กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 7 กันยายน 2564

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 7 กันยายน 2564 | จำนวนเข้าชม 36 ครั้ง

กทม.เร่งให้บริการเชิงรุกฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด และอยู่ระหว่างให้นมบุตร
          นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กำชับให้ติดตามหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ หญิงหลังคลอด รวมถึงหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ให้มารับวัคซีนโควิด-19 ว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้บริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ภายใต้คณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งสำนักอนามัยได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาล (รพ.) ทุกแห่งให้สำรวจจำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ และจัดสรรวัคซีนให้กับ รพ.เพื่อฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงให้บริการเชิงรุกในชุมชนโดยทีม Bangkok CCRT และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้หญิงตั้งครรภ์รับการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันและลดการสูญเสีย โดยขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วทั้งสิ้นประมาณ 10,000 ราย
นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ รวมทั้งหญิงหลังคลอดและอยู่ระหว่างให้นมบุตร โดยไม่ต้องลงทะเบียน เพียงนำใบฝากครรภ์ หรือใบรับรองการตั้งครรภ์จากแพทย์ พร้อมบัตรประชาชน มาติดต่อขอเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19ได้ที่ รพ.ในสังกัดทั้ง 11 แห่ง โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ (Bangkok Fast & Clear Center : BFC) ของ รพ. หรือคลินิกฝากครรภ์ประจำ รพ.ทั้ง 11 แห่ง ขณะเดียวกันได้เปิด Walk-in ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนไทยร่วมใจ ทั้ง 12 จุด โดยผู้ที่จะมารับการฉีดวัคซีนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัคซีน 1516 หรือจากเพจเฟซบุ๊ก “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” นอกจากนี้ ได้ติดตามดูแลและให้คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด และอยู่ระหว่างให้นมบุตรที่ฝากครรภ์กับ รพ.ในสังกัด โดยเน้นส่งเสริมให้ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดด้วยการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อสามารถตรวจเชื้อด้วย Antigen Test Kit ได้ ตลอดจนสนับสนุนหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือหญิงตั้งครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไปและมีภาวะครรภ์เสี่ยงสูงอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม ให้ทำงานที่บ้านหากสามารถทำได้ รวมถึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีน เนื่องจากมีความเสี่ยงโรคจะรุนแรงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า โดยควรฉีดวัคซีนหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ซึ่งจะมีผลข้างเคียงลักษณะคล้ายกับคนทั่วไปและยังสามารถฉีดวัคซีนกับสตรีให้นมบุตรได้อีกด้วย

 

กทม.บูรณาการความร่วมมือดูแลเด็กกลุ่มเปราะบาง-เด็กพิการทางสติปัญญาที่ติดเชื้อโควิด-19
          นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวกรณีนายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย แนะหาแนวทางดูแลเด็กกลุ่มเปราะบางและเด็กพิการทางสติปัญญา เนื่องจากขณะนี้พบเด็กกลุ่มดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นว่า กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) สำหรับกลุ่มเด็กทั่วไปที่ศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย) เขตดุสิต รองรับผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 8-15 ปี และมีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต คัดแยกผู้ป่วยออกจากบ้าน โดยคัดกรองจากศูนย์เอราวัณ เมื่อพบกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว จะประสานฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตที่ผู้ป่วยมีที่พักอาศัยอยู่พื้นที่เขตนั้น นำส่งไปยังศูนย์พักคอยฯ เพื่อคัดกรองอาการและดูแลในเบื้องต้นจากกุมารแพทย์จิตอาสา
ส่วนกลุ่มเด็กเปราะบางและเด็กพิการทางสติปัญญา ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งโรงพยาบาล (รพ.) สนามราชานุกูล เพื่อเด็กพิเศษและครอบครัว รองรับเด็กที่มีความพิการทางสติปัญญา ออทิสติก สมาธิสั้น และบกพร่องการเรียนรู้ที่มีอายุตั้งแต่ 2 - 25 ปี พร้อมสมาชิกในครอบครัว อายุไม่เกิน 60 ปี ที่ติดเชื้อโควิด-19 และมีผลการตรวจโควิด-19ด้วย Antigen test kit เป็นบวก มีอาการระยะเริ่มต้นในระดับสีเขียว สามารถสื่อสารได้เข้าใจ และสมาชิกในครอบครัวดูแลเด็กได้ โดยตั้งอยู่ในพื้นที่สถาบันราชานุกูลบริเวณโรงเรียนราชานุกูล สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง ในด้านการรักษา สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ โดยผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือต้องการประสานส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ รพ.สนามราชานุกูล สามารถติดต่อได้ที่สำนักพัฒนาสังคม โทร.097-078-0696 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โทร.084-107-8129 และสมาคมสภาคนพิการแห่งประเทศไทย โทร. 065-885-0584 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับสายตลอด 24 ชั่วโมง
         นอกจากนี้ กทม. ยังได้ร่วมกับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 พิการทางสายตา (Community Isolation for the Blind : CIB) บริเวณโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ เขตราชเทวี เพื่อรองรับผู้ป่วยพิการทางสายตาที่มีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19และมีอาการระยะเริ่มต้นในระดับสีเขียว สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 71 เตียง ขยายศักยภาพรองรับได้สูงสุด 75 เตียง มีทีมแพทย์จาก รพ.รามาธิบดี และศูนย์บริการสาธารณสุข 2 มักกะสัน เป็นผู้บริหารจัดการผู้ป่วย สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสถาบันสิรินธร เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติคัดแยกผู้ป่วยออกมาจากบ้าน คัดกรองอาการและดูแลเบื้องต้น เพื่อรอการส่งต่อไปรักษาที่ รพ.เพื่อลดปัญหาการ แพร่ระบาดและติดเชื้อโควิด-19 ของคนในครอบครัวและชุมชน
         นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ประสานความร่วมมือจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อในการดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งกลุ่มเด็กทั่วไปและเด็กพิเศษกลุ่มเปราะบางในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถแยกกักที่บ้านได้ เช่น ศูนย์พักคอยสถาบันราชานุกูลรับดูแลเด็กพิเศษ ศูนย์พักคอยมูลนิธิคนตาบอดรับผู้พิการทางการมองเห็น โดยมี รพ.เป็นที่ปรึกษาและศูนย์พักคอยฯ ให้การดูแลรักษาเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้ประสานความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเด็กพิเศษ ผู้พิการ เพื่อป้องกันและลดระดับความรุนแรงของโรคอีกด้วย

 

ตรวจสอบความพร้อมจุดตั้งเครื่องสูบน้ำ - เตรียมหน่วย BEST รับมือฝนตกหนักในพื้นที่
          นายอมฤต สุวรรณทิพย์ ผู้อำนวยการเขตสายไหม กทม. กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ในระยะนี้ สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสภาพความพร้อมจุดที่ตั้งเครื่องสูบน้ำในซอยทิมเรืองเวช (ซ.พหลโยธิน 52) โดยเปลี่ยนถังน้ำมันและทดสอบเดินเครื่องสูบน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมการระบายน้ำ หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง รวมทั้ง จัดเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนเคลื่อนที่ (หน่วย BEST) ฝ่ายโยธา เพื่อเตรียมลงพื้นที่ช่วยเหลือนำรถ หรือต้นไม้ที่ล้มออกจากถนน ไม่ให้กีดขวางการสัญจรของประชาชน