่ 3.สวนสมเด็จย่ากรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 ไร่ สำหรับสวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ พื้นที่ 37 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมธนารักษ์ สำนักสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแล สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.สวน 15 นาที ชุมชนการเคหะธนบุรี โครงการ 1 ส่วน 4 พื้นที่ 1 งาน 50 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการเคหะแห่งชาติ 2.สวนเด็ก 15 นาที ชุมชนการเคหะธนบุรี โครงการ 1 ส่วน 4 พื้นที่ 1 งาน 50 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการเคหะแห่งชาติ 3.สวนทะเล 15 นาที ป่าชายเลนบางขุนเทียน พื้นที่ 62.5 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของนิคมสหกรณ์บ้านไร่ 4.สวนเกษตรอินทรีย์ 15 นาที ถนนพระราม 2 ซอย 54 พื้นที่ 16,000 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของเอกชน 5.สวนหินเพื่อสุขภาพ (สวนเคหะชุมชน 1 ส่วน 3) ชุมชนการเคหะธนบุรี โครงการ 1 ส่วน 3 พื้นที่ 1,200 ตารางเมตร 6.สวน 15 นาที @ เทียนทะเล 32 (Pocket Park @ Tian 32) บริเวณซอยเทียนทะเล 32 พื้นที่ 900 ตารางเมตร 7.สวน 15 นาที Little Home Garden ชุมชนการเคหะธนบุรี โครงการ 1 ส่วน 5 โซน 1 พื้นที่ 125 ตารางวา กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการเคหะแห่งชาติ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ เพื่อจัดทำสวน 15 นาทีเพิ่มเติมให้ครบ 10 แห่ง ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของชุมชน โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในการเข้ามาใช้บริการหรือทำกิจกรรมภายในสวน เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดทำสวน 15 นาทีอย่างแท้จริง

ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณปากซอยบางขุนเทียน 16 ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.หน้าตลาดพิบูลย์วิทย์ 4 ถนนพระรามที่ 2 2.ปากซอยบางขุนเทียน 16 ถนนบางขุนเทียน 3.ฝั่งตรงข้ามบางกระดี่ซอย 4 4.ป้ายรถประจำทางซอยบางกระดี่ 2 เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ตั้งวางรั้วเหล็กบนทางเท้า จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราในจุดดังกล่าว

ติดตามการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ วินสี่แยกวิชัย ) ถนนพระรามที่ 2 ซอย 50 ผู้ขับขี่ 32 คน สถานที่ตั้งวินและจุดจอดรถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นทึ่เอกชนด้านหน้า 7-11 ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 108 วิน ผู้ขับขี่ 2,932 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 11 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย โดยแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบด้วย 1.ด้านความสะอาด ได้แก่ สถานที่ตั้งวินและโดยรอบต้องมีความสะอาด ไม่มีการตอกผูกยึดโยง 2.ด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้แก่ จอดรถจักรยานยนต์เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้าหรือพื้นผิวจราจร ตั้งวางม้านั่งเป็นระเบียบ 3.ด้านกฎหมาย ได้แก่ การแต่งกายถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เสื้อวิน เบอร์เสื้อถูกต้องตามบัญชี ไม่ขับขี่บนทางเท้า ป้ายทะเบียนถูกต้อง สวมหมวกนิรภัย ป้ายอัตราค่าโดยสารถูกต้อง ไม่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่นำเสื้อวินไปเช่าช่วงต่อ 4.ด้านอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา กริยามารยาทสุภาพ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด อาทิ การแต่งกาย ป้ายทะเบียนรถ อัตราค่าโดยสาร สถานที่ตั้งวิน วินัยจราจร

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ หมู่บ้านคาซ่าวิลล์ พระราม 2-2 (Casa Ville) ถนนพระรามที่ 2 ซอย 50 ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 210 หลังคาเรือน วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ ตั้งวางถังขยะอินทรีย์ ประชาชนคัดแยกขยะเศษอาหาร นำมาทำปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ 2.ขยะรีไซเคิล ตั้งวางถังขยะรีไซเคิล ประชาชนคัดแยกขยะรีไซเคิลก่อนนำมาทิ้ง นิติบุคคลรวบรวมขยะรีไซเคิล เพื่อนําไปจําหน่ายให้กับWaste Buy Delivery เดือนละ 1-2 ครั้ง 3.ขยะทั่วไป ตั้งวางถังขยะทั่วไป ประชาชนคัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บวันจันทร์และวันพฤหัสบดี นําไปกําจัดที่ศูนย์กําจัดมูลฝอยหนองแขม 4.ขยะอันตราย ตั้งวางถังขยะอันตราย ประชาชนคัดแยกขยะอันตรายก่อนนำมาทิ้ง เขตฯ จัดเก็บไปกําจัดที่ศูนย์กําจัดมูลฝอยหนองแขม เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 9,000 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 8,100 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 30 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 30 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งมอบหมายให้เขตฯ ลงพื้นที่ตามชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม”

ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ผ่านมา เขตฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงถนนเทียนทะเล 25 ความยาว 780 เมตร โดยยกระดับถนนให้สูงขึ้น 1.10 เมตร ในช่วงท้ายถนนจะมาบรรจบกับถนนทางเข้า มจธ. ความยาว 385 เมตร ซึ่งเป็นถนนเดิมมีระดับต่ำกว่าถนนที่ปรับปรุงใหม่ เมื่อเกิดฝนตกในปริมาณมาก ประกอบกับช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุน ระดับน้ำในคลองจะสูงขึ้น ทำให้น้ำไม่สามารถระบายลงคลองได้สะดวก จึงก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังถนนทางเข้า มจธ. ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ การขุดลอกคลอง การยกระดับถนน การวางท่อระบายน้ำ การวางกระสอบทราย รวมถึงประสานสำนักการระบายน้ำสำรวจคลองหรือลำรางสาธารณะที่รองรับน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ตลอดจนหารือร่วมกับมจธ. ในการวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาวร่วมกัน เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม บรรเทาความเดือดร้อนและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 4 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 128 ราย ได้แก่ 1.ถนนท่าข้าม ซอยท่าข้าม 14-16 ผู้ค้า 27 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-10.00 น. และ 11.00-21.00 น. 2.ถนนสะแกงาม ปากซอยสะแกงาม 35/2-35/3 ผู้ค้า 23 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-10.00 น. และ 15.00-21.00 น. 3.ถนนบางกระดี่ ปากซอยบางกระดี่ 1-7 ผู้ค้า 18 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-10.00 น. 4.ถนนบางกระดี่ ปากซอยบางกระดี่ ถึงหน้าหมู่บ้านเดอะริช ผู้ค้า 60 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 08.00-20.00 น. ส่วนพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 1 จุด คือถนนพระรามที่ 2 ซอย 69 ติดลานจอดรถยนต์ห้างเทสโก้โลตัส พระราม 2 ผู้ค้า 29 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 14.00-22.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด คือหน้าบริษัท กีโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ค้า 9 ราย โดยย้ายเข้ามาทำการค้าในจุดที่เขตฯ จัดทำเป็น Hawker Center Route 3 บริเวณด้านข้างบริษัท กีโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker Center บริเวณทางเท้าติดลานจอดรถห้างเทสโก้โลตัส ถนนพระรามที่ 2 ซอย 69 ผู้ค้า 45 ราย ภายใต้แนวคิด “ROUTE 69 Mini Hawker Center” ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 เพื่อความเป็นระเบียบในพื้นที่

ในการนี้มี นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางขุนเทียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี #บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

ลาดพร้าวส่องกล้องสกัดผู้ขับขี่บนทางเท้าหน้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ลุยตรวจประเมินวินจักรยานยนต์รับจ้าง ชวนชาวชุมชนหมู่บ้านเจริญสุขนิเวศน์ 1 แยกขยะไม่เทรวม ปรับโฉมแต้มสีเขียวสวนสุขภาพอยู่เย็นเป็นสุข

(22 ก.ย. 68) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตลาดพร้าว

ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เพื่อกวดขันวินัยจราจร ตรวจจับภาพผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า รวมถึงเปรียบเทียบปรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอด หรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเฝ้าระวังบริเวณจุดดังกล่าว ตั้งวางรั้วเหล็ก ปักเสากั้นบนทางเท้า

ติดตามการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ วินซอยนาคนิวาส 12 ผู้ขับขี่ 22 สถานที่ตั้งวินและจุดจอดรถจักรยานยนต์อยู่บนพื้นผิวจราจร ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 57 วิน ผู้ขับขี่ 808 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 10 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย โดยแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบด้วย 1.ด้านความสะอาด ได้แก่ สถานที่ตั้งวินและโดยรอบต้องมีความสะอาด ไม่มีการตอกผูกยึดโยง 2.ด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้แก่ จอดรถจักรยานยนต์เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้าหรือพื้นผิวจราจร ตั้งวางม้านั่งเป็นระเบียบ 3.ด้านกฎหมาย ได้แก่ การแต่งกายถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เสื้อวิน เบอร์เสื้อถูกต้องตามบัญชี ไม่ขับขี่บนทางเท้า ป้ายทะเบียนถูกต้อง สวมหมวกนิรภัย ป้ายอัตราค่าโดยสารถูกต้อง ไม่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่นำเสื้อวินไปเช่าช่วงต่อ 4.ด้านอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา กริยามารยาทสุภาพ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด อาทิ การแต่งกาย ป้ายทะเบียนรถ อัตราค่าโดยสาร สถานที่ตั้งวิน วินัยจราจร

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ชุมชนหมู่บ้านเจริญสุขนิเวศน์ 1 ซอยลาดปลาเค้า 6 พื้นที่ 20 ไร่ มีประชากร 137 คน บ้านเรือน 50 หลังคาเรือน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร เปลือกผลไม้ นำมาทำน้ำหมักชีวภาพ บางส่วนนำไปทำปุ๋ยในถังหมักรักษ์โลก 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิลตามบ้าน นำไปขายเป็นรายได้ในครอบครัว หรือคัดแยกไว้ให้รถขยะที่เข้าเก็บในชุมชน 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป ใส่ในถุงดำมัดปากถุงให้เรียบร้อย ใส่ถังขยะหรือตั้งวางไว้บริเวณหน้าบ้าน เขตฯ จัดเก็บสัปดาห์ละ 2 วัน 4.ขยะอันตราย ตั้งวางถังรองรับขยะอันตรายบริเวณที่ทำการชุมชน เขตฯ จัดเก็บ และนัดทิ้งนัดเก็บขยะอันตรายและขยะชิ้นใหญ่ ตามกำหนดการของเขตฯ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 150 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 95 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 35 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงชื่นชมประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว ที่เห็นถึงความสำคัญและร่วมกันคัดแยกขยะ นำเศษอาหารมาทำปุ๋ยในถังหมักรักษ์โลก และลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY คัดแยกขยะไม่เทรวมกับทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ พร้อมทั้งมอบหมายให้เขตฯ ลงพื้นที่ตามชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

พัฒนาสวน 15 นาที สวนสุขภาพอยู่เย็นเป็นสุข ถนนอยู่เย็น 2 ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่สวนภายหลังรื้อย้ายบ้านรุกล้ำออกไป โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่หลากหลาย คัดสรรพันธุ์ไม้ที่สมดุลทางนิเวศ และเพิ่มสีสันตามฤดูกาล ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้พุ่ม และไม้สมุนไพร การออกแบบพื้นที่ริมน้ำเน้นการปลูกไม้ทนน้ำและพันธุ์ไม้พื้นถิ่นที่ช่วยยึดดิน กรองมลพิษ และเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ทำให้สวนเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้ทางธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน และเป็นระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของคนและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นแคนา เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างกำแพงกรองฝุ่น เพิ่มความร่มรื่นและสวยงามให้กับสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ 1.สวนสุคนธสวัสดิ์ พื้นที่ 1 งาน 70 ตารางวา 2.สวนผลาสินธุ์ ริมคลองลาดพร้าว พื้นที่ 1 งาน 80 ตารางวา 3.สวนปลาเค้าภิรมย์ ซอยลาดปลาเค้า 24 พื้นที่ 1 งาน 40 ตารางวา 4.สวนสุขภาพอยู่เย็นเป็นสุข ถนนอยู่เย็น 2 พื้นที่ 10 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา 5.สวนหมู่บ้านเฟรนชิฟ Friendship Garden ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 แยก 2 พื้นที่ 30 ตารางวา 6.สวนลาดปลาเค้า 39 ปากซอยลาดปลาเค้า 39 ติดถนนประเสริฐมนูกิจ พื้นที่ 67 ตารางวา 7.สวนเฟรนชิฟ 2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 แยก 2 พื้นที่ 36 ตารางวา 8.สวนเฟรนชิฟ 3 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 แยก 2 พื้นที่ 31 ตารางวา 9.สวนเฟรนชิฟ 4 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 แยก 2 พื้นที่ 31 ตารางวา 10.สวนหมู่บ้านธันยกานต์ ถนนมัยลาภ พื้นที่ 1 งาน 20 ตารางวา 11.สวนหมู่บ้านอมรพันธ์ 9 ซอยเสนานิคม 1 พื้นที่ 20 ตารางวา นอกจากนี้ เขตฯ จะจัดทำสวนเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือสวนริมทางจักรยาน (ตลาดหัวมุม) เมื่อแล้วเสร็จจะมีสวน 15 นาที รวมทั้งหมด 12 แห่ง ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่จัดทำสวน 15 นาที ตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเขตฯ ได้จัดทำสวนได้ครบทั้ง 10 แห่ง แต่ยังมีพื้นที่ว่างสามารถจัดทำสวนเพิ่มเติมได้อีก 2 แห่ง โดยออกแบบภายในสวนให้ตรงตามความต้องการของประชาชนในชุมชน เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 15 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 317 ราย ดังนี้ 1.ถนนโยธินพัฒนา หน้าห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ผู้ค้า 4 ราย 2.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 18-20 ผู้ค้า 6 ราย 3.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 9-13 ผู้ค้า 10 ราย 4.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 24 ผู้ค้า 4 ราย 5.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 25 ผู้ค้า 6 ราย 6.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 43 ผู้ค้า 3 ราย 7.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 60 ถึงแยกลาดพร้าววังหิน ผู้ค้า 21 ราย 8.ถนนสังคมสงเคราะห์ ซอยสังคมสงเคราะห์ 18 ผู้ค้า 2 ราย 9.ถนนโชคชัย 4 ซอยโชคชัย 4 ซอย 54 ผู้ค้า 66 ราย 10.ถนนสุคนธสวัสดิ์ สี่แยกถนนประเสริฐมนูกิจ ผู้ค้า 13 ราย 11.ถนนสุคนธสวัสดิ์ สี่แยกโรงไม้ ถึงซอยสุคนธสวัสดิ์ 24 ผู้ค้า 17 ราย 12.ถนนลาดปลาเค้า สี่แยกลาดพร้าววังหิน ผู้ค้า 32 ราย 13.ถนนมัยลาภ ปากซอยประเสริฐมนูกิจ 29 ผู้ค้า 16 ราย 14.ถนนเสนานิคม ซอยเสนานิคม 1 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 ผู้ค้า 78 ราย 15.ถนนโชคชัย 4 ซอย 19-25 ตรงข้ามกองปราบฯ ผู้ค้า 39 ราย (อยู่ระหว่างพิจารณาลงนามประกาศฯ) ส่วนพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน 1 จุด คือ หน้าตลาดบัวพัฒนา ผู้ค้า 30 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.ถนนลาดพร้าววังหิน ซอยลาดพร้าววังหิน 29 ผู้ค้า 1 ราย 2.ถนนนาคนิวาส ซอยนาคนิวาส 49 ผู้ค้า 6 ราย 3.ถนนสุคนธสวัสดิ์ หน้าหมู่บ้านเฟรนชิฟ ผู้ค้า 15 ราย 4.ถนนสังคมสงเคราะห์ ซอยสังคมสงเคราะห์ 20 ผู้ค้า 1 ราย ต่อมาเขตฯ ได้ยกเลิกจุดทำการค้าอีก จำนวน 6 จุด ได้แก่ 1.ถนนสังคมสงเคราะห์ ซอยสังคมสงเคราะห์ 30 ผู้ค้า 6 ราย 2.ถนนโชคชัย 4 ซอยโชคชัย 4 ซอย 19-25 ตรงข้ามกองปราบฯ ผู้ค้า 8 ราย 3.ถนนโชคชัย 4 ซอยโชคชัย 4 ซอย 35 ผู้ค้า 5 ราย 4.ถนนโชคชัย 4 ซอยโชคชัย 4 ซอย 59 ผู้ค้า 6 ราย 5.ถนนนาคนิวาส ซอยนาคนิวาส 16-48 ผู้ค้า 18 ราย 6.ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 25 ผู้ค้า 23 ราย ยกเลิกเดือนธันวาคม 2567 โดยผู้ค้าบางส่วนเช่าพื้นที่เอกชน บางส่วนผลักดันเข้าพื้นที่เอกชน 7-11 ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาจุดทำการค้าที่มีผู้ค้าจำนวนน้อยราย หาแนวทางจัดระเบียบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่

ในการนี้มี นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตลาดพร้าว สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี ๒บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

บางกอกน้อยแนะชุมชนสวนหลวงแยกขยะลดค่าธรรมเนียม คุมเข้มวินจักรยานยนต์รับจ้างหลังโรงพยาบาลศิริราช ตรึงแนวแผงค้าปากตรอกวังหลัง ล้อมกรอบฝุ่นจิ๋วไซต์ก่อสร้างโรงพยาบาลปิยะเวท 2 ส่องกล้องจับภาพผู้ขับขี่บนทางเท้าจรัญสนิทวงศ์ 37

(22 ก.ย. 68) เวลา 09.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ประกอบด้วย

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ชุมชนสวนหลวง ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 15 พื้นที่ 1.5 ไร่ ประชากร 457 คน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2565 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร นำมาทำปุ๋ยไว้ใช้ในชุมชน 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล เก็บรวบรวมขาย เพื่อนำเงินมาใช้ในกิจกรรมชุมชน 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 742 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 720 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 2 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 20-30 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งมอบหมายให้เขตฯ ลงพื้นที่ตามชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม”

ติดตามการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ วินหลังโรงพยาบาลศิริราช (ประตู ผี) สถานที่ตั้งวินและจุดจอดรถจักรยานยนต์อยู่บนพื้นผิวจราจร ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด อาทิ การแต่งกาย ป้ายทะเบียนรถ อัตราค่าโดยสาร สถานที่ตั้งวิน วินัยจราจร ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 111 วิน ผู้ขับขี่ 1,062 คน ซึ่งเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย โดยแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบด้วย 1.ด้านความสะอาด ได้แก่ สถานที่ตั้งวินและโดยรอบต้องมีความสะอาด ไม่มีการตอกผูกยึดโยง 2.ด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้แก่ จอดรถจักรยานยนต์เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้าหรือพื้นผิวจราจร ตั้งวางม้านั่งเป็นระเบียบ 3.ด้านกฎหมาย ได้แก่ การแต่งกายถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เสื้อวิน เบอร์เสื้อถูกต้องตามบัญชี ไม่ขับขี่บนทางเท้า ป้ายทะเบียนถูกต้อง สวมหมวกนิรภัย ป้ายอัตราค่าโดยสารถูกต้อง ไม่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่นำเสื้อวินไปเช่าช่วงต่อ 4.ด้านอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา กริยามารยาทสุภาพ

ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณปากตรอกวังหลัง ซอยอรุณอัมรินทร์ 22 ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 5 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 376 ราย ได้แก่ 1.ท่าน้ำพรานนกฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลัง ผู้ค้า 123 ราย 2.ปากตรอกวังหลัง ถนนอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 25 ราย 3.ซอยแสงศึกษา ฝั่งนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 38 ราย 4.ตลาดบางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 172 ราย และ 5.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ ผู้ค้า 18 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 181 ราย 2.หน้าตลาดบางกอกน้อย ถนนอิสรภาพ ผู้ค้า 30 ราย ยกเลิกวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 13 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 126 ราย ได้แก่ 1.ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 2 ราย 2.ถนนอิสรภาพหน้าร้าน 7-11 ผู้ค้า 4 ราย 3.หน้าที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย ผู้ค้า 2 ราย 4.เวิ้งปิ่นเกล้า ผู้ค้า 7 ราย 5.หน้าวัดเจ้าอามและฝั่งตรงข้ามวัด ผู้ค้า 12 ราย 6.หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ผู้ค้า 8 ราย 7.ปากซอยบางขุนนนท์ 2 ผู้ค้า 3 ราย 8.ปากซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 3-5 ผู้ค้า 17 ราย 9.หน้าห้างแม็คโคร ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ผู้ค้า 19 ราย 10.ถนนบางขุนนนท์ ทั้ง 2 ฝั่ง ผู้ค้า 20 ราย 11.ปากซอยแสงศึกษา (อิสรภาพ 44) หน้าโรงพยาบาลธนบุรี ผู้ค้า 13 ราย 12.หน้าโรงเรียนชิโนรส ผู้ค้า 7 ราย และ 13.ตรงข้ามห้างพาต้า ผู้ค้า 12 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า 6 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา 2.ถนนอรุณอมรินทร์ 3.ปากซอยอรุณอมรินทร์ 20 4.หน้าห้างโลตัสบางขุนนนท์ 5.ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 และ 6.หน้าธนาคารกรุงเทพ สามแยกไฟฉาย ส่วนในปี 2568 เขตฯ จะยกเลิกพื้นที่ทำการค้าอีก 5 จุด ได้แก่ 1.ถนนอิสรภาพหน้าร้าน 7-11 ผู้ค้า 4 ราย 2.เวิ้งปิ่นเกล้า ผู้ค้า 7 ราย 3.ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ผู้ค้า 2 ราย 4. หน้าที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย ผู้ค้า 2 ราย 5.ตรงข้ามห้างพาต้า ผู้ค้า 12 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลปิยะเวท 2 ระยะที่ 1 ซอยวังหลัง 12 ถนนวังหลัง ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลความสูง 10 ชั้น และความสูง 12 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องจากวันที่ 4 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้ดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว ตามที่รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเปิดเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำในช่วงการปฏิบัติงานตลอดเวลา เปลี่ยนน้ำในบ่อล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกและรถโม่ปูนด้านหน้าทางเข้า-ออกโครงการทุกวัน ตรวจสอบแนวรั้วให้มีความมั่นคงแข็งแรงและมีความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 7 แห่ง ประเภทจุดถมดินท่าทราย 2 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จากนั้นตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 (หน้าธนาคาร TTB) เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ตั้งวางรั้วเหล็กบนทางเท้า จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราในจุดดังกล่าว

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการพัฒนาสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมอัศวิน พื้นที่ 2 งาน 62 ตารางวา 2.สวนหย่อมจักรวาล พื้นที่ 33 ตารางวา 3.สวนหย่อมปากซอยรุ่งประชา พื้นที่ 1 งาน 27 ตารางวา 4.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา สวนสาธารณะในพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา พื้นที่ 21 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา 2.สวนสิรินธราพฤกษา พื้นที่ 3 ไร่ 16 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนอรุณอมรินทร์ พื้นที่ 23.5 ตารางวา 2.สวนยูเทิร์นเพลินใจ บริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้างคลองบางขุนศรี ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 พื้นที่ 22 ตารางวา 3.สวนวัดรวกสุทธาราม พื้นที่ 147 ตารางวา 4.สวนวัดชิโนรสารามวรวิหาร พื้นที่ 60 ตารางวา 5.สวนวัดสุวรรณ ลานทองคล้องใจ พื้นที่ 13 ตารางวา 6.สวนถนนพระเทพ พื้นที่ 39.25 ตารางวา 7.สวนหย่อมสายใต้เก่า พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 8.สวนหย่อมโรงเรียนสุวรรณาราม พื้นที่ 150 ตารางวา 9.สวนริมถนนหน้าจักรวาลโฟโต้ พื้นที่ 33 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวนในสำนักงานเขตบางกอกน้อย พื้นที่ 22 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง ตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกแบบพื้นที่ภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการหรือทำกิจกรรม เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

ในการนี้มี นางกฤติมา นิ่มน้อย ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกอกน้อย สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี #เดินทางดี #บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)