logo
📣เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ‼️ 👀 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2566 .. พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ กรุงธนใต้  ⚠️ ก่อนออกจากบ้านอย่าลืม ตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนการเดินทาง ลดระยะเวลา หรืองดการทำงาน ทำกิจกรรม หรือ ☀️ ออกกำลังกายกลางแจ้ง…              📣เตือนอากาศเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้.. 👀 อุณหภูมิจะสูงขึ้น 3 – 6 องศาเซลเซียสเป็นลักษณะของอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันจึงเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย ⚠️ จึงควรดูแลร่างกายของตนเองให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเจ็บป่วย…
ส.ก.เร่งศึกษาข้อมูลอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนกรุงเทพฯ

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตจอมทอง เปิดเผยว่า ตามที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดตัวกฎหมาย “รถเมล์อนาคต” โดยจะผลักดันให้ออกเป็นข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ที่จะกำหนดให้รถเมล์ที่วิ่งในกทม. ต้องเป็นรถไฟฟ้า หรือ EV ทั้งหมด มีระยะเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่าน 7 ปี เพื่อบรรลุเป้าหมายลดฝุ่นละออง PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงจะพัฒนาคุณภาพการให้บริการรถเมล์ ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้งานหลักล้านคน และจะมีการยื่นญัตติด้วยวาจาในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2566 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา กทม.2 ดินแดง วันพรุ่งนี้ (24 ม.ค.66) นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและอยากสนับสนุนญัตตินี้ เพราะอยากให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารที่มีสภาพดี ปลอดภัย และที่สำคัญเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของกรุงเทพมหานครอาจจะยังมีอำนาจหน้าที่ตามข้อบัญญัติ หรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องไม่ครอบคลุม และไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขานุการสภากทม. อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้คณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องได้ศึกษา และหาแนวทางเพื่อพิจารณาปรับปรุงข้อบัญญัติในส่วนอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครต่อไป
“ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายกรุงเทพมหานครประจำปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา ตนในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณฯ ได้เห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาฝุ่นPM.2.5 เป็นประเด็นที่คณะกรรมการวิสามัญฯ ให้ความสำคัญ และได้ตั้งข้อสังเกตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกทม.มาโดยตลอด แต่ปัญหาดังกล่าว ลำพังเพียงหน่วยงานของกทม.อาจไม่สามารถแก้ไขได้ลุล่วง ด้วยอำนาจหน้าที่ของกทม.ในฐานะท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน ดังนั้นสภากทม.จะเร่งทำการศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของกทม.เกิดผลเป็นรูปธรรม ชัดเจนขึ้น” นายสุทธิชัย กล่าว
———————

แชร์ข่าว: